คุมตัวฝากขัง “หมวดโจ้” รอง สารวัตรสืบเมืองพัทยาเมาคลั่งรัวฆ่าเจ้าของร้านกัญชา โดนแจ้งเพิ่มเป็น 4 ข้อหาทั้งฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่า ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และพกปืนในที่สาธารณะ ผู้การเมืองชลบุรีลุยจี้คดียันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แม้ผู้ต้องหาเป็นตำรวจต้องเอาผิดทุกข้อหาไม่ช่วยเหลือเด็ดขาด แจงพฤติกรรมด่ากราดเพราะเมาหนักแต่ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ หลังสร่างเมาเอาแต่ก้มหน้าเงียบไม่ตอบคำถามผู้สื่อข่าวขณะนำตัวขึ้นรถไปส่งศาล พนักงานสอบสวนค้านประกันโดยศาลไม่ให้ประกันตัว ถูกส่งตัว เข้าเรือนจำทันทีจากเหตุการณ์ ร.ต.ต.จีระศักดิ์ ศรีคัทธะนาม อายุ 54 ปี หรือหมวดโจ้ รอง สว.สส.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมาสุราคลุ้มคลั่งขาดสติ ชักปืนจ่อยิงนายภัทรธร จิรโชคชัยกุล อายุ 41 ปี เจ้าของร้านกัญชา เสียชีวิตบริเวณด้านหลังร้านกัญชาเลขที่ 104/3 ถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ สาเหตุจากหมวดโจ้มีปากเสียงกับหุ้นส่วนของผู้ตายที่นั่งกินเหล้าอยู่ด้วยกัน ผู้ตายพยายามห้ามปรามกลับถูกรัวยิงใส่ 3 นัดซ้อนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 19 เม.ย. ขณะถูกจับกุมหมวดโจ้ยังเอะอะโวยวายด่ากราด สวป.หัวหน้าชุดจับกุม อย่างไม่สะทกสะท้านกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความคืบหน้าที่ สภ.เมืองพัทยา เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 20 เม.ย. พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ณรงค์ฤทธิ์ วาพันสุ รอง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ. เมืองพัทยา เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อสรุปสำนวนคดี ภายหลังการประชุม พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ เผยว่า คดีนี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. กำชับ ให้มาติดตามรับฟังความคืบหน้าของคดี เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นตำรวจจะต้องดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมดำเนินคดีให้โดยเร็วที่สุดผบก.ภ.จ.ชลบุรี เผยต่อไปว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาให้ความร่วมมือให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ยังไม่ ขอเปิดเผยรายละเอียดคำให้การ เนื่องจากเกรงจะเสีย รูปคดี วันนี้จะส่งตัวผู้ต้องหาไปฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา ส่วนประเด็นเรื่องพฤติกรรมผู้ต้องหาในวันเกิดเหตุที่มีการด่าทอตำรวจที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าตัวอยู่ในอาการมึนเมา แต่ถึง แม้จะเมาก็ไม่มีเหตุบรรเทาโทษ ให้เอาผิดทุกข้อกล่าวหา ที่กระทำผิดในวันนั้น ยืนยันว่าคดีนี้ตำรวจจะให้ความยุติธรรมถึงแม้ตัวผู้ต้องหาจะเป็นตำรวจก็ตามพ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา กล่าวว่า ยืนยันจะดำเนินคดีผู้ต้องหาตามขั้นตอนกฎหมายไม่มีการช่วยเหลืออะไรทั้งสิ้น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะเป็นเรื่องระหว่างตำรวจกับประชาชน แต่เป็นปัญหาส่วนตัว ที่ผ่านมาทั้งผู้ต้องหาและผู้ตาย ก็รักกันดี เพียงแต่พูดจากันไม่เข้าหูในวงเหล้าเป็นเหตุ ซึ่งหน้า ยืนยันตำรวจจะทำงานอย่างตรงไปตรงมาและ ขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิตมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนประเด็นที่ผู้ต้องหาโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งลงน้ำทะเล จากการ สอบสวนอ้างว่าเป็นเพราะความเมาและความโมโห เห็นอะไรก็ขว้างปาลงทะเล ไม่เกี่ยวข้องกับคดีผกก.สภ.เมืองพัทยา เผยต่อไปว่า พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาหมวดโจ้เพิ่มเติม รวมทั้งหมดเป็น 4 ข้อหา ประกอบด้วย ฐานความผิดฆ่าผู้อื่น พยายามฆ่าผู้อื่น ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนเรื่องตัวบุคคลที่ถูกควบคุมตัวไว้ ในวันเกิดเหตุพร้อมกับหมวดโจ้ เบื้องต้นทราบว่าเป็นลูกน้องที่มาด้วยกัน ไม่พบการกระทำผิดใดๆ จึงไม่มีชื่อปรากฏในสำนวนคดีต่อมา เวลา 13.40 น. พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา เจ้าของคดีพร้อมกำลังตำรวจสายตรวจ ควบคุมตัว ร.ต.ต.จีระศักดิ์ หรือหมวดโจ้ ผู้ต้องหาเดินทางไปยังศาลจังหวัดพัทยา เพื่อฝากขังผัดแรก ระหว่างเดินขึ้นรถควบคุมตัวผู้ต้องหา ผู้สื่อข่าวพยายาม พูดคุยสอบถามว่าอยากบอก หรือพูดอะไรหรือไม่ แต่หมวดโจ้เอาแต่ก้มหน้านิ่งปิดปากเงียบไม่ยอมตอบคำถามใดๆ เมื่อไปถึงศาลจังหวัดพัทยา พนักงานสอบสวนยื่นเรื่องฝากขังพร้อมขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ โดยญาติใช้เงินสด 5 แสน ขอประกัน ศาลอนุญาตให้ฝากขังและไม่ให้ประกันก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษพัทยาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่