“กวาดบ้านกลางกรุง” มท.4-รอง ผบ.ตร. สั่ง “บิ๊กหยาม-นพศิลป์-รองหมอ” เปิดปฏิบัติการปิดล้อม 7 จุด ค้นแฟลตดินแดงหลังพบความผิดปกติยัดชื่อเด็กเมียนมาเข้าทะเบียนบ้านห้องเดียวกว่า 64 ราย รวบ 7 ผู้ต้องหา ตามหมายจับ มีทั้งเจ้าหน้าที่เขต นายหน้า เจ้าบ้าน และพยานปลอมลายเซ็น แฉร่วมขบวนการออก “บัตรชมพูหมายเลข 7” เปิดช่องโยงแก๊งบัญชีม้าและอาชญากรรมข้ามชาติ ชี้เป็นภัยคุกคามความมั่นคง ซ้ำกระทบต่อสวัสดิการคนไทยและเศรษฐกิจในวงกว้าง เตรียมขยายผลลากคอผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมตำรวจสนธิกำลังฝ่ายปกครองบุกแฟลตดินแดงจับขบวนการย้ายเด็กต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้านผิดกฎหมาย เปิดเผยขึ้น เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 18 ส.ค. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย (มท.4) พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนธิกำลังกว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” บุกทลายแฟลตดินแดง ถนนดินแดง แขวงและเขต ดินแดง กทม. จับกุมขบวนการทุจริตยัดชื่อคนต่างด้าวเข้าทะเบียนบ้าน พร้อมปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 7 จุด จับกุมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับทั้งหมด 7 รายสืบเนื่องจากช่วงเดือน เม.ย.—มิ.ย. คณะทำงาน DOPA N.I.C.E. เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่สำนักงานเขตดินแดง พบมีการรับแจ้งย้ายคนจำนวนมากเข้าทะเบียนบ้านเพียง 1 หลัง ในช่วงเวลาต่อเนื่องกันผิดปกติ สืบสวนพบมีเครือข่ายนายหน้าและเจ้าหน้าที่ทะเบียนจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน ๗)เบื้องต้น ตรวจสอบทะเบียนบ้านในแฟลตดินแดงทั้งหมด 5,726 ห้อง มีเด็กต่างด้าวอายุ 5-15 ปี ในรายการทะเบียนบ้านไม่ต่ำกว่า 1,366 คน โดยพบห้องต้องสงสัยมีเด็กต่างด้าวมากกว่า 16 คนขึ้นไป ย้ายเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้าน 44 ห้อง พบว่าบ้านเลขที่ 6004/7 (อาคารแฟลตดินแดง ช.๔) ซอยประชาสงเคราะห์ 1 แขวงและเขตดินแดง แจ้งย้ายเด็กต่างด้าวเข้าสู่ทะเบียนบ้านมากถึง 64 ราย และยังพบพฤติการณ์เชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง คณะทำงานได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สน.ดินแดงต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ขออนุมัติออกหมายจับ ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 เจ้าหน้าที่ของรัฐ 3 หมาย ได้แก่ นายพิธาณเลิท ตะพานทอง นายศุภเชฏฐ์ พันธุ์เพียร และ น.ส.ดรุณี เกิดแดงบุ เจ้าพนักงานปกครองของสำนักงานเขตดินแดง ได้อนุมัติการย้ายที่อยู่ของเด็กต่างด้าวอายุระหว่าง 5-15 ปี เป็นจำนวนมากภายในระยะเวลาอันสั้น ทั้งๆที่ระบบคอมพิวเตอร์แจ้งเตือนว่า ทะเบียนบ้านดังกล่าวมีผู้อยู่อาศัยเกินกว่า 16 คน แต่ยังดำเนินการรับการแจ้งย้ายที่อยู่ต่อไปมีรายงานทั้ง 3 คน ละเว้นการตรวจสอบขนาดพื้นที่ห้องพักให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยของกระทรวงสาธารณสุข ยินยอมรับเอกสารที่มีการลงนามล่วงหน้าจากนายหน้า ตลอดจนการลงลายมือชื่ออนุมัติในเอกสารที่มีการปลอมลายมือชื่อเจ้าบ้าน โดยที่เจ้าบ้านมิได้มาแสดงตนต่อหน้านายทะเบียน และได้อนุมัติทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย เป็นความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, รับรองหลักฐานหรือเอกสารอันเป็นเท็จ, ร่วมกันใช้หลักฐานเท็จให้ผู้อื่นมีชื่อในทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ และร่วมกันนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ อันเป็นความผิดตาม ป.อาญา ม.157, 162 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ม.14 (2)กลุ่มที่ 2 เจ้าบ้าน คนกลาง และนายหน้า 3 หมาย ได้แก่ น.ส.ษะรีณา รักสงคราม (เจ้าบ้าน) นางเฉลิมษี อวยพร (คนกลาง) และ น.ส.วรรยา เพ็ชรักษ์ (นายหน้า) ประสานจัดหาเอกสาร ปลอมแปลงลายมือชื่อเจ้าบ้านที่ยินยอม มอบเอกสารแลกค่าตอบแทนราคา 4,000-4,500 บาท สำหรับทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ในความผิดฐานสนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, สนับสนุน เจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จ, ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน, ร่วมกันให้เจ้าพนักงานจดข้อความเท็จในเอกสารราชการ, ร่วมกันนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และใช้หลักฐานเท็จหรือทำให้มีชื่อหรือรายการในทะเบียนราษฎรโดยมิชอบ ตาม ป.อาญา ม.83, 86, 157, 137, 267 พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ ม.50 วรรคสอง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (2)กลุ่มที่ 3 พยานรับรองลายมือชื่อผู้รับรอง 1 หมาย ได้แก่ น.ส.แพรนวล พานพบ ลงลายมือชื่อตนเองเป็นพยานรับรอง และปลอมลายมือชื่อผู้อื่นเพื่อเป็นพยานรับรองคนที่ 2 ในบันทึกคำให้การรับรองการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย ดำเนินคดีในความผิดฐานเดียวกันกับกลุ่มที่ 2 ผลการ ปฏิบัติจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้ง 7 คน นำตัวส่ง สน.ดินแดง ดำเนินคดีหลังตรวจค้น พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นเด็กต่างด้าวที่พบการโอนย้ายเข้าทะเบียนบ้านทั้งหมดเป็นชาวเมียนมา หากบุคคลต่างด้าวที่ถูกนำชื่อเข้ามาในระบบจะได้รับ “บัตรชมพูหมายเลข 7” ทำให้สามารถใช้ชีวิตและทำธุรกรรมในประเทศไทยได้ตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดทั้งการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐาน การรักษาพยาบาล และสิทธิ์ในการทำธุรกรรมต่างๆ อาทิ การเปิดบัญชีธนาคาร อาจจะเกี่ยวโยง ไปถึงบัญชีม้า สแกมเมอร์ หรือเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติต่อมาเวลา 11.00 น. ที่ สน.ดินแดง นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องร่วมกันแถลงข่าวระบุว่า ได้รับมอบหมายจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เป็นตัวแทนรัฐบาลเสนอการปฏิบัติ การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบในวงกว้าง ไม่เพียงแย่งสิทธิสวัสดิการของคนไทย แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะเรื่องของความมั่นคง ถือเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันเปิดปฏิบัติการ “กวาดบ้านกลางกรุง” ปราบปรามขบวนการนายหน้า แจ้งย้ายที่อยู่บุคคลไม่มีสัญชาติไทยเข้ามาอยู่ในดินแดงด้าน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. กล่าวว่า หลังจากศูนย์ DOPA N.I.C.E. เข้าแจ้งความที่ สน.ดินแดง ฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องขอหมายจับ 7 หมาย วันนี้จับกุมได้ครบทั้ง 7 ราย ชั้นจับกุมผู้ต้องหารับสารภาพ ได้ตรวจค้นทั้งหมด 7 จุด รวบรวมพยานหลักฐานสืบสวนขยายผล พบเส้นทางการเงินของนายหน้ารายหนึ่งที่ยังไม่ได้ถูกออกหมายจับ เชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในสำนักงานเขตดินแดง 1 ราย และนายหน้าคือป้าน้อยที่โอนเงินเข้ามา จากการซักถามป้าน้อย นอกจากขบวนการนี้ยังมีเครือข่ายอื่นที่กระทำลักษณะนี้อีกหลายราย ตำรวจนครบาลจะร่วมกับกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวนขยายผลกวาดล้างเครือข่ายดังกล่าวต่อไปด้านนายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า การเคหะแห่งชาติ ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการย้ายชื่อเข้า-ออกทะเบียนบ้าน หรือการออกบัตรประจำตัวบุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทย เนื่องจากเป็นอำนาจหน้าที่ของฝ่ายทะเบียน สำนักงานเขต กคช.มีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการเป็นคู่สัญญาให้ผู้เช่านำไปใช้ประกอบการขอทะเบียนบ้านเท่านั้น ตามระเบียบการเคหะแห่งชาติไม่อนุญาตให้บุคคลต่างด้าวเป็นผู้เช่าหรืออยู่อาศัยและตรวจสอบการอยู่อาศัยเป็นประจำทุกปีในช่วงการต่อสัญญาเช่าประจำปี คู่สัญญาจะต้องนำทะเบียนบ้านตัวจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ พร้อมระบุข้อมูลผู้อยู่อาศัยในห้องตามแบบฟอร์มที่กำหนด สำหรับห้องพักอาศัยที่ถูกร้องเรียนกรณีมีแรงงานต่างด้าวพัก 3 ห้อง ก่อนหน้านี้ กคช.ร่วมกับ สน.ดินแดง และสำนักงานเขตดินแดง ตรวจสอบห้องแล้ว แต่ไม่พบการพักอาศัยจริง เป็นการย้ายชื่อแฝงเข้ามาในระบบทะเบียน กคช.ไม่สามารถตรวจสอบได้ ปัจจุบัน กคช.ได้ยกเลิกสัญญากับผู้เช่าห้องพักที่ถูกร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว ส่วนห้องพักที่น่าสงสัยอยู่ระหว่างตรวจสอบจากสำนักงานเขตดินแดง หากพบว่ามีการทำผิดระเบียบจริง จะบอกยกเลิกสัญญาเช่าทันที พร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ที่ผ่านมาได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เช่า สถานะสัญญา และการตรวจสอบพื้นที่แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อสนับสนุนการสืบสวนและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่