ไฟไหม้ชุมชนริมคลองนางหงส์ ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 นักผจญเพลิงเข้าสกัดไฟทุลักทุเลเพราะซอยแคบรถน้ำเข้าไม่ได้ ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงเพลิงสงบ เจ้าหน้าที่กู้ภัยเจ็บ 3 ไม่มีใครเสียชีวิต ส่วนบ้านเรือนประชาชนวอด 58 หลัง และต้องเฝ้าระวังอาคาร 5 ชั้น ที่ถูกเผาเพราะมีรอยร้าวหวั่นถล่ม ด้านเขตปทุมวันเร่งตั้งศูนย์พักพิงวัดสระบัว สงสัยบ้าน 2 หลังกลางชุมชนต้นเพลิง เร่งสอบสวนหาสาเหตุไฟไหม้ชุมชนริมคลองนางหงส์วอด 58 หลัง เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 07.50 น. วันที่ 8 มิ.ย. พ.ต.ต. ศิริชัย ชัยวุฒิ สว. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุ เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในชุมชนริมคลองนางหงส์ ถนนพระรามที่ 6 ซอย 15 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร นายสุริยชัย รวิวรรณ ผอ.สปภ. นายนรเทพ ชูพล ผอ.เขตปทุมวัน และเจ้าหน้าที่สถานีดับเพลิงและกู้ภัยบรรทัดทอง พร้อมอาสาสมัครใกล้เคียงและอาสาฯ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งที่เกิดเหตุเป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีทั้งตึกแถวและบ้านไม้ 2 ชั้น ปลูกติดกันหลายหลัง ซอยค่อนข้างแคบ รถน้ำไม่สามารถเข้าไปด้านในได้ ฝั่งบริเวณวัด บรมนิวาส มีแสงเพลิงและกลุ่มควันจำนวนมาก ก่อนไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว 4-5 หลังคาเรือน เจ้าหน้าที่เร่งตัดกระแสไฟฟ้า วางหัวฉีดฝั่งโรงงานปลาทูอย่างทุลักทุเล เพราะหาแหล่งน้ำค่อนข้างยาก ต้องลากสายน้ำ เข้าทางตลาดโบ๊เบ๊ สะพาน 2 ช่วยสกัดเพลิง พร้อม เร่งอพยพผู้คนออกจากจุดเกิดเหตุ ขณะที่ไฟเริ่มลุกลาม ไปยังอาคารสีเขียวสูง 5 ชั้น ภายในเก็บผ้า ไฟไหม้อยู่ บริเวณชั้น 4-5 ส่งผลให้ตัวอาคารเกิดรอยร้าว เจ้าหน้าที่ ต้องฉีดน้ำอย่างระมัดระวัง ป้องกันอาคารถล่มใช้เวลา กว่า 3 ชั่วโมงเพลิงสงบ เบื้องต้นไฟผลาญเสียหายทั้งหมด 58 หลังคาเรือน อาคารเก็บผ้าอีก 1 หลัง มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย ทั้งสำลักควันและถูกไฟลวกเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงนางสมพร ปานรัตน์สกุล อายุ 58 ปี ประธานชุมชนริมคลองนางหงส์ กล่าวว่า ชุมชนริมคลองนางหงส์ เป็นชุมชนขนาดใหญ่แบบหันหลังชนกัน มีทั้งหมด 106 หลังคาเรือน ส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ 2 ชั้น เพลิง ลุกไหม้จากบ้านไม้ 2 ชั้นกลางชุมชน มีบ้านต้องสงสัย อยู่ 2 หลัง ช่วงเกิดเหตุไม่มีคนอยู่บ้าน เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว วอดไปทั้งหมด 58 หลังคาเรือนนายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร เปิดเผยหลังลงตรวจพื้นที่ว่า จะให้สำนักงานเขตปทุมวัน เข้าตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของโครงสร้างอาคาร ที่ได้รับผลกระทบ สำนักการโยธาจะเข้ามาควบคุมดูแลและประเมินว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ สำหรับการช่วยเหลือประชาชน กรุงเทพมหานคร ได้จัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวที่วัดสระบัว รองรับผู้ที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ผู้บาดเจ็บจะถูกส่ง เข้ารักษาที่โรงพยาบาล เบื้องต้นมีแค่ผู้บาดเจ็บ ไม่มี รายงานผู้เสียชีวิต ส่วนความเสียหายของบ้านเรือนอาคารที่ได้รับผลกระทบ อยู่ระหว่างสำรวจและประเมิน อย่างละเอียด ขณะที่สาเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้จะเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบด้วยว่า จะต้องพิจารณาตามระดับความเสียหายที่เกิดขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมหารือแนวทางการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับประชาชนต่อไปขณะที่นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า เบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่กู้ภัยบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติหน้าที่ 3 ราย จุดเกิดเหตุเป็นชุมชนมีบ้านเรือนไม้ ปลูกติดกันอย่างหนาแน่น มีอาคารล้อมรอบไม่สามารถ นำรถดับเพลิงเข้าถึงจุดต้นเพลิงได้โดยตรง ต้องฉีดน้ำ สกัดเพลิงจากด้านล่าง ส่งผลให้เปลวเพลิงลุกลามขึ้นสู่ด้านบนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องเข้าพื้นที่ผ่านอาคารพาณิชย์และตึกแถวโดยรอบ ขึ้นไปดับเพลิง ในจุดที่เข้าถึงได้ยาก ล่าสุดควบคุมเพลิงได้ทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงอาคารสีเขียวเป็นอาคารเก็บของสูง 5 ชั้น ที่ยังต้องเข้าตรวจสอบความปลอดภัยและความ เสียหายภายในอาคารอย่างละเอียดอีกครั้งต่อมา เวลา 14.00 น. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น. 6 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีประชาชนแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในศูนย์พักพิงประมาณ 50 ครอบครัว เชื่อว่ายังมีผู้ได้รับผลกระทบมากกว่า 50 หลังคาเรือน หลังเพลิงสงบได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เข้าตรวจสอบพื้นที่ เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ ยังยืนยันไม่ได้ว่าเพลิงเริ่มต้นจากบ้านหลังใด หรือเกิดจากสาเหตุใด ต้องรอผลตรวจสอบทางนิติวิทยา ศาสตร์ประกอบกับคำให้การของพยานในพื้นที่เพื่อระบุจุดต้นเพลิงอย่างชัดเจนอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่