ตำรวจท่าข้ามคุมตัวฝากขังศาลอาญาธนบุรี หนุ่มร้านทองทวงหนี้หื่น 7 แสน เหยื่อสาวแฟนเก่าด้วยการข่มขู่บังคับให้อมนกเขาแล้วข่มขืนจนเหยื่อสาวพบคลิปตัวเองว่อนโซเชียลโร่แจ้งตำรวจกดดันจับทันควัน ผู้การ บก.น.9 เผยเป็นคลิปเก่ากลางปี 68 แต่มีการนำมาเผยแพร่มี.ค.69 ยันไม่ใช่เป็นการทวงหนี้โหดนอกระบบ แต่เป็นเรื่องคู่รักเก่าตามทวงเงิน ด้าน ผกก.สน.ท่าข้าม ระบุเบื้องต้นไม่ใช่เป็นการปล่อยคลิปขาย แต่น่าจะเกิดจากคลิปหลุดจับหนุ่มทวงหนี้สาวแฟนเก่าบังคับอมนกเขา เปิดเผยเมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 19 มี.ค. พนักงานสอบสวน สน.ท่าข้าม ควบคุมตัวนายจิราภาส หรือแบงค์ กังวาลไกร อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุข่มขู่บังคับข่มขืนอดีตแฟนสาวปล่อยคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์จำนวนมาก หลังเข้ามอบตัวกับฝ่ายสืบสวน สน.ท่าข้าม เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหา “ข่มขืนกระทำชำเราโดยใช้กำลังประทุษร้าย และมีการบันทึกภาพหรือเสียงไว้, ข่มขืนใจผู้อื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลลามกอันประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้” เพื่อนำตัวส่งฝากขังที่ศาลอาญาธนบุรี นายจิราภาสมีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัดและไม่มีญาติมาเยี่ยม โดยเอาผ้าคลุมศีรษะตลอดเวลา ไม่ขอตอบคำถามสื่อใดๆสำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากมีการเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ ปรากฏคลิปหญิงสาวรายหนึ่งถูกผู้ต้องหาข่มขู่ทวงหนี้และกระทำอนาจาร โดยการบังคับให้อมอวัยวะเพศ และข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ต่อมาวันที่ 13 มี.ค.69 น.ส.นก (นามสมมติ) อายุ 30 ปี ผู้เสียหายพบว่าคลิปดังกล่าวคือภาพตนเองทำให้ได้รับความเสียหาย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.หญิง ธนัตถ์นพนันท์ จูจันทร์ รอง สว. (สอบสวน) สน.ท่าข้าม โดยให้การว่า ได้รู้จักและคบหากับนายจิราภาสผู้ต้องหารายนี้ผ่านแอปฯหาคู่ ต่อมามีการยืมเงินระหว่างกันประมาณ 700,000 บาท ก่อนเลิกรากันไปผู้เสียหายให้การต่อว่า กระทั่งวันที่ 10 มิ.ย.68 ผู้ต้องหาได้ติดตามหาตนกระชากโทรศัพท์มือถือ และบังคับพาไปยังห้องน้ำบริเวณที่พักในแมนชันแห่งหนึ่ง ซอยพระราม 2 ซอย 50 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ถูกผู้ต้องหาทำร้ายร่างกายและข่มขู่ บังคับให้ตนกระทำทางเพศตามที่เป็นภาพในคลิปอ้างเรื่องหนี้สินเป็นเงื่อนไข ผู้เสียหายยอมทำเพราะเกรงกลัวว่าจะได้รับอันตรายต่อมาวันที่ 13 มี.ค.69 ผู้เสียหายทราบว่ามีคลิปฉาวของตนถูกเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์หลายแพลตฟอร์ม ตรวจพบอย่างน้อย 5 คลิป บางคลิปเป็นเหตุการณ์ระหว่างคบหาที่ผู้เสียหายยินยอมให้บันทึกภาพ แต่ไม่ได้ยินยอมให้นำไปเผยแพร่ บางคลิปเป็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ผู้เสียหายไม่ยินยอมทั้งการกระทำและการบันทึกภาพ เชื่อว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นอดีตแฟนเก่าบันทึกและครอบครองคลิปดังกล่าว พนักงานสอบสวนได้รับคำร้องทุกข์รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาธนบุรีออกหมายจับ โดยชุดสืบสวนได้กดดันติดตามตัวจนยอมเข้ามอบตัวด้าน พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวไม่ใช่แก๊งทวงหนี้โหดนอกระบบ เป็นเรื่องของผู้เสียหายและผู้ต้องหาเคยคบกันเป็นคู่รัก ระหว่างคบหากันทั้งคู่มีการยืมเงินกัน ส่วนคลิปวิดีโอที่ถ่ายภาพผู้เสียหายเกิดขึ้นในช่วงเดือน มิ.ย.68 แต่ผู้ต้องหานำมาเผยแพร่ในเดือน มี.ค.69 ได้รับความเสียหายจึงเข้ามาแจ้งความ ส่วนรายละเอียดอย่างอื่นไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดีขณะที่ พ.ต.อ.วิชยานนท์ เอกตาแสง ผกก.สน.ท่าข้าม กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายเบื้องต้นยืนยันว่านายจิราภาส ผู้ก่อเหตุเป็นอดีตแฟนผู้เสียหาย คบหากัน 2-3 ปี ก่อนจะเลิกรากันไป กระทั่งวันที่ 10 มิ.ย.68 ผู้ก่อเหตุบังคับให้ผู้เสียหายมีเพศสัมพันธ์เพื่อชดใช้หนี้ พร้อมบันทึกคลิปวิดีโอไว้ แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวยังไม่มีการเผยแพร่คลิป ส่วนการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหามีฐานะค่อนข้างดี ครอบครัวเคยเปิดร้านทองให้ดูแลร่วมกับพี่ชาย ก่อนที่ระยะหลังพี่ชายจะเข้ามาดูแลธุรกิจเต็มตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีปัญหาทางการเงินจากการนำเงินไปให้ผู้เสียหายยืม แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันจำนวนเงินที่แน่ชัดได้ คาดว่าเป็นจำนวนไม่น้อยและยังไม่ชำระคืนผกก.สน.ท่าข้ามเผยต่อว่า ผู้ก่อเหตุไม่ได้เป็นแก๊งทวงหนี้โหด ขอความร่วมมือประชาชนหากพบเห็นคลิปผู้เสียหายขอให้งดการแชร์ต่อ เนื่องจากผู้เสียหายถือเป็นเหยื่อ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะติดตามตรวจสอบผู้ที่เผยแพร่คลิป เพื่อตรวจสอบเจตนาและพิจารณาดำเนินคดีหากพบพยานหลักฐานเพียงพอ คาดว่าอาจไม่ใช่การนำไปขาย แต่เป็นการหลุดและถูกส่งต่อกัน ตรวจสอบพบมีหลายคลิปทั้งในช่วงที่ยังคบหาและหลังเลิกรากันไป หลังการจับกุมผู้เสียหายรู้สึกสบายใจขึ้น พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ขณะเดียวกันโทรศัพท์มือถือผู้ต้องหามีหลายเครื่องอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เย็นวันเดียวกัน ที่ศาลอาญาธนบุรี มีรายงานว่า ภรรยาผู้ต้องหายื่นคำร้องต่อศาลพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างฝากขัง ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ต้องหาถูกกล่าวหากระทำผิดหลายข้อหา ทั้งยังให้การรับสารภาพตลอดข้อหา และผู้ร้องคัดค้านหากปล่อยชั่วคราวเกรงจะหลบหนีไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว จากนั้นศาลได้ออกหมายขังและมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษธนบุรีอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่