ก็อย่างที่ผมเขียนขออนุญาตท่านผู้อ่านไว้เมื่อวานนี้แหละครับว่า จะเขียนเรื่องเกี่ยวกับ “วันมาฆบูชา” สักวัน 2 วัน... สำหรับปีนี้...ซึ่งเป็นปีแห่งความวุ่นวายทางเศรษฐกิจ และการเมืองอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย...อีกปีหนึ่งการเขียนถึงเหตุการณ์หรือข่าวคราว “ทางโลก” มากเกินไปอาจทำให้จิตใจว้าวุ่น วิตกกังวลหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ จะพลอยเป็นมนุษย์ “จิตตก”...หมดอาลัยตายอยากกันไปเสียหมดปกติแล้ว วัน “มาฆบูชา” จะมาเร็วกว่านี้ เพราะ “วันเพ็ญเดือน 3” จะอยู่ใกล้ๆกับ เทศกาลตรุษจีน และวัน วาเลนไทน์ หรือวันแห่งความรักของฝรั่งที่ปักหมุดตายตัวไว้ที่ 14 กุมภาพันธ์แต่ปีใดที่เป็นปีที่มีเดือนอธิกมาส หรือมีเดือน 8 รวม 2 ครั้ง ก็ให้เลื่อน วันมาฆบูชา จากวันเพ็ญเดือน 3 เป็นวันเพ็ญเดือน 4...ดังเช่นปีนี้ที่ทะลุมาจนถึงวันที่ 3 มีนาคมซึ่งก็ดีไปอย่าง เราจะได้ทุ่มเทจิตใจให้แก่วันมาฆบูชาได้เต็มที่ โดยไม่ต้องไปเสียเวลากับเรื่องวันแห่งความรัก หรือการเฉลิมฉลองตรุษจีนอันสนุกสนานซึ่งไม่เหมาะแก่การทำจิตใจให้สงบแต่อย่างใดถ้าเราย้อนกลับไปดูถึงที่มาของวันมาฆบูชาก็จะพบถึงความมหัศจรรย์ที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นพร้อมกันถึง 4 ประการได้แก่ 1.พระภิกษุ 1,250 รูป เดินทางมาประชุมพร้อมกัน ณ วัดเวฬุวัน โดยมิได้นัดหมาย 2.พระภิกษุทั้งหมดนั้น ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าโดยตรงทุกรูป 3.ภิกษุทั้งนั้น ล้วนเป็น พระอรหันต์ และ 4.วันดังกล่าวตรงกับวันเพ็ญเดือน 3นอกจากจะเป็นวันที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นถึง 4 ประการดังที่ได้สรุปไว้แล้ว วัน มาฆบูชา ยังเป็นวันแสดง “โอวาทปาติโมกข์” ประทานแก่ภิกษุทั้งหมดเพื่อนำไปเผยแผ่แก่พุทธศาสนิกชนสืบต่อไปแม้เกือบทั้งหมดจะของพระโอวาทปาติโมกข์เป็นคู่มือในการปฏิบัติตนของพระภิกษุสงฆ์เพื่อสร้างบารมีธรรม และความเชื่อถือแก่พุทธบริษัท แต่คำสั่งสอนบางประการก็คือการยํ้าถึงแก่นแท้แห่งพุทธศาสนาที่ฆราวาสทั่วไปอย่างเราๆสามารถนำไปปฏิบัติได้เช่นพระคาถาบทแรก ทรงกล่าวถึงหลักการที่เป็นหัวใจของพุทธศาสนาที่พุทธบริษัททั้งหลายพึงปฏิบัติ ได้แก่ 1.การไม่ทำชั่วทั้งปวง 2.การทำความดีให้ถึงพร้อม และ 3.การทำจิตใจให้บริสุทธิ์เมื่อกล่าวถึงหัวใจแห่งพุทธศาสนาแล้วก็ทรงกล่าวถึงอุดมการณ์สูงสุดสำหรับภิกษุและบรรพชิตในพุทธศาสนา ว่าต้องมี 4 อุดมการณ์ได้แก่ ขันติ, นิพพาน, อหิงสา และ สันติจากนั้นทรงกล่าวถึงคาถาที่สาม ที่พระธรรมทูตทุกรูปพึงถือเป็นหลักการและกลยุทธ์ ในการปฏิบัติไปในทางเดียวกันอันจะทำภารกิจเผยแผ่พระศาสนา บรรลุเป้าหมาย 6 ประการ ได้แก่1.การไม่กล่าวร้ายโจมตีผู้อื่น, 2.การไม่ทำร้ายผู้อื่น, 3.การสำรวมในปาติโมกข์ (หมายถึงการประพฤติตนให้น่าเลื่อมใส), 4.ความเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภค 5.นั่งนอนในที่อันสงัด และ 6.ความเพียรในอธิจิต (พัฒนาจิตใจให้ยิ่งด้วยสมถะและวิปัสสนา)ทั้งหมดนี้คือบทสรุปโดยย่อสำหรับ พระ โอวาทปาติโมกข์ ที่ประทานแก่พระอรหันต์ทั้ง 1,250 รูป เพื่อเป็นคู่มือในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาและมีส่วนสำคัญยิ่งที่ทำให้พุทธศาสนายั่งยืน จีรังมาถึงทุกวันนี้ และจะยั่งยืนสืบไปแน่นอนหลายๆข้อที่ทรงสั่งสอนไว้เป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับพวกเราที่เป็นปุถุชนธรรมดาสามัญจะประพฤติปฏิบัติได้ แต่อย่างน้อยการทราบว่า พระพุทธเจ้าเทศนาไว้อย่างไรในวันนี้ ก็คงจะทำให้เรามีความคิดที่กระจ่างแจ่มใสขึ้น...ทำตามได้แค่ไหนก็แค่นั้น คิดตามได้เพียงใดก็เพียงนั้น ล้วนเป็นกุศลทั้งสิ้นไม่สามารถทำอะไรคิดอะไรได้ลึกซึ้งมากนัก ก็ขอให้ไปทำบุญตักบาตรและเวียนเทียนตามวัดต่างๆก็พอแล้วครับ...เชื่อว่าทุกสิ่งทุกอย่าง (โดยเฉพาะจิตใจ) จะดีขึ้นแน่นอนสุขสันต์วันมาฆบูชานะครับ ท่านผู้อ่านที่เคารพ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม