ชาวพุทธส่วนใหญ่รู้ เราอยู่ระหว่างรอเวลาพระศรีอาริย์ พระพุทธเจ้าองค์ที่ห้ามาโปรด...แต่น้อยคนจะรู้ว่า ชาวฮินดูก็อยู่ระหว่างรอเวลาจอมอสูรฤทธิ์เดชไร้เทียมทาน ชื่อท้าวพลีมาโปรดเหมือนกันเรื่องราวของท้าวพลีมีอยู่ในวามนาวตาร...นารายณ์อวตาร ปางที่ 5 ว่า...ในมหกรรมเกณฑ์แรงกวนเกษียรสมุทรนั้น ท้าวพลีเจ้าโลกบาดาลก็ถูกเกณฑ์ไปช่วยเต็มกำลังระหว่างพวกอสูร (ตำรานี้ไม่ใช่นาค) จากบาดาลออกแรงขึงขัง เกิดกระทบกระทั่งกับเทวดาถึงขั้นรบกัน ผลคือท้าวพลี หัวหน้าโลกบาดาลถูกเทวดาฆ่าตายบริวารอสูรอุ้มศพนายกลับไปทำพิธีชุบในบาดาล ท้าวพลีฟื้นขึ้นมาได้เกิดมานะแรงกล้า บำเพ็ญตบะจนแน่ใจว่ามีฤทธิ์เดชยิ่งยวด ก็ยกทัพอสูรบุกขึ้นสวรรค์ชั้นอมราวดี (ไม่ใช่ดาวดึงส์) แก้แค้นพระอินทร์รบไม่กี่เพลงก็เอาชนะพระอินทร์ ยึดสวรรค์ได้ โลกมนุษย์จึงกลายเป็นของแถมส่วนพระอินทร์หนีไปฟ้องพระนารายณ์ ปางนี้พระนารายณ์ อวตารเป็นพราหมณ์เตี้ย ชื่อวามน รอเวลาท้าวพลีทำพิธีก็ไปร่วมงาน ตามธรรมเนียมท้าวพลีต้องอนุญาตให้พราหมณ์ขอทักษิณางานนี้พราหมณ์เตี้ยขอของนิดเดียว แค่ที่ให้เดินสามก้าวท้าวพลีอนุญาต แต่ก็ตาเหลือก เมื่อเห็นพราหมณ์เตี้ยก้าวย่างแรกก็ตลอดสวรรค์ ก้าวย่างที่สองก็ตลอดโลกมนุษย์ ก็รู้ทันทีว่าเจอพระนารายณ์เป็นเจ้าตัวจริงๆเข้าให้แล้วท้าวพลีกราบแสดงความสำนึกตัวขอบูชาองค์นารายณ์ ถึงบทนี้พระนารายณ์ก็ใจดีตามสูตร ไม่เพียงให้อภัย ยังให้พร ต่อไปภายภาคหน้าจะให้ครองสามโลก สวรรค์ โลก บาดาลอีกครั้งแต่ระหว่างรอเวลาให้กลับไปทบทวนวิชาบ้าอำนาจที่บาดาล ไปพลางๆพรพระนารายณ์ข้อนี้ พวกพราหมณ์ที่รู้ทางลมดี...จึงเตรียมตัวเตรียมใจ สอพลอเอาใจล่วงหน้า เมื่อมีงานพิธีกรรมสำคัญ พราหมณ์จึงใส่ชื่อท้าวพลีขึ้นต้นไว้ในบทสวดบูชา“โอม พระภูมิธรณี กรุงพาลีเรืองฤทธิ์...”“กาญจนาคพันธุ์” เขียนเรื่องนี้ลงนิตยสารไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2490 สำนักพิมพ์รวมสาส์น พิมพ์เป็นเล่มในหนังสือ คอคิดขอเขียน ปี 2514 ว่า ชื่อท้าวพลี เพี้ยนเป็น “พาลี” หรือ “กรุงพาลี” จึงทำให้เข้าใจไขว้เขวไปว่า ท้าวพลี คือพาลี พี่สุครีพ (ในรามเกียรติ์)และความนับถือท้าวพลีนี้ก็ลงหลักปักฐานแน่นหนาถึงขั้นทำรูป (ไม่แน่ใจ เขียนเป็นภาพหรือทำเป็นรูปปั้น) ประดิษฐานไว้ในศาลหลักเมืองกรุงเทพฯใครไปไหว้ศาลหลักเมือง ช่วงแรกๆก็ได้เห็นท้าวพลีอยู่กับ เทพารักษ์ ชุด พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง แต่คนรุ่นหลังโดยเฉพาะรุ่นที่อ่านจากคอลัมน์นี้ ไปก็ไม่เห็น เพราะมีการปรับปรุงตกแต่งศาล หลักเมืองใหม่หลายครั้งแต่ก็ใช่ว่า จะไม่มีวี่แววท้าวพลีในศาลหลักเมืองเอาเสียเลย ...สี่ห้าปีที่แล้วนี่เอง ผู้ใหญ่คนหนึ่งของผม คุณแหม่ม (เพ็ชรากรณ์) ชวนพวกเราไปศาลหลักเมือง ร่วมพิธีบวงสรวง ผมตั้งใจฟังพราหมณ์อ่านโองการยืดยาว...พอได้ยินตอน โอมพระภูมิธรณี กรุงพาลีเรืองฤทธิ์ ก็ดีใจ ที่ยังมีท้าวพาลีในศาลหลักเมือง ถือเป็นโอกาสให้พวกเราได้บูชาท้าวพลีล่วงหน้า...เผื่อถึงวันที่ท่านได้กลับมาเป็นใหญ่ในสามโลกปะเหมาะเคราะห์หามยามร้าย เอ้อ! อย่างสหรัฐฯกับยิวรบกับอิหร่าน...ก่อปัญหาน้ำมันแพง ฯลฯ คราวนี้ ท่านจะได้ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาได้บ้างผมว่า คนไทยงานนี้ เจอสองเด้งหนักหนา...เจอโจรปล้นโลกแล้ว ยังต้องเจอโจรปล้นเมืองซ้ำ.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม