เล่าขานเป็นตำนานแห่งวงการกวีไทย ครั้งหนึ่ง “ศรีปราชญ์” แต่งโคลงหน้าพระที่นั่ง รำพันถึงหญิงคนรัก (บางสำนวนว่าบาทแรกเริ่มต้นโดยสมเด็จพระนารายณ์ ครั้งกรุงศรีอยุธยา) ขึ้นต้นมาอย่างอลังการว่า “เรียมร่ำน้ำเนตรถ้วม ถึงพรหม”น้ำตาผู้ชายไหลริน ร้องห่มร้องไห้ด้วยความรักเธอ จนน้ำท่วมถึงสวรรค์ชั้นพรหม(สุเมรุจักรวาล ถอดรหัสจักรวาล ในงานพุทธศิลป์ไทย ศรัณย์ ทองปาน เขียน เมืองโบราณ ในนามบริษัท วิริยะธุรกิจ จำกัด พิมพ์ มี.ค.2569)ต่อด้วย “พาเทพเจ้าตกจม จ่อมม้วย” ขนาดฝูงเทวดาทั้งหลายยังต้องจมน้ำตาตาย “พระสุเมรุเปื่อยเป็นตม ทบท่าว ลงนา”แม้แต่เขาพระสุเมรุหลักแห่งจักรวาล ยังถูกน้ำตาท่วมเปื่อยยุ่ยเละเป็นขี้โคลน ทลายล้มลงมาถึงตรงนี้ มีใครสักคนท้วงขึ้นมา อ้าว! น้ำท่วมจักรวาลถึงสวรรค์ชั้นพรหม ขนาดเขาพระสุเมรุยังไม่มีเหลือ แล้วตัวกวีผู้ประพันธ์เล่า ไปอยู่ที่ไหนหรือ?“ศรีปราชญ์” จึงประกาศอหังการแห่งกวี “หากอกนิษฐ์พรหมฉ้วย พี่ไว้ จึงคง” แปลว่าอกนิษฐ์พรหมช่วยไว้นะสิ พี่จึงรอดชีวิตมาได้ (ฉ้วย ในโคลงบาทนี้ และถ้วม ในโคลงบาทแรก ถือเป็น “โทโทษ” คือคำที่ปกติใช้ไม้เอก)ไม่ว่าศรีปราชญ์จะมีตัวตนจริงหรือไม่ หรือเป็นกวีสมัยใดกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ ผู้แต่งโคลงนี้ต้องมีภูมิรู้จักรวาลวิทยาแบบพุทธหินยานระดับเซียน หรือขั้นเทพ จึงรู้ละเอียดนัยความตามคัมภีร์ว่า เมื่อถึงคราวจักรวาลสูญสลาย ตั้งแต่สวรรค์ชั้นกามาพจรขึ้นไปถึงพรหมโลกชั้นต่างๆ ล้วนพินาศวอดวายไม่มีอะไรเหลือทว่า พรหมชั้นสูงๆ นับแต่อกนิษฐ์พรหม อันเป็นพรหมชั้น 16 ชั้นสูงสุดในรูปภูมิขึ้นไป จนถึงชั้นอรูปภูมิทั้งหมด ยังอยู่กันสบายๆ แบบฝนตกไม่ต้อง ฟ้าร้องไม่ถึง กวีจึงสามารถอ้างได้ว่า อกนิษฐ์พรหมช่วยพี่ไว้สวรรค์ชั้นอกนิษฐ์พรหมนี้ ยังมีความสำคัญคือ ภายหลังทุกสิ่งล่มสลายหมดสิ้น เมื่อเกิดแผ่นดินใหม่อีกครั้งหนึ่ง จะมีดอกบัวผุดขึ้นมาพรหมจากสวรรค์ชั้นนี้ พากันเหาะมาดูดอกบัวนั้น ย่อมมีจำนวนตามพระพุทธเจ้าที่จะมาบังเกิดในกัปนั้นๆเช่นว่า ถ้ามีดอกบัวเกิดขึ้นหนึ่งดอก หมายถึงว่าในกัปนั้นจะมีพระพุทธเจ้า!พระองค์ ไล่ขึ้นไปทีละ 1 ถึงจำนวนสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้คือกัปอันมีพระพุทธเจ้าห้าพระองค์เหมือนที่เรามีชีวิตอยู่นี้ เรียกว่า “ภัททกัป” มีพระสมณโคดม เป็นพระพุทธเจ้าลำดับที่ 4ในดอกบัวที่ผุดขึ้นมา จะมีข้าวของเครื่องใช้แปดสิ่งประจำพระองค์พระพุทธเจ้าองค์นั้นๆ หรือที่เรียกว่า “อัฐบริขาร” อยู่ภายในได้แก่ ผ้าสบง ผ้าจีวร ผ้าสังฆาฏิ บาตร รัดประคด มีดโกน เข็มเย็บผ้า และผ้ากรองน้ำพรหมก็จะอัญเชิญกลับไปเก็บรักษาไว้ รอท่าบนสวรรค์ชั้นอกนิษฐ์พรหมตราบจนเมื่อถึงวันที่พระโพธิสัตว์เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ หรือออกบวช พระพรหมจากอกนิษฐ์พรหม ก็จะนำเอาผ้าไตรจีวรกับเครื่องบริขาร ลงมาถวายแด่พระโพธิสัตว์แล้วอัญเชิญผ้าทรงที่ติดพระองค์มา กลับขึ้นไปยังอกนิษฐ์พรหม ประดิษฐานไว้ ณ ทุสสะเจดีย์ผมตั้งใจคัดเรื่องสวรรค์ชั้นอกนิษฐ์พรหมมาขยายต่อ เพื่อให้พวกเราชาวพุทธทั้งหลายได้รู้ เผื่อจะมีความหวัง หากว่าสงครามนิวเคลียร์ จากแขกฝรั่ง...ตูมตามขึ้นมา พวกเราจะมีช่องทางหนีเอาชีวิตรอดไปฝากไว้ที่ไหนเวลาที่ยังพอมีตอนนี้ ก็รีบสะสมบุญเอาไว้นะครับ สวรรค์ชั้นอกนิษฐ์พรหมนี้สูงทีเดียว ต้องทำบุญเอาไว้ให้มาก จึงพอได้ตั๋วผ่านขึ้นไปได้.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม