นายกฯ สั่งด่วนทุกหน่วยงานเตรียมพาคนไทยในพื้นที่เสี่ยงกลับประเทศ พร้อมเรียกประชุม สมช. ด้าน “ศุภจี” สั่ง สคต.ทั่วโลกประเมินสถานการณ์วันต่อวันเหตุกระทบตลาดส่งออกเล็งหาตลาดอื่นทดแทนลดเสี่ยง ส่วนกระทรวงพลังงานมั่นใจไร้ปัญหาขาดแคลนย้ำไทย ยังมีน้ำมันสำรองใช้ได้อีก 61 วัน แต่คาดราคาน้ำมันดีเซลโลกพุ่ง 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะเดียวกัน สายการบินประกาศยกเลิกเที่ยวบินผ่านตะวันออก กลางหลังปิดน่านฟ้า ส่งผลผู้โดยสารตกค้างตามสนามบินเพียบสืบเนื่องจากการที่ประเทศอิสราเอลเปิดฉากโจมตีประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้อิหร่านจัดอาวุธหนักตอบโต้ รวมถึงยิงถล่มฐานทัพสหรัฐอเมริกาที่ตั้งอยู่ในหลายประเทศย่านตะวันออกกลาง ทำให้มีการประกาศปิดน่านฟ้าในหลายประเทศ ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลถึงผลกระทบหลายด้านที่จะเกิดขึ้นตามมาในช่วงนี้“อนุทิน” ลั่นจะพาคนไทยกลับบ้านต่อมาเมื่อวันที่ 1 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 01.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว. มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นก้อนเมฆรูปแผนที่ประเทศไทย พร้อมโพสต์ข้อความถึงสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลาง ว่าประชาชนชาวไทยที่เคารพ สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางมีแนวโน้มที่จะขยายวงกว้างขึ้น ซึ่งจะมีผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แม้ประเทศไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งครั้งนี้ แต่เรามีพี่น้องประชาชนหลายหมื่นคนที่ไปใช้ชีวิตและประกอบอาชีพอยู่ในประเทศต่างๆในแถบนี้ รัฐบาลไทยถือว่าความปลอดภัยของประชาชนชาวไทยที่อยู่ในประเทศกลุ่มเสี่ยงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่กำลังพำนักอยู่ในประเทศอิหร่านและอิสราเอล รัฐบาลจะเร่งดำเนินการทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกเขาปลอดภัยและได้เดินทางกลับสู่มาตุภูมิโดยเร็วที่สุด ซึ่งขณะนี้ตนได้ประสานงานและหารืออย่างใกล้ชิดกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศ เพื่อเตรียมอากาศยานของเราไปรับพี่น้องชาวไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิหร่านให้ออกมาก่อนเป็นลำดับแรกสั่ง ทอ.หาเส้นทางรับคนไทยเร็วสุดจากนั้นเวลา 09.50 น. ที่ท่ากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว. มหาดไทย ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงสถานการณ์สู้รบในพื้นที่ตะวันออกกลางว่า ตั้งแต่เมื่อคืนตนได้รับการรายงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านความมั่นคง ด้านการต่างประเทศ และได้สั่งการเตรียมการช่วยเหลืออพยพคนไทยที่อยู่ในพื้นที่ และได้ประสานกับกองทัพอากาศ โดยหารือกับผบ.ทอ.ถึงการเตรียมความพร้อมอากาศยานไปรับคนไทยในพื้นที่สู้รบ ลําดับแรกคือคนไทยที่พักอาศัยอยู่ที่ประเทศอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่อันตรายที่สุด แล้วไล่เรียงไปยังประเทศอื่นๆที่มีเหตุสู้รบ โดยจะหาช่องทางให้เขากลับมาได้อย่างไรเล็งเช่าเครื่องไม่ต้องแวะเติมน้ำมันนายอนุทินกล่าวอีกว่า เรื่องอากาศยานไม่น่ามีปัญหา หากใช้เครื่องบินทหารอาจต้องแวะเติมนํ้ามันหลายที่ จะพิจารณาเช่าเหมาลําเพื่อให้ดําเนินการได้เร็วที่สุด พร้อมทั้งยังต้องตรวจสอบเรื่องการปิดน่านฟ้า ว่าจะต้องอพยพคนไทยไปยังประเทศที่สาม แล้วจะรับตัวเขากลับมาอย่างไร ทางเราพร้อมตลอดเวลา แต่ที่สําคัญคือปลายทาง โดยกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงคมนาคม จะใช้โค้ดการบินของรัฐบาล เพื่อจัดเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ต้องแวะเติมนํ้ามัน บินรวดเดียวเพื่อไปรับได้หรือไม่ ขอยืนยันรัฐบาลไทยจะทําทุกวิถีทางที่จะทําให้คนไทยเหล่านั้นอยู่ในความปลอดภัยสูงสุด หากเขาประสงค์จะกลับมา เราต้องเตรียมพร้อมที่จะไปรับเตรียมถก สมช.รับผลกระทบในส่วนของการรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจ นายอนุทินกล่าวว่า ได้ให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.คลัง เตรียมรับสถานการณ์ ไม่ว่าจะค่าครองชีพ ค่านํ้ามัน ต้นทุนพลังงาน ต้องหาวิธีทําให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด และในวันที่ 2 ก.พ.เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ต่อด้วยการประชุมทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชนด้วย ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร หอการค้า และฝ่ายที่จะต้องดูแลเรื่องการส่งออก นําเข้า มาตรการการพยุงราคา เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อผู้บริโภคในประเทศไทย สถานการณ์ตอนนี้ทุกอย่างเป็นไปได้หมด สิ่งที่เราต้องเตรียมตัวคืออย่าให้ประเทศไทยได้รับผลกระทบที่รุนแรง หากมีผลกระทบอย่างไรก็ขอให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด จึงต้องเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วนกต.แนะนำคนไทยหลบในที่พักทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์เฟซบุ๊กกระทรวงฯ ออกประกาศแจ้งเตือนคนไทย สำหรับคนไทยที่พำนักอยู่ในประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3) มีเนื้อหาว่า ตามที่มีสถานการณ์ความตึงเครียดจากการโจมตีด้วยขีปนาวุธในตะวันออกกลาง ซึ่งสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินในวงกว้าง โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล และพื้นที่เสี่ยงนั้น กระทรวงการต่างประเทศขอแนะนำให้คนไทยที่พำนักอยู่ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่านและพื้นที่เสี่ยงที่เป็นที่ตั้งของฐานทัพสหรัฐฯ ไม่ตื่นตระหนก หลบอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัย ติดตามข่าวสารประกาศแจ้งเตือนของทางการท้องถิ่นและสถานเอกอัครราชทูตอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามมาตรการของทางการท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดเปิดสายด่วนแจ้งขอความช่วยเหลือนอกจากนี้ ขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ดังกล่าวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ในกรณีต้องการขอรับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สามารถติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ใกล้ท่าน หรือสอบถามสายด่วน Call Center กรมการกงสุล ที่หมายเลข 0-2572-8442 ตลอด 24 ชั่วโมง และ Hotline กองคุ้มครองฯ กรมการกงสุล สายด่วนกองคุ้มครองฯ“ศุภจี” เตรียมรับมือผลกระทบด้านนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงการรับมือจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางว่าได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์แบบวันต่อวัน เพราะตะวันออกกลางเป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีความสำคัญต่อการส่งออกของไทย ทั้งในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ อิสราเอล และประเทศคู่ค้าในภูมิภาค ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดที่เกิดขึ้นอาจส่งผลต่อราคาพลังงานโลก ค่าระวางเรือ เส้นทางการขนส่งระหว่างประเทศ และต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ ได้มอบหมายให้สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ทั้ง 58 แห่งทั่วโลก รายงานสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ การค้า และมาตรการของประเทศคู่ค้า อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยุโรป และสหรัฐฯ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมจากสถานการณ์ดังกล่าว พร้อมทั้งติดตามการเปลี่ยนแปลง เส้นทางขนส่ง การประกันภัยทางทะเล ต้นทุนโลจิสติกส์ และพฤติกรรมการสั่งซื้อของผู้นำเข้าเล็งกระจายตลาดส่งออกลดเสี่ยงนางศุภจีกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังอยู่ระหว่างประเมินผลกระทบเชิงลึกเป็นรายสินค้า เพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงในแต่ละอุตสาหกรรม พร้อมเตรียมแนวทางกระจายตลาดส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นเพิ่มเติม อาทิ เอเชียใต้ แอฟริกา และละตินอเมริกา เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป สำหรับการดูแลผู้ประกอบการ กระทรวงพาณิชย์จะจัดประชุมหารือร่วมกับภาคเอกชน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย และหน่วยงานด้านโลจิสติกส์ เพื่อรับฟังปัญหาและกำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบอย่างเหมาะสม รวมทั้งประสานกับสถาบันการเงินของรัฐในการเตรียมเครื่องมือทางการเงินรองรับกรณีที่ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก“ตรีนุช” สั่งชะลอส่งแรงงานไทยฟากการดูแลแรงงานไทยในภูมิภาคตะวันออก กลาง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน กล่าวว่า ได้ให้ พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ตั้งศูนย์วอร์รูมติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยในตะวันออกกลางตลอด 24 ชั่วโมง และรอการพิจารณาระดับความเสี่ยงจากกระทรวงการต่างประเทศ หากสถานการณ์รุนแรงถึงขั้นต้องอพยพ พร้อมให้การช่วยเหลือเคลื่อนย้ายแรงงานไทยไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยทันที รวมทั้งได้ประสานกระทรวงการต่างประเทศให้ชะลอการจัดส่งแรงงานไทยไปทำงานในพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลางด้วยเร่งช่วยแรงงานไทยใน 3 ประเทศน.ส.ตรีนุชกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีแรงงานไทยอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานแรงงาน 3 แห่ง ประกอบด้วยสำนักงานแรงงาน ณ กรุงเทลอาวีฟ อิสราเอล จำนวน 58,921 คน สำนักงานแรงงาน ณ กรุงอาบูดาบี สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จำนวน 11,227 คน และสำนักงานแรงงาน ณ กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่เขตอาณาอีกจำนวน 7,347 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 77,495 คน โดยจะวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับอัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายแรงงาน) ของทั้ง 3 แห่ง เพื่อติดตามสถานการณ์ และย้ำให้ประสานแรงงานในพื้นที่ เน้นให้ทุกคนติดต่อทางโทรศัพท์กับเจ้าหน้าที่สถานทูตได้ รวมถึงวางมาตรการเชิงรุกเพื่อดูแลแรงงานไทยให้สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือฉุกเฉินได้ทันทีไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ 61 วันสำหรับผลกระทบด้านพลังงาน นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู โฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่ามีแนวโน้มสถานการณ์จะทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกมีความผันผวน และอิหร่านอาจปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลกจะได้รับผลกระทบ ทำให้ปริมาณน้ำมันหายไปจากตลาดร้อยละ 20 ของความต้องการโลก กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปริมาณสำรองน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ในประเทศ จะต้องมีเพียงพอต่อความ ต้องการ โดย ณ วันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ประเทศไทย มีน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,925 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ) 1,746 ล้านลิตร และจากแหล่งนำเข้าจากประเทศอื่นอีก 1,124 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 23 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,795 ล้านลิตร และทำให้ประเทศไทย สามารถมีน้ำมันใช้ได้ 61 วัน หากไม่สามารถนำเข้าได้จากแหล่งอื่นๆของโลกมีแผนรับมือหากปิดช่องแคบฮอร์มุซโฆษกกระทรวงพลังงานระบุอีกว่า แผนการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวในเดือน มี.ค.นี้ มีทั้งหมด 4 ลำ ได้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว 2 ลำ ส่วนอีก 2 ลำ ยังอยู่ระหว่างการลำเลียง คาดว่าจะไม่กระทบปริมาณสำรอง แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อหรือมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็ได้เตรียมแผนในการจัดหาเชื้อเพลิงจากแหล่งอื่นทดแทน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่ากระทรวงพลังงานเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ และขอยืนยันว่าน้ำมันภายในประเทศจะไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน และขอความร่วมมือให้ประชาชนติดตามการประกาศ และข้อมูลข่าวสารจากสื่อทางการของกระทรวงพลังงานเท่านั้น เพื่อป้องกันความสับสนและรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องน้ำมันดีเซลจ่อทะลุ 100 เหรียญอย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพลังงานว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยราคาน้ำมันดีเซล มีโอกาสทะลุ 100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล จากเดิมเมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา มีราคาอยู่ที่ประมาณ 92 เหรียญสหรัฐฯต่อบาเรล จากแนวโน้มดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศไทยอย่างแน่นอน เนื่องจากต้องปรับขึ้นตามกลไกตลาดโลก ขณะที่ในวันที่ 2 มี.ค.นี้ คาดว่า ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทย อาจยังไม่ปรับราคาขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มน้ำมันเบนซิน แต่ต้องจับตาดูในวันที่ 4 มี.ค.ที่ราคาน้ำมันตลาดโลก อาจปรับราคาพุ่งขึ้น หากการเจรจาเพื่อยุติสงครามดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้าก.พลังงานระงับส่งออกน้ำมัน ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุช จึงได้สั่งการด่วนในการเริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมสั่งเปิดศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานเพื่อติดตามเหตุการณ์และให้ทุกหน่วยงานประเมินผลกระทบและเตรียมแผนและมาตรการรองรับทั้งในส่วนของปริมาณสำรองและด้านราคา รวมทั้งเตรียมใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชยราคาน้ำมัน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชนจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นสั่งเพิ่มกำลังผลิตก๊าซธรรมชาตินายอรรถพลกล่าวอีกว่า สำหรับปริมาณสำรองน้ำมันของไทยเมื่อวันที่ 1 มี.ค. มีน้ำมันคงเหลือ (น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูป) 4,877 ล้านลิตรเพียงพอต่อความต้องการใช้ 38 วัน น้ำมันดิบที่อยู่ระหว่างขนส่ง (ผ่านช่องแคบฮอร์มุซแล้ว) 1,666 ล้านลิตร และจากแหล่งอื่น 1,117 ล้านลิตร เพียงพอต่อความต้องการใช้ 22 วัน รวมปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ 60 วัน นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้กรมธุรกิจพลังงานออกตรวจวัดปริมาณน้ำมันสำรอง ณ สถานที่เก็บทั่วประเทศเป็นระยะๆ โดยเมื่อวันที่ 13 และ 25 ก.พ.ที่ผ่านมามีการตรวจวัดปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปและน้ำมันดิบ ตามลำดับ พบว่าประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอตามที่กำหนด นอกจากนี้ยังให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติจัดทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย รวมทั้งเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติออกไปก่อน เพื่อลดผลกระทบในช่วงนี้ ส่วนของไฟฟ้าได้สั่งการให้เดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเต็มกำลังการผลิตรวมถึงโรงไฟฟ้าพลังน้ำด้วยททท.ตั้ง ศตท.ประเมินผลกระทบด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงผลกระทบการเดินทางทางอากาศกรณีหลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้าว่า ททท.ได้จัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ท่องเที่ยวในภาวะวิกฤติ (ศตท.) เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการบูรณาการข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว ติดตามความเคลื่อนไหวทั้งในและต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ประเมินแนวโน้มและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมกำหนดแนวทางการสื่อสารเชิงรุกและมาตรการรองรับในทุกมิติ โดยสำนักงาน ททท.ในต่างประเทศได้รายงานข้อมูลสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกระทบต่อตลาดตะวันออกกลาง รวมถึงนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเส้นทางบินหรือการยกเลิกเที่ยวบิน59 เที่ยวบินยกเลิกไป ตอ.กลางนางสาวฐาปนีย์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการติดตามเบื้องต้นพบว่าท่าอากาศยานหลักของประเทศไทย ได้แก่ สุวรรณภูมิ ดอนเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต และกระบี่ ได้รับแจ้งยกเลิกเที่ยวบินจากสายการบินที่ให้บริการเส้นทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงสายการบินที่มีจุดเชื่อมต่อในพื้นที่ดังกล่าว รวมจำนวน 59 เที่ยวบิน ส่งผลให้การเดินทางเข้า-ออกระหว่างประเทศไทยกับภูมิภาคตะวันออกกลางชะงักลง อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันตลาดตะวันออกกลางอยู่ในช่วงเทศกาลถือศีลอด (รอมฎอน) ซึ่งปกติเป็นช่วงที่การเดินทางของนักท่องเที่ยวชะลอตัวอยู่แล้ว ทำให้ผลกระทบในภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ทสภ.ระดม จนท.ดูแล ผดส.ในส่วนของสนามบินนานาชาติในไทย หลายแห่งต้องรับมือผู้โดยสารตกค้างจำนวนมากจากการที่สายการบินพาณิชย์ประกาศยกเลิกเที่ยวบินที่ต้องบินผ่านน่านฟ้าย่านภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) สั่งระดมเจ้าหน้าที่การท่าตั้งจุดคอยให้บริการและอำนวยความสะดวก พร้อมทั้งดูแลผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากการถูกยกเลิกเที่ยวบิน มีการจัดหาน้ำดื่มและเปิดจุดพักพิงชั่วคราวให้กับผู้โดยสาร พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เข้าพูดคุยให้กำลังใจแก่ผู้โดยสารเพื่อลดความตึงเครียดที่อาจเกิดขึ้น ซึ่ง ณ เช้าวันที่ 1 มี.ค. มีรายงานจำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกแล้ว 32 เที่ยวบิน แบ่งเป็นเที่ยวบินขาออก 16 เที่ยวบิน และเที่ยวบินขาเข้า 16 เที่ยวบิน ทั้งนี้ เบื้องต้นทาง ทสภ.ขอให้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินอย่างใกล้ชิด โดยสามารถตรวจสอบผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ เว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบิน เคาน์เตอร์สายการบิน ณ ทสภ.หรือช่องทางติดต่อโดยตรงของสายการบิน นอกจากนี้ สามารถสอบถามข้อมูลการให้บริการของ ทสภ. เพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมงผบ.ตร.สั่งยกระดับ รปภ.ประเทศนอกจากนี้ พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากเหตุสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.สั่งการด่วนไปยังหน่วยต่างๆ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยบุคคล สถานที่สำคัญ และสถานที่ราชการ โดยประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ เหล่าทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์ และสืบสวนหาข่าวคนต่างด้าวที่อาจก่อเหตุ หรือกระทำความผิดกฎหมายที่จะส่งเชื่อมโยงกับเหตุการณ์หรือผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะประเทศเฝ้าระวัง และเพิ่มความเข้มในการลาดตระเวน ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตามช่องทางเข้าออกตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ ท่าข้ามต่างๆ รวมทั้งเตรียมมาตรการรองรับ ณ ท่าอากาศยาน กรณีมีการเดินทางรับคนไทยกลับเข้าประเทศ โดยประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศไทยให้ตำรวจท่องเที่ยวช่วยเหลือแนะนำผ่านสายด่วน 1155 และจัดล่ามแปลภาษารองรับการสื่อสารอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่