ปลายเดือนเมษาฯ อากาศยังร้อนคงเส้นคงวา ผมเป็นคนแก่คนหนึ่งที่คิดว่าทนร้อนไปให้ถึงเดือนหน้า เดือนพฤษภาฯ อากาศคงเย็นลงเหมือนเพลง “ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ กบมันก็ร้องงึมงำ”...เสียทีในอารมณ์เบื่อเมษาฯหน้าร้อน เดินออกนอกชายคาก็หาร่มกาง...ผมเปิดหนังสือ “เรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ๆ” (สุริเทพไชยมงคล เขียน อินสไปร์ พิมพ์ พ.ศ.2553) ถึงเรื่องที่ 66 เจอเรื่องพระอาทิตย์ในฤดูหนาวอยากอ่านเพราะก็อยากรู้ พระอาทิตย์ในฤดูหนาวจะมีความหมายต่อเราในอารมณ์ไหน?ส่วนเริ่มต้นของเรื่องเล็กๆเล่าไว้ ดังนี้นักศึกษาคนหนึ่งต้องไปบ้านศาสดาพยากรณ์ทุกวัน ยืนยันไมตรีจิตรมิตรภาพศิษย์กับอาจารย์ สืบสานต่อเนื่องยาวนานด้วยดีแต่เมื่อถึงวันนั้น สถานการณ์เปลี่ยนไป ศาสดาพยากรณ์บอกเขาว่า“แม้มิตรภาพของเราจะเติบโตอย่างต่อเนื่องก็ตาม...แต่ข้า ก็ไม่อยากให้เจ้ามาบ้านข้าทุกวัน”ขณะที่ศิษย์งงงันและพยายามทำความเข้าใจ ศาสดาพยากรณ์ ก็เล่านิทานเรื่องหนึ่ง“มีคนถามนักศึกษาคนหนึ่งว่า พระอาทิตย์นั้นช่างทั้งงามสง่าและสูงส่ง แต่ทำไมไม่เคยมีใครได้ยินว่า มีใครรักและทะนุถนอมมันเล่า”นักศึกษาอีกคนตอบ “แสงอาทิตย์สาดส่องบนร่างกายเราอยู่ ทุกวัน แต่ว่าในฤดูหนาว เมื่อมันถูกเมฆบัง เราจึงรู้ว่ามันมีค่า”จบเรื่องเล่าเรื่องเล็กแค่นี้...หากมีอีกหลายคำถามค้างคาใจฟังคำอธิบาย “ความหมายใหญ่” ต่อไปนี้สิ่งของที่สวยงาม เมื่อมีปริมาณน้อย เราจึงรู้ว่ามีค่ามากด้วยเหตุผลเดียวกัน เราสามารถนำมาอธิบายนิทานที่ใช้ดวงอาทิตย์เป็นตัวอย่างจากมุมมองด้านวิชาการ มนุษย์เป็นสัตว์สังคม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคนเราจะไม่ต้องการความเป็นส่วนตัว แม้จะต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางสังคม แต่คนเราก็อยากมีอิสระบ้างในบางเวลาดังนั้น แม้จะเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่เคยมีความลับต่อกันและกันเลย ก็ควรเว้นระยะห่างที่เหมาะ เพื่อให้แต่ละฝ่ายมีอิสระของตัวเองบ้างเหมือนคำกล่าวหลักการบู๊บุ๋น เดี๋ยวตึงเดี๋ยวหย่อน เมื่อต้องปฏิสัมพันธ์กับคน อย่าปรับเส้นความสัมพันธ์ให้ตึงเกินไป ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมาก อาจทำให้เกิดความเบื่อหน่ายได้ทุกเมื่อคนโบราณเมื่อสองพันปีที่แล้ว เคยพูดถึงเรื่องระยะห่างไว้ดังต่อไปนี้“คนงามอยู่อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำ”หญิงงามที่ยังไม่ได้มีชายครอบครอง ช่างดูสวยงามและเพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่ง ความงามที่เกิดจากระยะห่าง ทำให้คนเฝ้าใฝ่ฝันและโหยหา เกิดความปรารถนารุนแรงชนิดที่ไม่มีอำนาจใดต้านทานได้ดังนั้น คนฉลาดจึงรู้จักรักษาระยะห่างให้พอเหมาะพอดีผมอ่านเรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ๆ เรื่องนี้จบ ดูรายการคุยให้คิด ทีวีไทยพีบีเอส หัวค่ำวันศุกร์ ฟังทั้งคุณสุทธิชัย คุณวีระ คุยกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย ทำนองว่าตอนคุณอนุทินเป็นนายกรักษาการมีหลายเรื่องเข้าตาประชาชนแต่พอมาถึงเดือนที่ห้า เป็นรัฐบาลตัวจริง...หลายๆบทที่เล่นที่เคยดูกันดีๆ ถึงตอนนี้มีคนเบื่อแล้ว แค่เล่นบทจอดรถเติมน้ำมันเอง ก็มีเสียงวิจารณ์ ทำไปทำไม ไม่เห็นเนื้อหาสร้างสรรค์กับบ้านเมืองประการใดเลยสองเสียงพิธีกรดังทีวี ทำให้ผมคิดคำถึงคำโบราณสองพันปี “คนงามอยู่อีกฝั่งน้ำ” ขึ้นมาทันที.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม