ตำรวจนครบาลถกผู้แทนกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางราง สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร ล้อมคอกวางแนวทางแก้ไขเหตุสลดรถไฟชนรถประจำทางเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นอีก แบ่ง 3 ระยะ สั้น-กลาง-ยาว พร้อมสแกน 71 จุดตัดรถไฟทั่วกรุง พบ 19 จุดเสี่ยงอันตราย สั่งเพิ่มคนเฝ้าไม้กั้น รื้อตารางเดินรถ ประสานตำรวจท้องที่เร่งระบายรถ และใช้อาสาจราจรช่วย ส่วนกรณี พขร.รถไฟเสพยา น.1 ให้เหตุผลเอาผิด “ขับเสพ” ไม่ได้ เพราะช่องโหว่กฎหมายใช้กันคนละ พ.ร.บ. ทำได้แค่แจ้งข้อหาเสพ ด้าน ผบ.ตร.สั่งทุกพื้นที่บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางมาตรการป้องกันอุบัติเหตุจุดตัดรถไฟ พร้อมดึงเทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพ ขณะที่กรมการขนส่งทางรางขยับแล้ว ส่งตัวแทนแจ้งเอาผิดคนใช้รถจอดคร่อมรางวันเกิดเหตุจากเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟขนสินค้าขบวน 2126 แหลมฉบัง-ชุมทางบางซื่อ พุ่งชนรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ (ปอ.206) สีส้ม เลขข้างรถ 3-44197 วิ่งระหว่างเมกาบางนา-มก. (ม.เกษตร) ทะเบียน 12-5641 กรุงเทพมหานคร ไฟไหม้ มีผู้โดยสารเสียชีวิต 8 ราย บาดเจ็บ 32 คน รถยนต์เสียหายหลายคัน เหตุเกิดใกล้เคียงสถานีรถไฟแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์มักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. เมื่อเวลา 15.42 น. วันที่ 16พ.ค. ขณะที่ญาติผู้สูญหายตรวจดีเอ็นเอยืนยันอัตลักษณ์ศพแล้ว 7 ราย ญาติรับศพไปประกอบพิธีศาสนาเหลือพิสูจน์อัตลักษณ์อีก 1 ราย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหา แนวทางแก้ปัญหาเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.อุรัมพร ขุนเดชสัมฤทธิ์ ผกก. สน.มักกะสัน ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางราง สำนักนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางมาตรการแก้ปัญหาระยะยาวหลังเกิดเหตุดังกล่าวใช้เวลาประชุม 2 ชม.เสร็จสิ้นพล.ต.ท.สยามกล่าวว่า ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแก้ปัญหาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก โดยแบ่งเป็น 3 ระยะ ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว จากนั้นแต่ละหน่วยงานแยกไปประชุมกันอีกครั้งหนึ่ง การแก้ปัญหาระยะสั้นตำรวจจะร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจจุดตัดรถไฟดูการตีเส้นจราจรให้เรียบร้อยทั้งป้ายเตือนและติดตั้งกล้องวงจรปิด รวมทั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างๆให้พร้อมใช้งาน ส่วนระยะกลางและระยะยาวจะนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยบริหารจัดการจุดตัดทางรถไฟทางร่วมทางแยก ลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุในอนาคต รวมทั้งการจราจรในบริเวณจุดตัดทางรถไฟ จะหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างไร จัดระบบการจราจรอย่างไร ได้ให้ สน.ที่มีจุดตัดทางรถไฟประสานเจ้าหน้าที่การรถไฟ ผู้คุมดูแลประจำป้อม รวบรวมข้อมูลเวลาตารางรถไฟที่วิ่งผ่านแยก และเตรียมแผนเผชิญเหตุ การติดต่อสื่อสารกันหากมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นผบช.น.กล่าวต่อว่า จุดตัดทางรถไฟในพื้นที่กรุงเทพฯมีทั้งหมด 71 จุด มีจุดเสี่ยง 19 จุดที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ เพชรบุรี (ยมราช), ศรีอยุธยา (เสาวนีย์), ราชวิถี (อุทัย), พระราม 6 (อุรุพงษ์), พญาไท, ราชปรารภ, อโศก-ดินแดง, เพชรอุทัย (พระราม9), เพชรพระราม, สุขุมวิท 71 (รามคำแหง), ศรีนครินทร์ (พัฒนาการ), เพชรบุรีตัดใหม่, สุขุมวิท (เพลินจิต), พระราม 4, พระราม 3 (รัชดาภิเษก), ประชาชื่น, ประชาราษฎร์, จรัญสนิทวงศ์ และเอกชัย-ชายทะเล ชนิดเครื่องกั้นถนนทุกจุดทำงานด้วยไฟฟ้า การรถไฟฯ ร่วมกับ บช.น.ตรวจสอบและสำรวจในพื้นที่ จัดระดับความเสี่ยง 3 ระดับ แบ่งเป็นสีแดง เหลือง และเขียว ประเมินว่าจุดใดเสี่ยงมากที่สุด เนื่องจากสภาพกายภาพในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน หลังจากนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่ตรวจสอบว่า จุดใดมีข้อบกพร่องหรือยังขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัยหรือไม่ รวมทั้งพิจารณาปรับปรุงสภาพกายภาพให้มีความสมบูรณ์และปลอดภัยเมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ได้ร่วมประสานงานทำงานกันอย่างจริงจังหรือไม่ พล.ต.ท.สยามกล่าวว่า ที่ผ่านมาประสานงานกันอยู่ในระดับผู้ปฏิบัติโดยเฉพาะในพื้นที่ทางร่วมทางแยก มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันมาตลอด แต่ยังไม่ได้ทำงานร่วมกันใกล้ชิดมากนัก หลังจากนี้จะร่วมมือมากขึ้นกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำข้อมูลตารางเวลาเดินรถที่ทราบล่วงหน้ามาบริหารจัดการร่วมกัน เพื่อกำหนดแนวทางบริหารจัดการและป้องกันอุบัติเหตุในอนาคตให้รัดกุมยิ่งขึ้น ขณะนี้ได้รับข้อสั่งการมาจาก ผบ.ตร.ให้บังคับใช้กฎหมายจริงจัง ในจุดตัดทางรถไฟอย่างเข้มงวด ได้จัดชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจลงไปเรียบร้อยแล้ว“ส่วนกรณีคนขับรถไฟตรวจพบสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) และกัญชา ตำรวจอยู่ระหว่าง พิจารณากฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากการเดินรถไฟอยู่ภายใต้ พ.ร.บ.การเดินรถทางราง ไม่ใช่ พ.ร.บ.จราจรทางบก ไม่ครอบคลุมดำเนินคดีข้อหาขับเสพ ดังนั้นตำรวจจะพิจารณาแจ้งข้อหาเสพสารเสพติด เนื่องจากมียาบ้า ส่วนกัญชาอยู่ระหว่างพิจารณาแจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มอีกครั้ง” พล.ต.ท.สยาม กล่าวด้านนายอุดม เหมาเพชร วิศวกรใหญ่ฝ่ายการช่างโยธา การรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการใช้เทคโนโลยีและความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟของไม้กั้นและแผงกั้นว่า ปัจจุบันการรถไฟฯ ได้ดำเนินการทั้งระยะเร่งด่วนและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงในกรุงเทพมหานคร ที่มีจุดตัดทางรถไฟทั้งหมด 71 จุด และมีจุดเสี่ยงอีก 19 จุด ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ขณะนี้มาตรการเร่งด่วนผู้ว่าการการรถไฟฯสั่งเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ประจำจุดกั้นรถไฟอีก 1 คน กำชับให้ผู้บังคับบัญชาระดับต้น รวมถึง เจ้าหน้าที่ฝ่ายเครื่องกล และผู้ตรวจบนรถจักร ลงพื้นที่ตรวจตราและควบคุมการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถ และพนักงานประจำป้อมอย่างใกล้ชิด นายอุดมกล่าวด้วยว่า สำหรับพื้นที่ชั้นใน กทม. มีรถหนาแน่นมาก ใช้ระบบอัตโนมัติไม่ได้ ต้องใช้ระบบไฟฟ้าที่มีคนควบคุม หากใช้ระบบอัตโนมัติจะเสี่ยงอุบัติเหตุมากกว่า ส่วนชานเมืองใช้ระบบอัตโนมัติได้ตามปกติ ทั้งนี้ ยอมรับว่าปัจจุบันหลายจุดกั้นได้แค่ฝั่งละ 1 ด้าน กั้นไม่เต็มถนน ระยะยาวเตรียมพิจารณาติดให้ครบทั้ง 4 ด้านในจุดที่เสี่ยงสูง ส่วนปมไม้กั้นพญาไทพังเมื่อเช้ามืด คาดว่าเกิดจากถูกรถชน ไม่ได้ชำรุดเอง ยืนยันมีทีมซ่อม 24 ชม. ส่วนกรณีมีญาติผู้เสียชีวิตกล่าวว่าทาง รฟท.ไม่เหลียวแลนั้น คาดเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน ยืนยันรักษาราชการแทนผู้ว่าการ รฟท. ไปร่วมงานศพแล้ว และขออภัยต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้น สำหรับกรณีช่างเครื่องขับรถไฟแทนไม่ได้ เพราะหน้าที่แยกกันเด็ดขาด ช่างเครื่องมีหน้าที่ดูระบบสัญญาณเท่านั้น ไม่สามารถขึ้นมาขับแทนพนักงานขับรถได้มีรายงานว่า ก่อนการประชุมครั้งนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนไปยัง ผบช.น. ผบช.ภ.1-9 ผบช.ก.ในการดำเนินการและการปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางเดินรถกับทางรถไฟทั่วประเทศ มอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ดูแลงานความมั่นคง และงานจราจร) กำกับดูแล กำชับให้ทุกพื้นที่ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมวางมาตรการจัดการจราจร ป้ายเตือน สัญญาณไฟ ไม้กั้น และใช้ เทคโนโลยี เช่น กล้องวงจรปิด (CCTV) ระบบวิทยุสื่อสาร และโทรศัพท์สายด่วนที่สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ของแต่ละหน่วยงาน รวมทั้งกำชับให้สถานีตำรวจในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล, ตำรวจภูธรภาค 1-9 และกองบัญชาการตำรวจสอบสวน กลางบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 บริเวณจุดตัดทางเดินรถกับรถไฟในเขตพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยอย่างเข้มงวด ป้องกันและลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดส่วนความคืบหน้าเรื่องการดำเนินคดีเอาผิดกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผบก.น.1 กล่าวว่า ขณะนี้สอบปากคำผู้บาดเจ็บเพิ่มแล้ว 14 ราย จากทั้งหมด 32 ราย รวมถึงสอบปากคำเจ้าหน้าที่รถไฟเพิ่มเติมอีก 1 ราย นัดสอบปากคำเพิ่มเติมอีก 2 ราย คดีอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิจารณาดูหน้าที่ในความรับผิดของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จะตรวจสอบอย่างรอบด้านว่า ทั้งผู้ขับรถเมล์ ผู้ขับรถไฟ เจ้าหน้าที่ควบคุมสัญญาณ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่า ปฏิบัติหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ หากพบผู้กระทำผิดต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนการพิจารณาดำเนินคดีผู้ที่ฝ่าฝืนขับรถคร่อมรางรถไฟ ยึดหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิด และข้อเท็จจริงเป็นหลักเป็นไปตามกฎหมาย ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานใครผิดต้องถูกดำเนินคดี ถามว่า ในวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รถไฟได้ประสานตำรวจเข้ามาช่วยจัดการจราจรที่ติดขัดบนรางรถไฟหรือไม่ พล.ต.ต.วรศักดิ์กล่าวว่า ปกติมีช่องทางประสานกันอยู่ระหว่างหน่วยงาน ไม่ใช่ข้อบังคับ ส่วนในวันเกิดเหตุไม่มีการแจ้งประสานมายังตำรวจต่อมาเวลา 13.00 น. ที่ สน.มักกะสัน นายรักสิทธิ์ ไวตี ผอ.กองกฎหมายกรมการขนส่งทางราง รับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมการขนส่งทางราง เข้าแจ้งความเอาผิดกับผู้ขับขี่ที่จอดรถคร่อมรางรถไฟในวันเกิดเหตุตามความผิด พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ.2568 และความผิดอาญาอื่นๆ โดยจะพิจารณาความผิดและเจตนาเป็นรายคัน นายรักสิทธิ์กล่าวว่า มาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางรางที่เพิ่งบังคับใช้ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังพบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้นต่อระบบการขนส่ง ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยรวม สำหรับจำนวนความผิดหรือข้อหาที่เข้าข่ายตามกฎหมาย ยังระบุไม่ได้ชัดเจนในขณะนี้ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณี คล้ายกับกฎหมายจราจรทางบก ขั้นตอนต่อไปจะเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวน อย่างไรก็ตาม การจอดคร่อมรางเป็นแค่ปัจจัยหนึ่ง แต่คาดว่าอุบัติเหตุครั้งนี้อาจเกิดจากความประมาทร่วมของหลายฝ่าย ทั้งคนขับรถเมล์, พนักงานขับรถไฟ และเจ้าหน้าที่คุมสัญญาณ ทั้งนี้ นายรักสิทธิ์ยังขานรับแนวคิดจากการประชุมร่วมกับ บช.น. ช่วงเช้า ที่จะดึงอาสาจราจรเข้ามาช่วยเฝ้าและอำนวยความสะดวกบริเวณจุดตัดทางรถไฟเพื่อเพิ่มความปลอดภัยวันเดียวกัน เกือบจะเกิดอุบัติเหตุทางรถไฟซ้ำที่ จ.ลพบุรี พล.ต.ต.บรรยง สันติปรีชาวัฒน์ ผบก.ภ.จ. ลพบุรี สั่งการด่วนให้ตำรวจ สภ.ท่าหิน เร่งตรวจสอบติดตามคนขับรถตู้รับส่งนักเรียน ที่ปรากฏคลิปจอดนิ่งบนรางรถไฟบริเวณจุดตัดแยกซุ้มประตูชัย ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี โดยมีไม้กั้นตกถึงพื้นหลังรถ โดยมีเสียงตะโกนเรียกโหวกเหวกจากรถคันอื่นๆ เสียงบีบแตร เสียงเตือนจากหวูดรถไฟดังลั่น ก่อนที่นายสมชาย ม่านอ่อน อายุ 56 ปี พนักงานกั้นถนนซุ้มประตูชัย กม.132+433.00 ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ต้องรีบวิทยุบอกนายสถานี ให้รถไฟชะลอการเคลื่อนตัวจากสถานี ที่อยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตร พร้อมวิ่งออกจากซุ้มไปยังรถตู้ ก่อนที่จะไล่ให้ออกจากรางเพื่อเคลียร์เส้นทางให้ปลอดภัย ก่อนที่รถไฟขาล่องจะวิ่งผ่านไปได้ ท่ามกลางความโล่งใจของประชาชนในช่วงเวลาเร่งด่วน เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 22 พ.ค. จากการตรวจกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบว่ารถตู้รับส่งนักเรียนคันดังกล่าว ทะเบียน ฮม-2775 กรุงเทพ มหานคร มีนายสังวาล เปรมปรีด์ อายุ 55 ปี ชาวอำเภอท่าวุ้ง เป็นคนขับ ตำรวจได้โทร.ติดต่อให้มาพบแล้วแต่เจ้าตัวยังไม่สะดวกที่จะมาพบ และยังปฏิเสธที่จะตอบคำถามต่างๆอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่