ดูเหมือนเราจะเข้าใจตรงกัน นักการเมืองสีเทา...ใคร? พวกไหน? รูปร่างหน้าตา และกิริยาอาการ อย่างไร? ถ้าจะพูดให้ง่าย นักการเมืองสีเทา ก็นักการเมืองที่หาเงินมาซื้อเสียง เมื่อเข้ารัฐบาลได้ก็ถอนทุนนั่นแล!ในหนังสือ “นิทานมิบ” (พิมพ์คำ พิมพ์ครั้งที่ 2 พ.ศ.2553) เอนก นาวิกมูล ค้นคว้าเรื่องโบราญ มาเขียนให้เด็กๆอ่านง่าย เรื่องที่ 24 ชื่อโกงโหงพรายกระต่ายผลุด...แค่ชื่อก็จี้ใจต้องอ่านให้เห็นดำเห็นแดงกันไปข้างลองอ่านๆกันไป น่าจะพอเข้าใจได้บ้างฝ่ายเจ้าพระยาบดินทรเดชาออกไปต่อตีเมืองญวนเขมร ต้องตรากตรำอยู่หลายปี ครั้งหนึ่งท่านมีใบบอกมายังกรุงเทพฯว่า ที่เมืองเขมรกำลังอดอยาก เพราะไม่ได้ทำไร่ทำนามา 2 ปีแล้วราษฎร พระเณร ต้องเข้าป่าหาหน่อไม้ มัน กลอย มารับประทานคนในกองทัพก็อดโซ ต้องล้มตายถึงพันคนเศษแล้ว ให้ข้าหลวงไปซื้อข้าวก็ยังไม่ได้กลับมามีความกราบทูลหลายประการ รัชกาลที่ 3 ทรงรับใบบอกแล้วโปรดเกล้าฯให้ตอบไปว่า ได้ทรงคะเนการทราบอยู่แล้วว่า ไพร่พลจะอดอยาก ด้วยตรากตรำมาหลายปี ให้กองทัพเรือในบังคับ พระยาอภัยพิพิธแม่ทัพเรือฝ่ายหัวเมือง เอาข้าวเอาเกลือไปส่งที่เมืองกำปอด (แดนเขมร) ก็หาได้ครึ่งไม่ กลับเอาข้าวเกลือคืนมาพระนครเสียอีกแล้วแก้ตัวว่า ไม่มีเรือเล็กจะลำเลียงเข้าไปในปากน้ำการที่ยกลงไปก็ไม่ได้นัดหมายให้พร้อมกัน ตื่นข่าวตื่นญวนยิ่งนักจนไม่เป็นราชการพระยายมราช แม่ทัพอีกคนก็เหมือนกัน ไปเสียทีญวนเสียยับเยิน จะให้ไปส่งข้าวที่เมืองกำปอด ก็เกือบจะไม่เป็นงานอีก ทรงเข็ดสติปัญญาแม่ทัพนายกองเสียแล้วแล้วยังโปรดเกล้าฯให้เขียนต่อไปอีกว่า “ถ้าได้ส่งแต่เพียงเมืองกะพงโสม ค่อยๆไกลกลิ่นอุจจาระ ปัสสาวะญวนเข้ามา พอจะกดขี่ให้เอาข้าวเกลือออกไปส่ง ลองตามบุญตามกรรมอีกสักครั้งหนึ่งบัดนี้ ได้ส่งสำเนาหนังสือ พระยาอภัยพิพิธวิจิตรพันธุพงศาปัญญาโกงโหงพรายกระต่ายผลุด แม่ทัพเรือหัวเมืองออกมาให้เจ้าพระยาบดินทรเดชา ดูสติปัญญาด้วย”ท้ายเรื่องนี้ เอนก นาวิกมูล อธิบายว่า อันสร้อยนาม “โกงโหงพรายกระต่ายผลุด” ที่ฟังแปร่งแปลก ซึ่งเป็นบรรดาศักดิ์ของแม่ทัพเรือหัวเมืองความจริงหาได้ยาวเช่นนั้นไม่หากรัชกาลที่ 3 ท่านทรงเป็นกษัตริย์เอาจริงเอาจังกับงาน เมื่อบัญชางานแล้วไม่ได้การยังทำเขลาอยู่ท่านก็ขัดพระราชหฤทัย เติมบรรดาศักดิ์ประจานให้เสียเลยเชิงอรรถท้ายเรื่องยังมีว่า เรื่องนี้เรียบเรียงจากหนังสือ พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 ของเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) สำนักพิมพ์คลังวิทยา 2506 หน้า 259-260 ตอน “ทรงกริ้วเจ้าพระยายมราช และนายทัพนายกอง”อ่านเรื่องที่คุณเอนกเขียน ทุกถ้อยกระทงความ...ก็พอจับความได้... นี่เป็นน้ำพระทัยเมตตาเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน...แม้ทรงขัดพระทัย ขุนนางทำงานได้ไม่ถึงเป้าหมาย...ก็ไม่ได้ทรงใช้พระราชอำนาจเด็ดขาด...การต่อสร้อยบรรดาศักดิ์ พระยาอภัยพิพิธ...ว่า โกงโหงพรายกระต่ายผลุด ชี้ชัดว่าทรงพิโรธ แต่ยังคงกุมพระสติไว้ได้ใช้แค่ภาษา “ด่าประจาน” เทียบกับโทษประหารที่พระเจ้าแผ่นดินอื่นเคยทำ เบาเหมือนปุยนุ่นนี่คงเป็นสำนวนหนังสือสมัย ร.3 โกงโหงพราย...โกงแบบผีๆ เข้าใจได้ที่ยังขบกันไม่แตก คือ “กระต่ายผลุด” ท่านทรงเอากระต่ายมาเกี่ยวกับเรื่องขุนนางโกง แล้วสัตว์นิสัยดีอย่างกระต่ายมาเกี่ยวอะไรไปด้วย.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม