ในโลกของยนตรกรรมระดับอัครลักชัวรี ชื่อของ “โรลส์–รอยซ์” (Rolls‑Royce) ไม่ได้หมายถึงเพียงยานพาหนะ หากคือศิลปะ วิศวกรรม และจินตนาการที่หลอมรวมกันอย่างไร้ขีดจำกัดสำหรับบ้านเรา มี “โรลส์–รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก” เป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ โรลส์-รอยซ์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ปัจจุบันมี โชว์รูมและศูนย์บริการอยู่ที่ถนนพระราม 3 และยังมี Rolls-Royce Boutique (สยามพารากอน) บูทีคแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ตั้งอยู่ใจกลางศูนย์การค้า ล่าสุด “โรลส์–รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส” อันเป็นบริษัทแม่ ได้เปิดเผย “โปรเจกต์ ไนติงเกล” (Project Nightingale) อัครยนตรกรรมผลิตพิเศษระดับ Coachbuild Collection รุ่นแรก ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญและความงดงามในแบบฉบับโรลส์–รอยซ์อย่างลึกซึ้งที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์แบรนด์ถูกสร้างขึ้นจากแนวคิดที่เหนือกว่าการออกแบบรถยนต์ทั่วไป มันไม่ใช่เพียงการผลิตรถจำนวนจำกัด แต่คือการรังสรรค์ “ผลงานศิลป์เคลื่อนที่” ที่เปิดโอกาสให้เสรีภาพทางดีไซน์ วิศวกรรมไฟฟ้าล้ำยุค และสุนทรียะแห่งการขับขี่แบบเปิดประทุนมาบรรจบกันเป็นครั้งแรก ความทะเยอทะยานนี้สะท้อนเจตนารมณ์เดียวกับที่เซอร์ เฮนรี รอยซ์ เคยสร้างรถทดสอบความเร็วตระกูล EX ในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของโครงการนี้ ตัวถังอะลูมิเนียมบนโครงสร้าง Architecture of Luxury ถูกออกแบบให้มีความต่อเนื่องของพื้นผิวอย่างไร้รอยต่อ สีฟ้าอ่อนผสมเกล็ดสีแดงละเอียดเป็นการรำลึกถึงโลโก้แดงของรถทดสอบ EX ในอดีต ด้านหน้าดูสง่างามด้วยกระจังหน้าแพนธิออนแกะสลักจากโลหะชิ้นเดียว กว้างเกือบหนึ่งเมตร พร้อมสัญลักษณ์ Spirit of Ecstasy ที่ดูราวกับกำลังเคลื่อนไหวท่ามกลางสายลม เส้นสายทรงตอร์ปิโดเน้นผู้ขับขี่ ฝากระโปรงยาวเชื่อมต่อสู่กระจกบังลมลาดเอียงอย่างสมดุล ขณะที่เส้นตัวถังด้านข้างได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้างเรือยอชต์ ให้ความรู้สึกราวกับถูกโอบล้อมอยู่ภายในงานศิลป์ระดับสูงรายละเอียดทุกจุดสะท้อนความประณีตขั้นสูงสุด ล้อขนาด 24 นิ้วใหญ่ที่สุดเท่าที่โรลส์–รอยซ์เคยสร้าง เปรียบเสมือนใบพัดเรือยอชต์ที่หมุนอยู่ใต้น้ำ โป่งซุ้มล้อด้านหลังเพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนฝากระโปรงท้ายเปิดแบบคานเหวี่ยงคล้ายแกรนด์เปียโน และดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นเดียวช่วยเสริมเสถียรภาพเมื่อความเร็วเพิ่มสูงขึ้น ทุกองค์ประกอบจึงไม่ได้มีเพียงความงาม แต่ยังเป็นบทสนทนาระหว่างงานศิลป์กับวิศวกรรม เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร บรรยากาศเปลี่ยนเป็นโลกอีกใบ โทนสี Charles Blue ตัดกับ Grace White และแซม Peony Pink ที่ได้แรงบันดาลใจจากดอกไม้ริมชายฝั่งริเวียรา หลังคาผ้าแคชเมียร์สามารถเปลี่ยนบุคลิกของรถได้เพียงปลายนิ้ว จากยานพาหนะเปิดประทุนรับสายลมสู่รถคูเป้สง่างามที่โอบล้อมผู้โดยสารด้วยความเงียบอันเป็นเอกลักษณ์ เสียงธรรมชาติอย่างสายฝน คลื่นทะเล หรือเสียงนกร้อง ถูกนำมาผสานกับระบบเสียงเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่โรแมนติกเหนือระดับ เพดานประดับไฟดาว LED กว่า 10,500 ดวง ถ่ายทอดจังหวะแสงจากคลื่นเสียงของนกไนติงเกลอย่างน่าหลงใหล แม้แต่ที่พักแขนยังเลื่อนอัตโนมัติเมื่อเปิดประตู เผยปุ่มควบคุมโลหะสัมผัสประณีตเสมือนเครื่องประดับชั้นสูงหัวใจของโปรเจกต์นี้คือระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ความเงียบและความนุ่มนวลในการถ่ายทอดกำลังไม่ได้เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่คือการย้อนกลับสู่แก่นแท้ของโรลส์-รอยซ์— ความสงบเหนือเสียงเครื่องยนต์และความหรูหราที่สัมผัสได้ผ่านประสบการณ์มากกว่าตัวเลขสมรรถนะ ยนตรกรรมแต่ละคันถูกสร้างด้วยมือโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ ณ Home of Rolls-Royce เมืองกู๊ดวูด ประเทศอังกฤษ สะท้อนมรดกงานฝีมือที่สืบทอดมากว่าศตวรรษโปรเจกต์ ไนติงเกล ยังอยู่ในสถานะ Production Concept โดยจะเริ่มการทดสอบทั่วโลกในช่วงฤดูร้อนของยุโรปปีนี้ ก่อนเปิดให้จองเฉพาะลูกค้าที่ได้รับเลือก ซึ่งมีความผูกพันกับงานออกแบบของแบรนด์อย่างลึกซึ้งผลิตจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก อีก 2 ปีค่อยส่งมอบ ทำให้ยนตรกรรมคันนี้ไม่ใช่เพียงของหายาก แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งยุคสมัยใหม่ของ Coachbuilding ที่กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง!!!อัลคาโปนคลิกอ่านคอลัมน์ “โชว์รูมหัวเขียว” เพิ่มเติม