ผบก.ป.เผยชุดสืบสวน บก.ป. สาวต่อตามจับผู้ร่วมขบวนการหลอกเด็กนักเรียนเปิดซิมโทรศัพท์ขายให้แก๊งสแกมเมอร์ คาดมีโรงเรียนในพื้นที่ไกลปืนเที่ยงโดนก่อเหตุเพิ่ม พร้อมประสานตำรวจท้องที่รับแจ้งความช่วยเด็กกันตัวออกจากคดี เพราะไม่มีส่วนรู้เห็นถือว่าเป็นเหยื่อ ด้านตัวแทน บ.ทรูฯแจงหากพบมิจฉาชีพนำซิมของเด็กนักเรียนที่ถูกหลอกไปใช้จะรีบระงับสัญญาณ และปิดการใช้งานทันที ศูนย์ ACSC ระบุพบเบอร์โทร. 7 หมายเลข ผู้ลงทะเบียนเป็นเด็กและเยาวชนใส่ชุดนักเรียน ถูกใช้นำไปก่อเหตุแล้วมูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาทกรณีตำรวจกองปราบฯร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดปฏิบัติการ “SAFE ดอย BOY” จับกุม น.ส.จิราภรณ์ ใจน่าน อายุ 36 ปี น.ส.เบญจมาศ ศิริสิงห์ อายุ 29 ปี และนายปรัชญา แสงศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย หลังทำทีขอจัดโครงการอบรมภัยสแกมเมอร์ที่โรงเรียน 2 แห่ง ใน จ.เชียงใหม่ พร้อมแจกซิมอินเตอร์เน็ตให้นักเรียนฟรี โดยขอสแกนบัตรประชาชนและใบหน้าเปิดใช้ซิม จากนั้นส่งไปให้แก๊งสแกมเมอร์ฝั่งท่าขี้เหล็กเปิดเบอร์โทรศัพท์ใช้ก่อเหตุลวงเหยื่อ พบนักเรียนตกเป็นเหยื่อหลายร้อยราย ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4. บก.ป. พร้อมด้วยนายภัคพงษ์ พัฒนมาศ ที่ปรึกษาด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัททรู คอเปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าคดีพล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ลงวันที่ 23 ก.พ.69 ข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อ หรือขายหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้วแต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ และร่วมกันเป็นผู้เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อนำไปใช้หรือใช้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรืออาญาอื่นใด พร้อมของกลางซิมโทรศัพท์ 2,160 อัน จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ แต่พบหลักฐานกระทำผิดชัดเจน เชื่อว่ามีโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลอาจถูกก่อเหตุเพิ่ม ส่วนนักเรียนที่ถูกหลอกให้เปิดเบอร์โทรศัพท์นำไปใช้ก่อเหตุ ได้ประสานไปยังตำรวจที่รับแจ้งความเพื่อช่วยเหลือกันตัวเด็กออกมาจากคดี เพราะเด็กไม่มีส่วนรู้เห็น ถือว่าเป็นเหยื่อ จากการตรวจค้นบ้านของ น.ส.จิราภรณ์ ยังพบซิมโทรศัพท์ของนักเรียนหลงเหลืออยู่อีก 2 ซิม ยังไม่ถูกส่งต่อให้แก๊งสแกมเมอร์ ซิมทั้งหมดถูกส่งต่อไปยัง จ.สมุทรปราการ จากนั้นจะมีคนมารับต่อไปอีกทอด ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องด้านนายภัคพงษ์กล่าวว่า ที่ผ่านมาบริษัททรูฯ ร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) คอยป้องกันแก๊งมิจฉาชีพทางออนไลน์มาตลอด โครงการแจกซิมฟรีพร้อมให้ความรู้เรื่องป้องกันแก๊งสแกมเมอร์กับเด็กนักเรียนที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ถือว่าเป็นโครงการที่ดี แต่กลับถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ในทางที่ผิด ทั้งนี้ ผู้ต้องหาเป็นตัวแทนขายของบริษัททรูฯ สมัครเข้ามาเมื่อเดือน พ.ค.68 เพิ่งมามีปัญหาเมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนี้บริษัททรูฯจะร่วมกับตำรวจคอยเฝ้าระวังเกี่ยวกับการใช้ซิมเด็กนักเรียนที่ถูกหลอกนำไปใช้ก่อคดีหลอกลวงเหยื่อ หากพบจะรีบระงับสัญญาณพร้อมปิดการใช้งานทันทีมีรายงานว่า เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) โดย พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรอง ผอ.ศปอส.ตร. ตรวจพบว่า วันที่ 4 ธ.ค.68 ได้รับแจ้งผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ จำนวน 8 เคสไอดี พบหมายเลขโทรศัพท์คนร้าย 7 หมายเลข ถูกลงทะเบียนผู้ใช้งาน เป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 18 ปี ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ตรวจพบภาพการลงทะเบียนเป็นของเด็กนักเรียนชาย อายุ 9, 14, 15 ปี ใส่ชุดนักเรียนถ่ายในโรงเรียน 3 หมายเลข พบภาพเด็กนักเรียนหญิง อายุ 8, 13, 14, และ 15 ปี ใส่ชุดนักเรียนของโรงเรียน 4 หมายเลข และพบว่าเบอร์ที่ลงทะเบียนของเด็กนักเรียนหญิง อายุ 14 ปี ถูกนำไปก่อเหตุถึง 2 เคสไอดี รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 แสนบาทอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่