เหยื่อแห่แจ้งความดำเนินคดี “แอ็คมี่-วรวัฒน์ นาคแนวดี” ผัวอดีตนางเอกละครชื่อดัง หลังทำตัว เป็นผู้เชี่ยวชาญการค้าเงินดิจิทัล เปิดบริษัทชักชวนเหยื่อร่วมลงทุนเล่นคริปโตฯสกุลใหม่ ตอนแรกได้ผลตอบแทนตรงเวลา มาช่วงหลังเบี้ยวดื้อๆ อ้างถูกตรวจสอบ ผู้เสียหายเพียบนับพันคน ความเสียหาย กว่า 1,300 ล้านบาท ตรวจสอบล่าสุดเผ่นไปเสพสุขอยู่ดูไบแล้ว ที่น่าตกใจเว็บไซต์และเพจออนไลน์ยังเปิดหลอกลวงเหยื่ออยู่ ทำให้มีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 มี.ค. นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม นำกลุ่มผู้เสียหาย กว่า 30 คน เข้าร้องทุกข์กับ พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ. ดำเนินคดีนายวรวัฒน์ หรือแอ็คมี่ นาคแนวดี สามีของอดีตนางเอกละครทีวีช่อง 8 นนนี่-ณัฐชา ชูมัคเกอร์ หลอกผู้เสียหายลงทุนสกุลเงินดิจิทัล รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,386 ล้านบาทนายแทนคุณเผยว่า ผู้เสียหายมาร้องเรียนหลายคน อ้างว่าถูกนายแอ็คมี่-วรวัฒน์ สามีของอดีตนางเอก หลอกให้ร่วมลงทุนรูปแบบเหรียญสกุลเงินดิจิทัลชื่อ WOWBiT และ ACET ONLY อ้างว่าจะว่าให้ผลตอบแทน 500 เท่าในวันที่ 1 มี.ค. ที่ครบสัญญา ผู้เสียหายทุกคนเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ แต่พอถึงวันดังกล่าวพบว่าไม่สามารถถอนเงินได้ ติดต่อไปยังนายแอ็คมี่อ้างว่าระบบถูกแฮ็กและติดกฎหมายฟอกเงินต่างประเทศ จนมีปัญหา“ตรวจสอบข้อมูลพบว่า เมื่อปี 2568 นายแอ็คมี่เคยถูกแจ้งความดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชนจนตำรวจออกหมายจับ ปัจจุบันนายแอ็คมี่หนีหมายจับไปอยู่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนตัวมองพฤติกรรมนายแอ็คมี่น่าจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.ก.เงินกู้นอกระบบ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และ พ.ร.บ.ฟอกเงิน สามารถยึดทรัพย์ได้ในอนาคต แต่คดีไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากผู้เสียหายจำนวนมากไม่ได้เก็บหลักฐานไว้ ขั้นตอนการสอบสวนล่าช้า รวมถึงพนักงานสอบสวนรับผิดชอบคดีโยกย้ายไปตามวาระ ทำให้สำนวนเปลี่ยนมือไม่มีความต่อเนื่อง” นายแทนคุณกล่าวผู้เสียหายรายหนึ่ง (ขอไม่เปิดเผยชื่อ) เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตพบเพจ ACET ONLY ชักชวนสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวการลงทุน เงินดิจิทัล ตัดสินใจเข้าร่วมลงทุนไปหลักล้านบาท ส่วนลักษณะการชักชวนคือให้ลงทุนซื้อคริปโตเคอร์เรนซี ชื่อเหรียญ ACT Warriors คล้ายฝากประจำ ส่วนสัญญาแล้วแต่ตกลง อ้างว่าหากลงทุนจนครบสัญญาจะได้ผลตอบแทน 500 เท่า รวมทั้งสัญญาว่าจะทำให้เหรียญมีมูลค่ามากกว่าที่เคยซื้อ ช่วงแรกยังได้รับผลตอบแทน แต่เมื่อครบสัญญากลับไม่สามารถถอนเงินได้“ผู้เสียหายหลายคนที่ร่วมลงทุน เพราะแอ็คมี่สร้างโปรไฟล์ดีถ่ายภาพคู่กับคนดัง ทั้งนักการเมืองไทยและต่างชาติ ใช้ความรู้ด้านดิจิทัลสร้างความน่าเชื่อถือ อ้างว่าตัวเองเป็นผู้ถือบิทคอยน์เยอะที่สุดในประเทศไทย เวลาจัดสัมมนาแต่ละครั้งมีผู้เข้าร่วมหลักร้อยถึงหลักพันคน ผู้เสียหายหลายคนหลงเชื่อเอาเงินเก็บทั้งหมดมาร่วมลงทุน บางคนป่วยเป็นมะเร็งอยากได้เงินกลับไปรักษาตัวแต่ไม่สามารถเอาเงินไปรักษาตัวได้ บางคนรอจนเสียชีวิตก็มี แต่คนโกงพวกเรากลับอยู่สุขสบายที่ดูไบ และข่มขู่ว่าไม่มีทางฟ้องชนะ รวมทั้งด่าคนที่ไปฟ้องหรือผู้เสียหายว่า เป็นพวกโง่ หลายคนไม่กล้าแจ้งความเพราะคิดว่า เป็นความผิดของตัวเอง ตอนนี้มีผู้เสียหายกว่าพันคน”มีรายงานด้วยว่า ผู้เสียหายเข้าไปตรวจสอบพบว่า เว็บไซต์ชักชวนการลงทุนต่างๆของนายแอ็คมี่ ยังเปิดอยู่ ทำให้ยังมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกลวงด้าน พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ. เผยว่า นายแอ็คมี่เคยถูก กก.3 บก.ปอศ.ดำเนินคดี หลังคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งความจนถูกออกหมายจับ ส่วนเรื่องที่ผู้เสียหายมาแจ้งครั้งนี้เป็นการถูกหลอกให้ลงทุนคริปโตฯอ้างว่าได้ผลตอบแทนสูง แรกๆได้เงินคืน แต่พอนานไปกลับไม่ได้รับผลตอบแทน ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ.รับเรื่องไว้ อาจต้องเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตั้งเป็นรูปคณะพนักงานสอบสวนในคดีนี้ด้วยมีรายงานข่าวด้วยว่า ประมาณปี 2567 สำนักงาน ก.ล.ต.ร้องทุกข์กล่าวโทษกับ กก.3 บก.ปอศ.ดำเนินคดีนายวรวัฒน์ นาคแนวดี หรือแอ็คมี่ และบริษัท 1000X Limited ข้อหาประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชกำหนดประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล 2561 เนื่องจากพบว่าเว็บไซต์ 1000x.live และเฟซบุ๊กเพจเกี่ยวข้องชักชวนให้ประชาชนซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล จัดทำระบบซื้อขายและจับคู่คำสั่งซื้อขาย (Matching) เข้าข่ายประกอบธุรกิจ “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล” หรือ “นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล” โดยบริษัทฯและนายวรวัฒน์ไม่ได้ขอรับใบอนุญาตถูกต้องจากกระทรวงการคลัง คดีนายแอ็คมี่ถูกออกหมายจับแล้ว ล่าสุดทราบว่าหนีไปอยู่ดูไบอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่