“ป้าดา” บุก พศ.ขอคัดเอกสารตรวจสอบ การจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น และหนังสือถวายฎีกา หลังคาใจถูกบ่ายเบี่ยง มาตลอด พศ.นัดรับเอกสารในวันที่ 21 ส.ค. พนักงานที่ดินขอนแก่นแจ้งความเอาผิดผู้จัดการมรดกเป็นลูกสาวของนายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดิน ฐานให้การเท็จ อ้างโฉนดที่ดินสูญหายและยื่นขอออกใบแทน ส่วนปมขอเปลี่ยนชื่อโฉนดวัดเร่งหารือกรมที่ดินเพื่อความถูกต้อง ขณะที่ชาวบ้านแจ้งจับป้าดาและพวก ในความผิด ฐานหมิ่นเบื้องสูงศึกมหากาพย์ข้อพิพาทที่ดินจำนวน 21 ไร่มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาทของวัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ที่นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินนำมาถวายวัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 กระทั่งนายเฮียงเสียชีวิต ทายาทฟ้องร้องศาลอ้างนิติกรรมไม่สมบูรณ์ แม้วัดจะชนะคดีในชั้นศาล แต่ปมขัดแย้งก็ยังไม่สิ้นสุด เมื่อ น.ส.ชมมณี หรือป้าดา น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หลานฝั่งเมียของนายเฮียงนำกลุ่มชายฉกรรจ์เข้าไปเทปูนวางท่อปิดทางเข้าออกวัด ตำรวจออกหมายเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาบุกรุก แต่ป้าดายังไม่ยอมมาพบ ล่าสุดนางอุดมพร เอกเอี่ยม ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วยนายธงทอง จันทรางศุ นายกสภามหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราชและประธานกรรมการคุ้มครองพระพุทธ ศาสนาแห่งชาติ นำทีมยื่นหนังสือถึง ผวจ.ขอนแก่น เร่งเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดจากนายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นชื่อวัดให้ถูกต้อง ขณะที่ป้าดายันครอบครัวไม่ได้ต้องการแย่งชิงที่ดิน หากพิสูจน์ชัดว่าเป็นของวัดพร้อมถอยยอมรับกติกาความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 18 ส.ค.ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) น.ส.ชมมณี หรือป้าดา น้อยจันทร์ เดินทางมาเขียนคำร้องขอคัดสำเนาเอกสารตรวจสอบการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น มีนายธีรเดช จันทรัตน์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นผู้ประสานงานดำเนินการเขียนคำร้องจากนั้น น.ส.ชมมณี เปิดเผยว่า เขียนคำร้องเพื่อจะขอคัดสำเนาเอกสารตรวจสอบมีอยู่ 2 เรื่อง ขอจัดตั้งวัดป่าอดุลยารามทั้งหมดและหนังสือถวายฎีกา เรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมดกับวัดป่าอดุลยาราม รับแจ้งมาว่าได้มีการตอบหนังสือถวายฎีกามาที่ พศ.แล้ว และทาง พศ.นัดให้มารับเอกสารในวันที่ 21 ส.ค.เวลา 13.00 น. การตรวจสอบต้องเห็นก่อนว่า เอกสารทั้งหมดเป็นอย่างไร ต้องได้ดูก่อนถึงจะรู้ ทางครอบครัวทายาทไม่ได้มีปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าต้องตามหาความจริง ไม่ได้ว่าจะไปรังแกพระ ไม่ต้องไปถล่มกันมาก โซเชียลเล่นงานครอบครัวทายาทจนล้มป่วยกันหนักแล้ว ตนเคยมาที่ พศ.บ่อย เจ้าหน้าที่ไม่ยอมให้เอกสารเริ่มสงสัยเพราะว่าไม่ชอบมา พากล ในวันที่ 21 ส.ค.จะได้รู้ว่าหลักฐานเป็นอย่างไรบ้าง ที่ผ่านมาเคยมาขอถ่ายสำเนาหลายครั้งแล้วเหมือนกับบ่ายเบี่ยงไปมา เกิดคาใจเพราะทุกอย่างจะรู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก ในสังคมนี้ต้องได้รับการตรวจสอบถ้าฝ่ายเราผิดก็ไม่มีปัญหา แต่ถ้าทางวัดผิดก็เป็นเรื่องของวัด ไม่ได้มีอะไรมากเมื่อถามว่ารู้หรือไม่ที่ดินดังกล่าวเคยเป็นป่าช้ามาก่อน น.ส.ชมมณีตอบว่า ไม่ใช่สาธารณะเป็นที่จับจองเป็นของนายเฮียง โฉนดออกมาถูกแล้วอาจจะเป็นป่าสมัยก่อน การที่จับจองที่เป็นป่าใครจับจองได้คนนั้นก็ย่อมได้สิทธิ วันที่ 21 ส.ค.มาดูกัน ส่วนเรื่องหมายเรียกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่นนั้น ยังไม่ได้รับ ขอดูหนังสือหมายเรียกก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ส่วนที่อยากเข้าพบนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องห่วงได้เจอแน่ และจะถามเพื่อให้กระจ่างต่อสังคมน.ส.ชมมณีเผยอีกว่า ส่วนกรณีที่บอกจะยอมถอยเมื่อผลตรวจสอบออกมาถูกต้องทุกอย่าง ครอบครัวอยู่ระหว่างพิสูจน์ว่า ที่นี่เป็นวัดจริงๆหรือไม่ ไม่ได้ต้องการจะเอาที่ดินอะไร ทำไมในวัดถึงมีสิ่งของที่ไม่ชอบมาพากลเยอะ แล้วก็ตรวจสอบว่าใครผิด ใครถูก เมื่อถามว่าหากวัดมีหลักฐานถูกต้องจะไปขอขมาทางเจ้าอาวาสหรือไม่ น.ส.ชมมณีตอบว่า ตรวจก่อนค่อยว่ากัน เราไม่ใช่โจร ไม่ได้โหดร้ายอะไรหรอก ขอตรวจสอบก่อน ก่อนที่จะประณามเราเวลา 14.30 น. นายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น นำเจ้าหน้าที่ส่วนงานที่รับเรื่องที่นางบัวไข สรสมุทร เป็นลูกคนที่ 4 ของ นายเฮียง พิมพ์ศรี เป็นผู้จัดการมรดกของนายเฮียง ยื่นเรื่องออกใบแทนโฉนดที่ดินที่สูญหาย ยื่นคัดสำเนาโฉนดที่ดินเมื่อวันที่ 13 ก.ค.2569 ต่อมาวันที่ 27 ก.ค. ยื่นคำขอออกใบแทนต่อเจ้าพนักงานที่ดินเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.พงษ์ระวี อ่อนเฉวียง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น มีเอกสารหลักฐานเป็นสำเนาที่เกี่ยวข้องกับการคัดสำเนาโฉนดที่ดินและสำเนาการยื่นขอใบแทนมาเป็นหลักฐานนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเชือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้จัดการมรดก กรณีให้ข้อมูลว่าโฉนดที่ดินสูญหายและยื่นขอออกใบแทน เนื่องจากเจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม นำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทำให้สำนักงานที่ดินยกเลิกกระบวนการออกใบแทน พร้อมแจ้งสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วันไปยังผู้จัดการมรดกเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.2569 ขณะที่กระบวนการเปลี่ยนชื่อโฉนดเป็นของวัดป่าอดุลยารามนั้น ยังเดินหน้าตามมาตรา 84 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และกรณีข้อพิพาทที่ดินโฉนดเลขที่ 61945 เกี่ยวข้องกับวัดป่าอดุลยารามนายพงษ์สุวัจน์เปิดเผยอีกว่า สำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นดำเนินการ 2 ส่วนที่ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ได้แก่ การดำเนินคดีกรณีการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และกระบวนการทางทะเบียนเพื่อเปลี่ยนชื่อผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดให้เป็นชื่อวัด และตามขั้นตอนปกติ หากประชาชนอ้างว่าโฉนดที่ดินสูญหายเจ้าหน้าที่จะรับบันทึกถ้อยคำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่โฉนดสูญหาย รวมถึงให้พยานรับรอง 2 คนก่อนเข้าสู่กระบวนการรับคำขอ และมีการประกาศเป็นเวลา 30 วัน เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามาโต้แย้งหรือคัดค้าน ในส่วนของที่ดินวัดป่าอดุลยารามนั้น เมื่อผู้จัดการมรดกมายื่นเรื่องขอออกใบแทนโฉนดที่ดินฉบับจริงและอยู่ระหว่างการประกาศ 30 วัน เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยารามเข้ามาคัดค้านและนำโฉนดฉบับจริงมาแสดงต่อสำนักงานที่ดิน ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าโฉนดไม่ได้สูญหายตามที่มีการแจ้งไว้เจ้าพนักงานที่ดินเผยอีกว่า กรณีที่เกี่ยวข้องกับการที่ผู้จัดการมรดกมายื่นเรื่องขอให้ออกใบแทน และให้ถ้อยคำต่อเจ้าพนักงานไว้แล้วนั้น เมื่อมีผู้คัดค้านและนำโฉนดตัวจริงมาแสดงเท่ากับว่า ผู้จัดการมรดกให้การอันเป็นเท็จเพราะผู้จัดการมรดกมาขอออกใบแทน ยืนยันว่าโฉนดสูญหาย เจ้าหน้าที่ถือเป็นการปฏิบัติตามขั้นตอนปกติ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฏิเสธการรับคำขอได้กำหนดด้วยเหตุนี้ สำนักงานที่ดินเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน เดินทางมาแจ้งความเพื่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย จะมีความผิดในข้อหาใด ใครต้องรับผิด และมีความผิดในระดับใด เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาตามข้อเท็จจริงและบทบัญญัติของกฎหมายต่อไปขณะเดียวกัน เจ้าพนักงานที่ดินขอนแก่นยอมรับกังวลปมเปลี่ยนชื่อโฉนดวัดป่าอดุลยาราม หารือกับเจ้าหน้าที่กรมที่ดินเพื่อยืนยันแนวทางหวั่นผิดพลาดภายหลัง เนื่องจากกรณีนี้มีความสำคัญและอยู่ในความสนใจของประชาชน ขณะเดียวกันนักกฎหมายหลายฝ่ายยังมีมุมมองต่อแนวทางดำเนินการแตกต่างกัน ต้องขอให้กรมที่ดินยืนยันแนวทางอีกครั้งว่า การดำเนินการของสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย หรือไม่ จะต้องยึดระเบียบและหลักกฎหมายของกรมที่ดินเป็นสำคัญ พร้อมดำเนินการด้วยความระมัดระวังและรอบคอบ เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดในขั้นตอนการเปลี่ยนชื่อโฉนด อาจทำให้เกิดปัญหาและความยุ่งยากตามมาในภายหลังส่วนเอกสารหลักฐานที่วัดป่าอดุลยารามนำมาแสดงต่อสำนักงานที่ดินนั้น นายพงษ์สุวัจน์เผยว่า ในส่วนของเอกสารประกอบถือว่าเพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าสามารถเปลี่ยนชื่อในโฉนดได้ทันที เนื่องจากยังมีขั้นตอนการสอบสวนข้อมูลประกอบอีกหลายรายการ หนึ่งในรายละเอียดที่สำนักงานที่ดินต้องตรวจสอบคือข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งปลูกสร้างภายในวัด รวมถึงจำนวนพระภิกษุและสามเณร ตลอดจนรายละเอียดอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามขั้นตอนทางทะเบียน ดังนั้นประเด็นที่สำนักงานที่ดินเร่งดำเนินการในขณะนี้ ไม่ใช่เพียงการตรวจสอบว่าเอกสารของวัดครบหรือไม่ แต่เป็นการทำให้ทุกขั้นตอนเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายอย่างถูกต้อง ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามการใช้สิทธิของผู้จัดการมรดก หลังมีคำสั่งยกเลิกกระบวนการออกใบแทนโฉนด ผู้จัดการมรดกมีสิทธิอุทธรณ์ภายใน 15 วัน จะเป็นขั้นตอนสำคัญต่อการเปลี่ยนชื่อโฉนดแปลงพิพาทให้เป็นชื่อวัดป่าอดุลยารามต่อไปขณะเดียวกัน นายอุเทน อินอ้าย อายุ 53 ปี วิทยากรจิตอาสา 904 หลักสูตรหลักประจำรุ่นที่ 3/62 เฉพาะกิจราชสีห์ สังกัดกระทรวงมหาดไทย เข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ปุณณริศร์ ธรานันทเศรษฐ์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับชายที่กล่าวอ้างเบื้องบนและป้าดารวมถึงกลุ่มคนที่ร่วมกันก่อเหตุปิดประตูทางเข้าออกวัดในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และมีหลักฐานเป็นคลิปส่งมอบให้พนักงานสอบสวนนายอุเทนเปิดเผยว่า ตามคลิปในเหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ปิดประตูวัดป่าอดุลยารามเมื่อวันที่ 10 ส.ค.69 ตนในฐานะประชาชน จ.ขอนแก่น เมื่อเห็นคลิปรู้สึกไม่สบายใจ อยากถามไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นว่ามีฎีกาจริงหรือไม่ แล้วฎีกาที่บอกว่ามาจากเบื้องบนมาจากในหลวงนั้นเป็นอย่างไร หากมีฎีกาจริงขอให้นำออกมาเปิดเผย หากไม่มี ตนในฐานะประชาชนจำเป็นที่จะต้องแจ้งความดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 บางส่วนถือว่าวัดเป็นผู้เสียหาย เพราะมีบุคคลที่บุกรุกเข้ามาในวัด บางคนอยู่นอกวัด ในส่วนของพระกฤษฎีกานั้นไม่สามารถส่งตรงไปยังผู้ไม่เกี่ยวข้อง เพราะถ้าจะร้องเรียนในการเขียนฎีกาต้องเขียนด้วยคำราชาศัพท์เพื่อถวายพระเกียรติ และเนื้อหาต่างๆนั้นต้องชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่ว่ายังอยู่ในคดีความแล้วตัวเองมิใช่ผู้ถูกกระทำหรือเป็นผู้เดือดร้อนโดยตรง ฉะนั้นการที่มีคนและกลุ่มคนมากล่าวอ้างแบบนี้ ถือว่าผิดแปลก อยากให้กลุ่มคนที่มากล่าวอ้างมาแสดงในวันนั้น นำหนังสือฉบับนั้นมาแสดงเพื่อคลายข้อสงสัย ถ้าเป็นเพียงการกล่าวอ้างหรือแอบอ้าง ตนในฐานะประชาชนขอแจ้งความเอาผิดอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่