ตำรวจ ตม.รวบหนุ่มเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาตามหมายแดงตำรวจสากล เครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ หนีเข้าไทย มากบดานในคอนโดฯย่านห้วยขวางกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ไปอยู่ที่ฟิลิปปินส์หลอกคนเกาหลีในต่างแดนส่งไปให้เครือข่ายที่กัมพูชาและฟอกเงิน ทางการเกาหลีตามล่าตัว ตรวจสอบประวัติเคยต้องโทษข่มขืนและค้ายาเสพติด ตำรวจประสานทางการเกาหลีส่งตัวกลับไปดำเนินคดีตำรวจ ตม.รวบหนุ่มเกาหลีใต้ผู้ต้องหาหนีคดีเข้าไทย เปิดเผยเมื่อสายวันที่ 30 เม.ย. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส.บก.ตม.3 พ.ต.ท.จตุรโชค เพชรคง สว.กก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังจับกุมนายจีจู คิม อายุ 30 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหารายสำคัญตามหมายแดง (Red Notice) ของตำรวจสากล (INTERPOL) ในคดีกลุ่มอาชญากรองค์กร ฉ้อโกงทางการเงินที่ใช้ระบบโทรคมนาคมเป็นฐานที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัวคดีนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ให้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลสัญชาติเกาหลีใต้คือนายจีจู คิม เป็นบุคคลตามหมายแดงของตำรวจสากลในคดีกลุ่มอาชญากรองค์กร ฉ้อโกงทางการเงินที่ใช้ระบบโทรคมนาคมเป็นฐาน และได้ร่วมกันสมคบกับผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น เพื่อโอนสื่อหรือข้อมูลสำหรับใช้ในการกระทำความผิดฉ้อโกง ระหว่างพำนักอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ หลอกลวงคนเกาหลีในต่างแดนส่งตัวไปยังศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชาเพื่อกักขัง อีกทั้งยังฟอกเงินจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ (Voice Phishing) เป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT) หลบหนีคดีเข้ามายังประเทศไทยแนวทางการสืบสวนทราบว่า นายจีจู คิม เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 2 เม.ย. ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว พักอยู่ที่ คอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ห้วยขวาง กรุงเทพฯ นอกจากนี้ยังมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตำรวจนำกำลังจับกุมและตรวจยึดของกลาง ยาไอซ์น้ำหนัก 1.31 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (เพิกถอนวีซ่า) เนื่องจากเข้าลักษณะคนต่างด้าวที่เป็นบุคคลต้องห้ามมีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมตามกฎหมายคนเข้าเมืองจากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในต่างประเทศพบว่า ผู้ต้องหารายนี้เคยต้องโทษคดีอาญาประเทศเกาหลีใต้ในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอนาจารในลักษณะข่มขืน เมื่อปี พ.ศ.2565 และคดีจำหน่ายยาเสพติดในปี พ.ศ.2567 อันแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์เป็นบุคคลอันตรายและมีแนวโน้มก่อเหตุซ้ำ ควบคุมตัวเพื่อดำเนินการผลักดันออกนอกราชอาณาจักรและประสานส่งตัวให้ทางการเกาหลีใต้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่