ภูมิภาคตะวันออกกลางป่วน พันธมิตรสหรัฐฯรอบอ่าวเปอร์เซีย โดนแนวร่วมอิหร่านระบายความโกรธแค้นรุนแรง หลังเหตุการณ์ช็อกโลก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ถูก “มะกัน-ยิว” ระดมสรรพอาวุธรุมกินโต๊ะ สิ้นชีพคาห้องทำงานในทำเนียบกลางกรุงเตหะราน พร้อมสมาชิกครอบครัวและแกนนำรัฐบาลกลุ่ม “ไออาร์ซีจี” ประกาศล้างแค้น ปลุกโลกมุสลิมลุกขึ้นต่อสู้ตอบโต้อาชญากร “ทรัมป์” ระบุถือเป็นการจบชีวิตบุคคลชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ แบะท่าการเจรจาทางการทูตยังมีหวัง ประกาศกร้าวถ้าคิด สู้กลับ จะถูกบดขยี้หนักยิ่งขึ้น ขณะที่การสรรหาผู้นำคนใหม่ “ลูกชายคาเมเนอี-นักบวชสายเหยี่ยว-หลานโคไมนี” เป็นตัวเต็ง “กองทัพยิว” ยังไม่หยุดโจมตี ส่งฝูงบินรบทิ้งบอมบ์เมืองหลวงต่อเนื่อง อ้างรอบที่ผ่านมาฆ่าบุคคลสำคัญ-เจ้าหน้าที่ระดับสูงตายอื้อโลกเดือด หลัง “อเมริกา-อิสราเอล” รุมกินโต๊ะ “อิหร่าน” แบบไม่ให้ตั้งตัว เปิดปฏิบัติการ “สิงโตคำราม” (Roaring Lion) ส่งฝูงบินทิ้งระเบิดขีปนาวุธ โดรนพิฆาต ทิ้งบอมบ์กรุงเตหะราน เมืองหลวงอิหร่านและหัวเมืองสำคัญทั่วประเทศ “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศกร้าว ต้องการสังหาร “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เพื่อเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง อ้างอิหร่านสนับสนุนการก่อการร้ายและพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ เป็นภัยต่อความมั่นคงของแผ่นดินอเมริกา ขณะที่อิหร่านไม่ยอมสยบง่ายๆ ส่งขีปนาวุธวิถีโค้งยิงถล่มฐานทัพสหรัฐฯในประเทศพันธมิตรกลุ่มอาหรับรอบอ่าวเปอร์เซีย สร้างความกังวลทั่วโลก หวั่นสถานการณ์บานปลายเป็น “สงครามโลกครั้งที่ 3” ล่าสุดมีรายงานยืนยัน “คาเมเนอี” ผู้นำแห่งเปอร์เซียวัย 86 ปี เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งใหญ่ ส่งผลให้อนาคตของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ตกอยู่ในความไม่แน่นอน เพิ่มความเสี่ยงต่อความไร้เสถียรภาพในภูมิภาคตะวันออกกลางอิหร่านดับนับร้อย–เจ็บร่วมพันการศึกระหว่างกองทัพสหรัฐฯ-อิสราเอล กับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน The Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงค่ำคืนวันที่ 28 ก.พ. จนถึงเช้าวันที่ 1 มี.ค. สำนักข่าวในอิหร่าน ได้รายงานความเสียหายภายในประเทศ หลังปฏิบัติการทางทหารผ่านพ้นไป 1 วัน ระบุว่ายอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศของสหรัฐฯ และอิสราเอล ใน 24 จังหวัดของประเทศอิหร่านอยู่ที่ 201 ศพ และอาจเพิ่มขึ้น บาดเจ็บอีก 747 คนเด็ดชีพ “คาเมเนอี” คาห้องทำงานสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ว่า สำนักข่าวฟาร์ส ที่มีความใกล้ชิดกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) รายงานว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในห้องทำงาน ณ อาคารที่พักของผู้นำสูงสุด เมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา เป็นช่วงที่สหรัฐฯและอิสราเอลกำลังปฏิบัติการโจมตี ทั้งนี้ ภาพถ่ายจากดาวเทียมสังเกตการณ์ของแอร์บัสในช่วงเวลาเกิดเหตุ เผยให้เห็นกลุ่มควันสีดำพวยพุ่งขึ้นจากทำเนียบที่พักของผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเตหะราน ใกล้กับมหาวิทยาลัยเตหะราน ภาพดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่าอาคารอีกหลายหลังใกล้เคียงเสียหายหนักจากการโจมตีสังหารยกครัวพร้อมบุคคลสำคัญรายงานข่าวยังได้ระบุข้อมูลเพิ่มเติมว่า นอกจากผู้นำสูงสุดแล้ว สมาชิกในครอบครัวของคาเมเนอี ประกอบด้วย ลูกสาว ลูกเขย หลาน และลูกสะใภ้ เสียชีวิตจากการโจมตีในครั้งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน แหล่งข่าวระดับสูงจากสหรัฐฯเปิดเผยเบื้องหลังปฏิบัติการว่า กองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ กำหนดเวลาโจมตีให้ตรงกับช่วงที่คาเมเนอีกำลังจัดการประชุมร่วมกับนายทหารคนสนิทและที่ปรึกษาระดับสูง เดิมทีการประชุมถูกกำหนดไว้ในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. แต่หน่วยข่าวกรองอิสราเอลตรวจพบการเปลี่ยนแปลงตารางงานเป็นช่วงเช้า ทำให้ต้องตัดสินใจเลื่อนแผนโจมตีให้เร็วขึ้นเพื่อรักษาความได้เปรียบ การโจมตีครั้งนี้ส่งผลให้บุคคลสำคัญระดับสูงของอิหร่านเสียชีวิตพร้อมกันหลายราย รวมถึงนายอาลี ชัมคานี อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และโมฮัมหมัด พัคปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC)“นายกฯยิว” ยันพบศพ–ตายจริงขณะที่นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวถึงการโจมตีเป้าหมายบุคคลสำคัญในรัฐบาลอิหร่านว่า หลักฐานต่างๆบ่งชี้ถึงความเป็น ไปได้ที่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้จากโลกนี้ไปแล้ว ภายหลังจากที่กองทัพอากาศอิสราเอลเข้าจู่โจมอิหร่านระลอกแรก และปฏิบัติการทิ้งระเบิดโจมตีที่พำนักของคาเมเนอีในกรุงเตหะรานในวันเปิดศึก 28 ก.พ. เจ้าหน้าที่อาวุโสของอิสราเอลยืนยันว่าค้นพบร่างของคาเมเนอีในที่เกิดเหตุแล้ว รัฐบาลอิสราเอลขอยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่องตราบเท่าที่จำเป็น ความขัดแย้งครั้งนี้จะนำมาซึ่งสันติภาพที่แท้จริง“ทรัมป์” ย้ำสิ้นบุคคลชั่วร้ายที่สุดด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกมาร่วมยืนยันการเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดอิหร่านว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านและหนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ได้เสียชีวิตลงแล้ว นี่ไม่เป็นเพียงความยุติธรรมสำหรับชาวอิหร่าน แต่ยังเป็นความยุติธรรมสำหรับชาวอเมริกันที่ยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน คาเมเนอีไม่อาจรอดพ้นข่าวกรองและระบบติดตามตัวของสหรัฐฯ-อิสราเอล ถูกสังหารไปพร้อมกับแกนนำคนอื่นๆ ตอนนี้เป็นโอกาสทองของชาวอิหร่านในการทวงคืนประเทศ นายทรัมป์ยังโพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม TruthSocial ยกย่องความสำเร็จของหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามตัวอันล้ำสมัยที่ทำงานร่วมกับอิสราเอลอย่างใกล้ชิด จนสามารถระบุพิกัดและสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้สำเร็จรบ.เตหะรานยอมรับสิ้นชีพจริงแม้ตลอดช่วงดึกจะมีรายงานแย้งจากสื่อบางกระแสในตะวันออกกลาง ระบุว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เตรียมออกแถลงถ่ายทอดสดในอีกไม่กี่ชั่วโมงนี้ แต่ต่อมาสำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่าน ทั้ง ทาสนิม เมห์ร และเพรส ทีวี ได้อ่านแถลงของทำเนียบประธานาธิบดีอิหร่านว่า ผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลามอิหร่าน อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้วจากการโจมตีของพวกอาชญากรอเมริกาและรัฐบาลไซออนนิสต์ (อิสราเอล) เป็นการเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน พวกไซออนนิสต์ที่ขี้ขลาดพยายามเล่นสงครามจิตวิทยาว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านได้ไปหลบซ่อนตัวอยู่ในที่ปลอดภัยการก่ออาชญากรรมครั้งใหญ่หลวงนี้ จะไม่มีทางถูกปล่อยผ่าน และถือเป็นบทใหม่ของประวัติศาสตร์อิสลามและโลกมุสลิมชีอะห์ รัฐบาลขอประกาศไว้อาลัยผู้นำสูงสุดทั่วประเทศเป็นเวลา 40 วันผบ.ไออาร์จีซี–ที่ปรึกษาไปด้วยส่วนสำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของรัฐบาลอิหร่านยังยืนยันอีกว่า พล.อ.โมฮัมหมัด พักปูร์ ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) และนายอาลี ชามคานี ที่ปรึกษาทางการเมืองระดับสูงของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้เสียชีวิตจากการโจมตีของกองทัพอากาศสหรัฐฯ-อิสราเอล ในกรุงเตหะรานด้วยเช่นกัน จากนั้นกองบัญชาการคณะเสนาธิการร่วมกองทัพอิหร่าน ได้ออกแถลงจุดยืนว่า กองทัพขอสาบานว่าจะทำให้ศัตรูของประเทศ ชาติ โดยเฉพาะพวกอาชญากรอเมริกาและรัฐบาลไซออนนิสต์ที่ชั่วร้ายต้องเสียใจ เราพร้อมจะเดินไปในเส้นทางเดิมที่ผู้นำสูงสุดได้ปูทางไว้ จนกระทั่งเลือดหยดสุดท้าย และความปราชัยของศัตรูมะกันเปิดตัว “โดรนพิฆาตใหม่”ขณะที่ศูนย์บัญชาการกองทัพสหรัฐฯประจำภูมิภาคตะวันออกกลาง (CENTCOM) ได้เผยแพร่ภาพการยิงจรวดพิสัยใกล้ ATACMS จากพื้นที่ทะเลทรายของชาติพันธมิตรในตะวันออกกลาง เข้าโจมตีเป้าหมายทางการทหารของอิหร่าน พร้อมโชว์ผลลัพธ์แสดงภาพจากกล้องสังเกตการณ์ของเครื่องบินว่ามีระบบต่อต้านอากาศยาน ฐานเรดาร์ และรถยิงขีปนาวุธถูกทำลายหรือได้รับความเสียหาย ส่วนรอยเตอร์ยืนยันว่า เป็นครั้งแรกที่กองทัพสหรัฐฯนำโดรนพิฆาตรุ่น LUCUS (ชื่อย่อมาจาก “ระบบจู่โจมในการรบแบบไร้คนและต้นทุนต่ำ”) มาใช้จริงในสนามรบ โดรนดังกล่าวถอดแบบมาจากโดรนพิฆาตรุ่นชาเฮดของอิหร่าน และอยู่ภายใต้สังกัดของหน่วยปฏิบัติการสกอร์เปี้ยนหรือ “แมงป่อง” ของกองทัพสหรัฐฯ แต่กองทัพสหรัฐฯมิได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่าโดรนถูกใช้จัดการเป้าหมายใด“มหากาพย์แห่งความเดือดดาล”ด้านนายพีต เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ยังออกแถลงการณ์ครั้งแรกว่า ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านภายใต้รหัสปฏิบัติการ “มหากาพย์แห่งความเดือดดาล” (Epic Fury) ถือเป็นปฏิบัติการทางอากาศที่รุนแรงที่สุด ซับซ้อนที่สุด และแม่นยำที่สุดในประวัติศาสตร์ รัฐบาลสหรัฐฯไม่ได้เริ่มศึกครั้งนี้ แต่เราจะเป็นผู้จบศึก และสิ่งนี้ยังเป็นคำเตือนไปยังทั่วโลกว่าหากคุณสังหารหรือข่มขู่ชาวอเมริกัน เราจะตามล่าคุณ และเราจะฆ่าคุณทิ้ง“ยูเออี” สกัดจรวด–โดรนพิฆาตอื้อส่วนกระทรวงกลาโหมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่าตลอดค่ำคืนนับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ทางการกองทัพได้ประสบความสำเร็จในการสกัดกั้นจรวดจากอิหร่าน 137 ลูก และโดรนพิฆาตอีก 209 ลำ กองทัพยังอยู่ในสภาพเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ สำนักข่าวการ์เดียนระบุว่า ยูเออีเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ มีฐานทัพอากาศอัล-ดาฟราอยู่ที่ชานกรุงอาบูดาบี มีทหารสหรัฐฯประจำการอยู่ 5,000 นายโดรนร่วงใส่–ไฟไหม้โรงแรมหรูขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน ได้บานปลายกลายเป็นสงครามระดับภูมิภาคแล้ว ช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากอิหร่าน ไปยังหลายประเทศในอ่าวอาหรับ เพื่อเป็นการตอบโต้ตามที่เคยขู่ไว้ว่า เป้าหมาย “ทรัพย์สินทางทหารของอเมริกา” ในภูมิภาคตะวันออกกลางคือเป้าหมายที่ชอบธรรม เริ่มที่นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประชาชนต้องวิ่งหนีตายหาที่หลบภัย ท่ามกลางเสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศที่ดังระงม พยานผู้เห็นเหตุการณ์เผยกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นอย่างน้อย 3 ครั้งเหนือนครดูไบ ต่อมาเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณทางเข้าโรงแรมสุดหรู “แฟร์มอนต์ เดอะ ปาล์ม” หลังจากมีรายงานว่าเศษซากจากการโจมตีด้วยโดรนของอิหร่านตกลงมาจากท้องฟ้า สื่อในดูไบยืนยันว่าทีมตอบโต้เหตุฉุกเฉินได้เข้าจัดการเหตุการณ์ที่อาคารแห่งหนึ่งในย่านปาล์มจูไมราห์แล้ว แต่ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดเชิงลึกสั่งปิดน่านฟ้า–ปิดสนามบินดูไบที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีเสียงระเบิดดังขึ้นต่อเนื่อง กระทรวงกลาโหมยืนยันมีผู้เสียชีวิต 1 รายในเขตที่อยู่อาศัย จากเศษซากที่ตกลงมาหลังจากกองทัพ UAE สกัดกั้นขีปนาวุธของอิหร่านสำเร็จ กระทรวงกลาโหม UAE ออกแถลงการณ์ยืนยันความพร้อมเต็มที่ในการรับมือกับภัยคุกคามทุกรูปแบบเพื่อปกป้องความมั่นคงและเสถียรภาพของประเทศ ขณะที่สำนักงานการบินพลเรือน สั่งปิดน่านฟ้า UAE ชั่วคราว เป็นมาตรการป้องกันความปลอดภัย ส่งผลให้สายการบินหลายแห่งประกาศยกเลิกเที่ยวบินที่เดินทางไปยังอาบูดาบีและดูไบ เนื่องจากดูไบถือเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่พลุกพล่านที่สุดในโลก ปีที่แล้วเพิ่งรองรับผู้โดยสารไปเกือบ 100 ล้านคนพันธมิตรรอบอ่าวโดนถล่มสำนักข่าวอัลจาซีรารายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ว่า เกิดเสียงระเบิดดังต่อเนื่อง 11 ครั้ง เหนือท้องฟ้ากรุงโดฮา คาดว่าเป็นผลพวงจากการยิงสกัดกั้นของระบบต่อต้านอากาศยาน ขณะที่กระทรวงมหาดไทยกาตาร์ยืนยันว่า การตอบโต้ของกองทัพอิหร่าน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 16 คน และอาจเพิ่มขึ้น ขณะที่โซเชียลมีเดียเผยแพร่คลิปวิดีโอถ่ายโดยทหารอเมริกันในฐานทัพอัล อูเดด ประเทศกาตาร์ แสดงให้เห็นระบบต่อต้านอากาศยานขั้นสูงรุ่นแพทริออต MM-104 พยายามยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่าน แต่ชุดจรวดที่ยิงขึ้นต่อเนื่องได้พลาดเป้าทั้งหมด ทำให้ขีปนาวุธพุ่งใส่เป้าหมายบนพื้นดิน ด้านสำนักข่าวคูนา รายงานระบุว่า กองทัพคูเวต ยิงสกัดขีปนาวุธหลายลูกในน่านฟ้าของตน ส่วนกองทัพจอร์แดนเผยว่าได้ยิงสกัดขีปนาวุธ 2 ลูกที่เล็งเป้าเล่นงานประเทศ ขณะที่เอเอฟพีรายงานว่าได้ยินเสียงระเบิดในกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียเช่นกัน แต่เจ้าหน้าที่ซาอุฯยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้“ไออาร์จีซี” โอ่ทำลายเรดาร์ยับด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน (IRGC) แถลงว่า การโจมตีของกองทัพอิหร่านต่อฐานทัพสหรัฐฯในกาตาร์ช่วงดึกวันที่ 28 ก.พ. ประสบความสำเร็จในการทำลายระบบเรดาร์เตือนภัยขีปนาวุธล่วงหน้าขั้นสูงของสหรัฐฯรุ่น AN/FPS-132 ที่มีระยะการตรวจจับ 5,000 กม. สำนักข่าวอัลจาซีราได้สอบถามเรื่องนี้กับกระทรวงกลาโหมกาตาร์ และได้รับคำยืนยันว่าระบบเรดาร์ดังกล่าวถูกอิหร่านโจมตี อยู่ระหว่างประเมินความเสียหาย แต่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ “ไออาร์จีซี”ยังเตือนประธานาธิบดีสหรัฐฯว่าสิ่งที่กองทัพอิหร่านยิงในวันที่ 28 ก.พ.คือขีปนาวุธและจรวดรุ่นเก่าที่เก็บไว้นานในคลังแสง และอิหร่านกำลังเตรียมนำอาวุธที่ไม่มีใครเคยเห็นมาใช้งาน ทั้งนี้ สื่อความมั่นคงในสหรัฐฯระบุว่าเรดาร์ AN/FPS-132 มีมูลค่ากว่า 1,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลางมีติดตั้งไว้เพียง 2 จุดคือในอิสราเอลและในกาตาร์ เพื่อตรวจความเคลื่อนไหวของขีปนาวุธต่างๆที่ถูกปล่อยออกจากฐานยิงเขี้ยวเล็บที่อิหร่านยังไม่ได้ใช้ก่อนหน้านี้สื่อหลายสำนักทั้งฝั่งตะวันตกและจีนรายงานเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ว่า พล.อ.โมฮัมหมัด อาลี จาฟารี ผู้บัญชาการแห่งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) กล่าวถึงการตอบโต้การโจมตีของกองทัพอิสราเอลและสหรัฐฯว่า สิ่งที่เตหะรานเพิ่งยิงไปนั้นเป็นเพียงแค่ขีปนาวุธตกรุ่น (Scrap Missiles) เท่านั้น และเตรียมเปิดตัวอาวุธที่ไม่คาดฝันมาก่อน (unforeseen weapons) ในเร็วๆนี้ สำหรับ “อาวุธไม่คาดฝัน” ที่ ผบ.ไออาร์จีซีกล่าวถึง อาจเป็นขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก (Hypersonic Missiles) รุ่นที่พัฒนาใหม่ เนื่องจากอิหร่านเคยเปิดตัวขีปนาวุธ “Fattah” ที่อ้างว่ามีความเร็วเหนือเสียงและหลบหลีกระบบป้องกันภัยทางอากาศได้ “อาวุธใหม่” อาจเป็นรุ่นที่พัฒนาให้มีความแม่นยำสูงขึ้น (CEP ต่ำ) และสามารถเปลี่ยนทิศทางในวงโคจรได้ซับซ้อนจนระบบ Iron Dome หรือ Arrow ของอิสราเอลยากจะสกัดกั้นหวั่นขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปนอกจากนี้ อิหร่านยังมีโดรนจู่โจมแบบฝูง (Swarm Drones) ที่บรรจุไว้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทนที่อิหร่านจะส่งโดรน Shahed ไปทีละลำ อิหร่านได้พัฒนาเทคโนโลยี Drone Swarming ที่ให้โดรนจำนวนมากสื่อสารกันเองเพื่อรุมโจมตีเป้าหมายเดียวจากหลายทิศทาง ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศเกิดสภาวะที่เป้าหมายรับมือไม่ทัน, ขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ICBM) ที่พัฒนาร่วมกันกับโครงการอวกาศ อิหร่านส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จหลายครั้งเทคโนโลยีจรวดส่งดาวเทียมมีความใกล้เคียงกับ ICBM มาก หากอิหร่านเปิดตัวอาวุธที่มีพิสัยทำการไกลเกินกว่าระดับภูมิภาค จะถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามครั้งนี้, โดรนใต้น้ำหรือตอร์ปิโดล่องหน อาจเป็นอาวุธที่อิหร่านใช้โจมตีจากท้องทะเลเพื่อทำลายกองเรือบรรทุกเครื่องบินทั้ง 2 ลำคือ ยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (CVN-72) และยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ฟอร์ด (CVN-78) ที่ตอนนี้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านร่วมกันอยู่ในตะวันออกกลาง“ทรัมป์” แบะท่าการทูตยังมีหวังนอกจากนี้ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ช่องซีบีเอส เรื่องผู้สืบทอดอำนาจอิหร่าน ว่ามีคนที่เหมาะสมอยู่ 2-3 คน พอจะมองออกว่าใคร แต่ไม่ขอเอ่ยชื่อ สถานการณ์ตอนนี้มองว่ากระบวนการทางการทูตยังมีความเป็นไปได้ แต่บอกเลยว่าง่ายขึ้นกว่าวันก่อน และส่วนตัวคิดว่ากองทัพอิหร่านจะตอบโต้มากกว่านี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์นี้ถือเป็นสงครามหรือไม่ นายทรัมป์ปฏิเสธที่จะตอบคำถามเปิดประวัติ “อาลี คาเมเนอี”สำนักข่าวต่างประเทศรายงานประวัติอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ว่าเกิดเมื่อวันที่ 19 เม.ย.2482 ที่เมืองมัชฮัด ทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน คาเมเนอีเติบโตมาในครอบครัวเคร่งศาสนา และเข้าศึกษาด้านเทววิทยาอิสลามในสถาบันสำคัญ ทั้งที่อิหร่านและเมืองนาจาฟของอิรัก เมื่อคาเมเนอีได้เข้าเป็นลูกศิษย์ของอยาตอลเลาะห์ รูฮัลเลาะห์ โคไมนี ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าสู่เส้นทางการเมือง ในช่วงทศวรรษ 1960-1970 คาเมเนอีเป็นแกนนำคนสำคัญที่ต่อต้านระบอบกษัตริย์ของพระเจ้า ชาห์ ตอนนั้นสหรัฐฯให้การสนับสนุนสถาบันกษัตริย์ของอิหร่าน คาเมเนอีถูกจับกุมและถูกเนรเทศหลายครั้งโดยหน่วยตำรวจลับของพระเจ้าชาห์ กระทั่งการปฏิวัติประสบความสำเร็จเมื่อปี 2522 หลังผ่านพ้นการปฏิวัติอิหร่าน คาเมเนอี ได้รับเลือกตั้งให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 3 ของอิหร่าน ดำรงตำแหน่งในช่วงที่อิหร่านเผชิญกับสงครามอิหร่าน-อิรัก ที่ยาวนานถึง 8 ปีจุดยืนแข็งกร้าวต่อต้านยิว-มะกันคาเมเนอีมีบทบาทอย่างมากในการสร้างความเข้มแข็งให้กองทัพและกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) หลังการเสียชีวิตของโคไมนี เมื่อปี 2532 คาเมเนอีได้รับเลือกจากสภาผู้เชี่ยวชาญแห่งอิหร่าน ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดต่อจากโคไมนี ในฐานะผู้นำสูงสุด คาเมเนอีคือผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้ายในทุกเรื่องของประเทศ รวมถึงนโยบายต่างประเทศ โครงการนิวเคลียร์ และการแต่งตั้งผู้บัญชาการทหาร คาเมเนอีมีจุดยืนแข็งกร้าวต่อสหรัฐฯและอิสราเอลมาตลอด มักเรียกสหรัฐฯว่า “มหาซาตาน” และเรียกอิสราเอลว่า “ขบวนการไซออนิสต์” พร้อมทั้งต่อต้านอิทธิพลของวัฒนธรรมตะวันตกอย่างหนัก ภายใต้การนำของคาเมเนอี อิหร่านเดินหน้าพัฒนาระบบขีปนาวุธและโครงการนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง แต่ยืนยันว่า “เป็นโครงการเพื่อสันติ” แม้เผชิญกับการคว่ำบาตรจากนานาชาติ อีกทั้งอิหร่านยังสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาคที่เรียกว่า “แนวร่วมแห่งการต่อต้าน” เช่น กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน กลุ่มฮูตีในเยเมน และกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาปฏิบัติการสางแค้นรอบใหม่เอเอฟพีรายงานอ้างข้อมูลจากสื่อรัฐบาลอิหร่านว่า กองทัพอิหร่านได้ปฏิบัติการตอบโต้ระลอกใหม่ต่อฐานทัพในภูมิภาคตะวันออกกลางและประเทศอิสราเอล เพื่อล้างแค้นให้กับอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ที่ถูกทิ้งระเบิดสังหารในกรุงเตหะราน ในวันเริ่มสงคราม 28 ก.พ. ระบุว่าเป็นการยิงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ 27 แห่ง กองบัญชาการกองทัพอิสราเอล และศูนย์อุตสาหกรรมทหารของอิสราเอลในกรุงเทลอาวีฟ สอดคล้องกับรายงานจากพื้นที่ต่างๆ เสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระงมทั่วภาคกลางของอิสราเอล เสียงระเบิดที่ดังต่อเนื่องในพื้นที่กรุงโดฮาของกาตาร์, นครดูไบของสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ และกรุงมานามาของบาห์เรน นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวยังพบเห็นควันดำพวยพุ่งออกจากพื้นที่สนามบินเออร์บิล ทางตอนเหนือของอิรัก ที่ตั้งของทหารสหรัฐฯและทหารจากชาติพันธมิตรตะวันตกขู่ “ทรัมป์–เนทันยาฮู” ต้องชดใช้นายโมฮัมหมัด บาเกียร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้ออกแถลงผ่านสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านส่งคำเตือนถึงผู้นำสหรัฐฯว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อิหร่านเตรียมความพร้อมสำหรับการรับมือทุกสถานการณ์ รวมถึงแนวทางการบริหารประเทศในอนาคต หากคาเมเนอีเสียชีวิต กาลิบาฟกล่าวด้วยว่า ทรัมป์และนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล “ก้าวข้ามเส้นแดงของอิหร่าน” และทั้งสองคนต้อง “ชดใช้ผลที่ตามมาอย่างสาสม”ทรัมป์ลั่นถ้าตอบโต้–บดขยี้หนักต่อมาสำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนทรูธ โซเชียล เกี่ยวกับการที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ประกาศยกระดับการโจมตีต่อสหรัฐฯและอิสราเอล หลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุด เสียชีวิตในการโจมตีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า “อย่าทำแบบนั้นจะดีกว่า เพราะถ้ากล้าทำ เราจะซัดกลับด้วยพลังทำลายล้างในระดับที่โลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน!” ทรัมป์ใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่ทั้งหมดและมีเครื่องหมายอัศเจรีย์เพื่อเน้นย้ำความดุดันแคนดิเดตผู้นำสูงสุดคนใหม่สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ขณะนี้การแต่งตั้งผู้มาดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน กำลังกลายเป็นชนวนให้การเมืองภายในของอิหร่านร้อนระอุ เพราะตามรัฐธรรมนูญของอิหร่าน สภาผู้เชี่ยวชาญที่ประกอบด้วยนักบวชระดับสูง88รูป ที่มาจากการเลือกตั้ง จะร่วมกันพิจารณาคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่แทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุดที่เพิ่งถูกสังหารไป หลังครองอำนาจมายาวนานร่วม 4 ทศวรรษ มีแคนดิเดตที่อาจได้รับการคัดเลือกอยู่ 5 คน แต่ก่อนหน้านี้คาเมเนอีได้ปรับผังโครงสร้างอำนาจของรัฐบาลอิหร่านเพื่อเตรียมรับมือหากแกนนำและบุคคลสำคัญในรัฐบาลและกองทัพอิหร่านถูกสังหาร คาเมเนอีได้แต่งตั้ง พล.อ.อาลี ลาริจานี อดีตผู้บัญชาการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ เป็นผู้รับผิดชอบดูแลโครงสร้างอำนาจทางทหาร ความมั่นคง และทางการทูตทั้งหมด พร้อมให้คิดแผนสำรองไว้หลายชั้น รวมถึงแผนโครงสร้างการสืบทอดอำนาจไว้อย่างน้อย 4 ลำดับลูกชายคนที่สองจ่อขึ้นแทนพ่อคนแรกและเป็นตัวเต็งคือนายโมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี บุตรชายคนที่สองของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี มีอิทธิพลสูงและมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) และกองกำลังอาสาสมัครบาซิจ แต่การสืบทอดอำนาจจากพ่อสู่ลูกยังไม่เป็นที่ยอมรับมากนักในธรรมเนียมของกลุ่มนักบวชชีอะห์ นอกจากนี้นายโมจตาบายังไม่ใช่นักบวชระดับสูง และไม่เคยมีตำแหน่งอย่างเป็นทางการในรัฐบาลเตหะรานมาก่อนสายเหยี่ยวลุ้นดัน “เมียร์บาเกรี”คนต่อมาอิหม่ามอาลีเรซา อาราฟี วัย 67 ปี นักบวชผู้ทรงคุณวุฒิ หนึ่งในคนสนิทของคาเมเนอี ปัจจุบัน อาราฟี ดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้เชี่ยวชาญ และเป็นสมาชิกสภาผู้พิทักษ์ มีหน้าที่คัดกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งและบัญญัติกฎหมาย แต่ที่ผ่านมา อาราฟียังไม่มีบารมีทางการเมืองที่โดดเด่น และไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับฝ่ายความมั่นคงของอิหร่าน คนที่ 3 อิหม่ามโมฮัมหมัด เมห์ดี เมียร์บาเกรี อายุ60ปี 1 ในตัวเต็ง เป็นนักบวชสายเหยี่ยว เป็นสมาชิกสภาผู้เชี่ยวชาญและเป็นตัวแทนของปีกอนุรักษนิยมสุดโต่ง เมียร์บาเกรี มีจุดยืนต่อต้านตะวันตกอย่างรุนแรงเชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างผู้ศรัทธากับผู้ไม่ศรัทธาเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ปัจจุบันเมียร์บาเกรีดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์อิสลามในเมืองกอม“หลานโคไมนี” สายพิราบแรงคนที่ 4 นายฮัสซัน โคไมนี อายุประมาณ 50 ปี หลานชายอยาตอลเลาะห์ รูฮัลเลาะห์ โคไมนี ผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐอิสลาม ทำให้เขามีความชอบธรรมทั้งในแง่ศาสนาและการปฏิวัติ ชาวอิหร่านส่วนหนึ่งเชียร์ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเพื่อฟื้นฟูประเทศ แต่หลายฝ่ายมองโคไมนีว่ามีแนวคิด “สายพิราบ” หรือประนีประนอม และยังไม่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย คนสุดท้ายฮาเชม ฮอสเซนี บูเชห์รี วัย 60 ปีเศษ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานคนที่ 1 ของสภาผู้เชี่ยวชาญ แม้มีความใกล้ชิดกับคาเมเนอี แต่มีบทบาทค่อนข้างน้อยในระดับประเทศ และไม่มีสายสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับฝ่ายความมั่นคงของอิหร่านแต่งตั้ง “อาราฟี” ผู้นำรักษาการต่อมาสำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของรัฐบาลอิหร่าน เปิดเผยว่า อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี วัย 67 ปี ประธานศูนย์บริหารจัดการสำนักสอนศาสนาอิสลามแห่งชาติอิหร่าน ผู้ที่บิดามีความสนิทสนมกับอยาตอลเลาะห์ รูฮุลเลาะห์ โคไมนีผู้นำสูงสุดคนแรกหลังการปฏิวัติอิสลามอิหร่านได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้นำรักษาการของสภาผู้นำ ทำหน้าที่แทนอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ที่เสียชีวิตไปจนกว่าสภาผู้เชี่ยวชาญแห่งชาติอิหร่าน จะสามารถคัดเลือกผู้นำสูงสุดคนใหม่ได้สำเร็จ อยาตอลเลาะห์ อาลีเรซา อาราฟี จะบริหารจัดการรัฐบาลในช่วงสงครามร่วมกับนายมัซอูด เพเชซกียอน ประธานาธิบดีอิหร่าน และนายโกลามฮอสเซน โมห์เซนี ประธานศาลฎีกา“เฮซบอลเลาะห์” ออกโรงตีโต้วันเดียวกัน เกิดความวุ่นวายขึ้นในกรุงแบกแดดของอิรัก หลังกลุ่มประชาชนสายสนับสนุนรัฐบาลอิหร่าน ได้ออกมารวมตัวชุมนุมประท้วง และพยายามบุกเข้าไปในพื้นที่รักษาความปลอดภัย “กรีนโซน” ของหน่วยราชการและสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กลุ่มผู้ชุมนุมได้โบกธงชาติอิหร่าน ขว้างก้อนหินใส่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก่อนถูกตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา และมีรายงานการใช้อาวุธปืนเช่นกัน ขณะที่กองกำลังติดอาวุธสายสนับสนุนอิหร่านอย่างกลุ่มคาตาเอบ เฮซบอลเลาะห์ ประกาศว่าจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในอิรักจลาจลบุกกงสุลมะกันในปากีฯนอกจากนี้ ยังเกิดความวุ่นวายที่นครการาจีของปากีสถาน หลังกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลอิหร่านจำนวนมากก่อการจลาจลบุกเข้าไปในสถานกงสุลสหรัฐฯ ทุบทำลายกระจกและทรัพย์สิน จนเป็นเหตุให้เผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ความมั่นคง มีการใช้กระบองกับแก๊สน้ำตายิงระงับความวุ่นวาย เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิต 8 คน บาดเจ็บจำนวนหนึ่ง เช่นเดียวกับที่แคว้นแคชเมียร์ฝั่งความดูแลของรัฐบาลอินเดีย ชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ได้ออกมารวมตัวแสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แต่ยังไม่มีรายงานเหตุความรุนแรงเผยรายชื่อนายทหารพลีชีพขณะที่สำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านเปิดเผยรายชื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศสหรัฐฯ-อิสราเอลเพิ่มเติม ในจำนวนนี้ รวมถึงพลจัตวาอาซิซ นาเซียร์ซาเดห์ รมว.กลาโหมอิหร่าน และ พล.ต.อับดุลเราะห์ฮิม มูซาวี ผู้บัญชาการคณะเสนาธิการร่วมกองทัพอิหร่าน สำหรับรายชื่ออื่นๆจะเปิดเผยให้ทราบในภายหลัง ขณะที่ลูกสาว ลูกเขย และหลานของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้เสียชีวิตภายในที่พำนักของผู้นำสูงสุดในกรุงเตหะรานเช่นเดียวกันจีนขยับเรียกร้องทุกฝ่ายหยุดยิงด้านนายปราโบโว สุเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซีย ที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของนายทรัมป์ ให้ทำหน้าที่รองผู้บัญชาการกองกำลังรักษาสันติภาพนานาชาติในฉนวนกาซา กล่าวว่าพร้อมจะเดินทางไปยังกรุงเตหะรานของอิหร่าน เพื่อช่วยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ ขณะที่กระทรวงต่างประเทศจีนแถลงการณ์ก่อนหน้านี้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดยิงในทันที และทางสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำอิสราเอล ได้ประกาศคำแนะนำพลเมืองจีน อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยในอิสราเอล หรือเดินทางไปหลบภัยในอียิปต์ยิวส่งฝูงบินบอมบ์เตหะรานต่อในช่วงเย็นวันเดียวกัน กองทัพอิสราเอลออกแถลงว่า ฝูงบินรบที่ได้รับการชี้เป้าจากหน่วยข่าวกรองทางทหาร ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศแบบวงกว้างในพื้นที่ใจกลางกรุงเตหะราน การโจมตีที่เกิดขึ้นในช่วงวันก่อนหน้าถือเป็นการปูทางทำลาย เป้าหมายทางการทหาร เพื่อให้กองทัพอากาศอิสราเอลประสบความสำเร็จในการครองน่านฟ้าและเปิดทางสู่เมืองหลวงของอิหร่าน แต่มิได้ลงรายละเอียดว่าเป้าหมายใหม่ในกรุงเตหะรานคืออะไร ระบุเพียงว่าเป็นการโจมตีต่อศูนย์บัญชาการของรัฐบาลก่อการร้ายอิหร่านฆ่าแกนนำ–จนท.ระดับสูง 30 คนสำนักข่าวอาร์ทีของรัสเซียได้รายงานถ่ายทอดสดจากบนดาดฟ้าอาคารสำนักงาน ยืนยันการโจมตีของกองทัพอิสราเอลในกลางกรุงเตหะราน ส่งผลให้เกิดควันโขมงไปทั่วบริเวณ เบื้องต้นยังไม่ชัดเจนเรื่องจำนวนผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ส่วนสถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอล รายงานอ้างข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงว่า ตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการในวันที่ 28 ก.พ. กองทัพอากาศอิสราเอลประสบความสำเร็จในการสังหารบุคคลสำคัญและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอิหร่านจำนวน 30 คน ในจำนวนนี้รวมถึงอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ขณะที่สำนักข่าวไออาร์เอ็นเอของรัฐบาลอิหร่าน อ้างว่าฝูงบินรบของกองทัพอากาศอิหร่านได้ประสบความสำเร็จในการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯในประเทศรอบอ่าวเปอร์เซีย รวมถึงสนามบินทางตอนเหนือของอิรัก หนึ่งในที่ตั้งของทหารอเมริกันอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่