“รองจ๋อ” เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” บุกจับชาวไนจีเรียแก๊งโรแมนซ์สแกม 6 ราย คาคอนโดหรูนนทบุรีที่เปิดเช่าไว้เป็นรังหลอก แฉพฤติกรรมทั้งหมดถือวีซ่านักเรียน ใช้ AI ทำหน้าฝรั่งหล่อโปรไฟล์หรูลวงสาวไทยสูงวัยให้หลงรัก พบหลักฐานเด็ดในมือถือและโน้ตบุ๊กผู้ต้องหาเป็น “สคริปต์แชตเสียว” บทเจรจาปลุกราคะล่อลวงเหยื่อให้เคลิ้มก่อนถูกหลอกให้โอนเงิน เบื้องต้นทั้งหมดโดนข้อหาอั้งยี่และอยู่เกินกำหนด (Overstay)ตำรวจนครบาล-นนทบุรี ร่วมกันจับโจรผิวสีแก๊งลวงรักครั้งนี้เปิดเผยเมื่อเช้าวันที่ 23 พ.ค. มีรายงานว่า เมื่อเย็นวันที่ 22 พ.ค. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. รับผิดชอบยาเสพติดสืบสวนขยายผลโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและเครือข่ายที่เป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าว ร่วมกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จ.นนทบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.บช.น. กก.สส.ภ.จ.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดปฏิบัติการ “ทลายห้องมืด” นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี บุกค้นห้องพัก 3 ห้อง ในคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านสะพานพระนั่งเกล้า ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จับกุมนายโอโครม ชีโกซี อายุ 26 ปี นาย อิเบกเว ชิจิกิ เออร์เนสต์ อายุ 28 ปี นายโอบิรู เบทราน โอซิโอมา อายุ 35 ปี นายชุกวูบูกา เคโรอิน สโวซู อายุ 29 ปี นายอิจิเคมิ เออร์เนสต์ ซูเบชิ อายุ 24 ปี และนายอูซุกวู ชิเนะมีเร็ม เดนิส อายุ 23 ปี ทั้งหมดเป็นชาวไนจีเรีย พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง ภายในมีข้อมูลแชตหลอกให้รัก, สคริปต์การหลอก, ใช้ AI เจนเนอเรตใบหน้า โน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง และสมุดบัญชี 3 เล่ม การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้ ขยายผลจากกรณี ศอ.ปส.ตร. ร่วมกับ ศอ.ปส.บช.น. และ ป.ป.ส.กทม. จับกุมชาวไนจีเรีย ตัวการใหญ่เครือข่ายค้าโคเคนข้ามชาติ พร้อมพวกรวม 4 ราย ตรวจยึดโคเคน 27 กรัม ทรัพย์สิน 2.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย.69 พบข้อมูลเครือข่ายแบบองค์กรอาชญากรรม รวมทั้งเส้นเงินเชื่อมโยงอย่างผิดปกติไปถึงเครือข่ายชาวไนจีเรียกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี เครือข่ายนี้จะมีวีซ่าเป็นนักเรียนทั้งสิ้น แต่กลับมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ และมีพฤติกรรม “มั่วสุม” 5-6 คนในคอนโด ไม่ได้ออกไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือใดๆ เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมหลักฐานขอหมายศาลเข้าตรวจค้นมีรายงานว่า ขณะเข้าตรวจค้น กลุ่มคนร้ายไม่ยอมเปิดประตู ได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาลักษณะคล้ายการพยายามทำลายหลักฐาน เจ้าหน้าที่ตำรวจตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป ห้องแรกพบผู้ต้องหา 3 ราย โทรศัพท์ 7 เครื่อง ปรากฏหน้าแชตโทรศัพท์ที่ค้างไว้เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก ผู้ต้องหาพยายามปีนระเบียงหลบหนีและส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่นๆ เจ้าหน้าที่จึงจับกุมไว้ก่อนพังประตูอีก 2 ห้อง จับผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวม 6 คน ตรวจยึดโทรศัพท์ 18 เครื่อง และโน้ตบุ๊ก 3 เครื่องจากการตรวจสอบพบข้อมูลในโทรศัพท์ผู้ต้องหา มีแชตสนทนาหลอกเหยื่อในแอปพลิเคชันสนทนาหลายชนิด ใช้โปรไฟล์เป็นชายชาวต่างชาติที่หน้าตาและหน้าที่การงานดี เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน ทนาย วิศวกร หมอ ฯลฯ แชตสนทนากับเหยื่อลักษณะหลอกให้หลงรัก ก่อนแจ้งว่าได้ส่งพัสดุจากต่างประเทศมาให้แต่ติดด่านศุลกากร ต้องโอนเงินมาให้ เหยื่อส่วนใหญ่เป็นหญิงไทยสูงวัย นอกจากนี้ยังพบสคริปต์ต้นฉบับ ที่คนร้ายใช้คุยกับเหยื่อจำนวนมาก ที่น่าตกใจคือ “สคริปต์นำพาเข้าสู่อารมณ์แห่งราคะ ลวงหญิงสูงวัยให้หลงเชื่อเคลิบเคลิ้มตาม”สอบสวนเบื้องต้นทั้ง 6 คนรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาและอยู่เกินเวลากำหนด (Overstay) นานแล้ว ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาเป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยที่การอนุญาตสิ้นสุด นำตัวพร้อมของกลางนำส่ง สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดี ส่วนข้อหาการหลอกลวงรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) อยู่ระหว่างการประสานกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนท้องที่ต่างๆ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมพล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น./ รอง โฆษก ตร. เผยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลและ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย ปฏิบัติการครั้งนี้พบหลักฐานทั้งแชตการสนทนากับเหยื่อที่กำลังจะถูกหลอก, ระบบ AI เจนเนอเรตใบหน้าปลอมตบตาเหยื่อ สคริปต์จิตวิทยาหลอกลวงหญิงไทยสูงวัย ใช้ AI ขยับใบหน้า ทำคลิปวิดีโอคอลปลอม มีบทพูดหรือสคริปต์จิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจเล่นกับอารมณ์ความเหงา ความรัก และความพึงพอใจของเหยื่อ อยากฝากเตือนภัย โดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชตมาคุย ชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง แล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการอ้างว่า “ส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน” ให้สันนิษฐาน ไว้ก่อนเลยว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% ห้ามโอนเงินเด็ดขาดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่