“อนุทิน” พบผู้นำรัฐนิวเซาท์เวลส์ ขึ้นโชว์วิชันหุ้นส่วน ไทย-ออสเตรเลีย แนะ 2 ชาติยกระดับร่วมมือ ชวน Canva ขยายธุรกิจในไทย ฟุ้งกลุ่มทุนใหญ่เชื่อมั่นเสถียรภาพ มุ่งหน้าลงทุน-ขยายฐานผลิตในไทย เล็งปลดล็อกขายน้ำมันเครื่องบินให้ ภท.ประสานเสียงโต้ฮั้ว สว. “ไชยชนก” ยันไม่รู้จัก “วิทยา” “ภราดร” โว 6 เดือนไร้เรื่องทุจริต “รุทธพล” เมินถูกซักฟอก ปม “เล่าต๋า” “โสภณ” ตั้งกรรมการคนนอกสอบ ป.ป.ช. ยกคำร้องซุกหุ้น “ศักดิ์สยาม” สส.ผวาถูกยิงตาย จี้สภาคุมเข้มอาวุธปืน ปธ.สภาให้คำมั่นปลอดภัย 100% “เท้ง” เย้ยนายกฯโยนภาระคดีโกงสอบให้ท้องถิ่น ซัดเบี่ยงประเด็นเลี่ยงการตรวจสอบ ขู่ขืนฟอกขาวคดีฮั้วเจอร้องคัดค้าน อุบไม้เด็ดรอเผด็จศึกทีเดียวนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติภารกิจเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ โชว์วิสัยทัศน์ยกระดับความเป็นหุ้นส่วนไทย-ออสเตรเลีย ยืนยันกลุ่มทุนขนาดใหญ่ยังมั่นใจในเสถียรภาพและศักยภาพของไทย มุ่งหน้าเข้ามาลงทุนและขยายฐานการผลิตในไทยต่อเนื่อง“อนุทิน” พบผู้นำรัฐนิวเซาท์เวลส์เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 18 ส.ค.ตามเวลาท้องถิ่นนครซิดนีย์ (เร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) ที่ห้อง Drawing Room ทำเนียบรัฐบาลรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เข้าเยี่ยมคารวะนางมาร์กาเร็ต บีซลีย์ ผู้สำเร็จราชการแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-ออสเตรเลีย และแนวทางการขยายความร่วมมือในสาขาที่มีผลประโยชน์ร่วมกัน นายอนุทินกล่าวว่า ชื่นชมออสเตรเลียในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีบทบาทสร้างสรรค์ในภูมิภาคไทยและออสเตรเลียมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมายาวนาน จะครบรอบ 75 ปีการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเร็วๆนี้ และชื่นชมรัฐนิวเซาท์เวลส์ที่เปิดโอกาสให้ชุมชนจากทั่วโลก รวมถึงชุมชนไทย รักษาอัตลักษณ์และมรดกทางวัฒนธรรมโชว์วิชันหุ้นส่วนไทย–ออสเตรเลียต่อมาเวลา 10.20 น.ที่สถาบัน Lowy (Lowy Institute) นครซิดนีย์ สถาบันวิจัยอิสระด้านนโยบายระหว่างประเทศ ออสเตรเลีย นายอนุทินกล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Beyond the Thailand-Australia Bilateral Partnership: Advancing International Order through Regional and Minilateral Cooperation” ว่า ในภาวะความไม่แน่นอนและคาดการณ์ได้ยาก ไทยและออสเตรเลียต่างมีผลประโยชน์ร่วมกัน ขอเสนอ 3 แนวทางสำคัญเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงของระเบียบโลก คือ 1.ทำให้ภูมิภาคนิยมตอบโจทย์ความท้าทายได้อย่างแท้จริง สถาบันระดับภูมิภาคจำเป็นต้องมีบทบาทมากขึ้น อาเซียนยังคงเป็นหลักยึดทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญ เพราะมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนจากภูมิภาคที่เคยมีความแตกแยกและความไม่ไว้วางใจ ไปสู่ภูมิภาคแห่งการหารือ ความร่วมมือ และการบูรณาการที่เพิ่มขึ้น สำหรับความสัมพันธ์กับกัมพูชา ไทยยังคงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ผ่านการเจรจาและกลไกทวิภาคี 2.รักษาความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยการขยายและกระจายความเป็นหุ้นส่วน Strategic Autonomy คือสามารถตัดสินใจและกำหนดทางเลือกของตนเอง สามารถทำงานร่วมกับหุ้นส่วนที่หลากหลายแนะ 2 ชาติยกระดับความร่วมมือนายอนุทินกล่าวอีกว่า 3.การสร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่น กระจายความเสี่ยง ลดการพึ่งพาแหล่งใดแหล่งหนึ่งมากเกินไป โดยไม่ทำลายความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ ไทยและออสเตรเลียมีรากฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ขั้นต่อไปคือการยกระดับไปสู่หุ้นส่วนที่มีความยืดหยุ่นและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง ออสเตรเลียมีจุดแข็งด้านแร่ธาตุสำคัญ พลังงาน การศึกษา เทคโนโลยี และเงินทุน ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านการผลิตขั้นสูง การผลิตอาหาร การเชื่อมโยงภูมิภาค ตลอดจนอุตสาหกรรมสีเขียวและดิจิทัลที่กำลังเติบโต จึงควรเชื่อมโยงจุดแข็งเหล่านี้เข้าด้วยกัน และกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของไทย จะมีส่วนสำคัญในการยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ไทยและออสเตรเลียอาจไม่ใช่ผู้กำหนดดุลอำนาจของโลก แต่เราสามารถมีส่วนร่วมกำหนดว่าอำนาจจะถูกใช้อย่างไรในภูมิภาคของเราพบปะชาวไทยย่าน Thai Townจากนั้นเวลา 11.40 น. ที่ย่าน Thai Town นครซิดนีย์ นายอนุทินและคณะเยี่ยมชมย่าน Thai Town พบปะชุมชนไทย มีนางโคลเวอร์ มอร์ นายกเทศมนตรีนครซิดนีย์ ต้อนรับและนำเยี่ยมชมร้านค้าของคนไทย และร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่ร้าน Doodee King นายอนุทินกล่าวถึงความสำเร็จของเทศกาล Sydney Lunar Festival โดยเฉพาะกิจกรรม Lunar Streets ในย่าน Haymarket เปิดพื้นที่ให้ชุมชนชาวเอเชียที่มีความหลากหลายได้ร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรม เป็นอีกตัวอย่างของความร่วมมือที่ดีระหว่างชุมชนไทยกับนครซิดนีย์ ทั้งนี้นายกฯ เดินชมร้านค้า ร้านอาหาร แวะชิมอาหารไทย และพูดคุยกับผู้ประกอบการคนไทยตลอดเส้นทางชวน Canva ขยายธุรกิจในไทยช่วงบ่ายที่สำนักงานใหญ่ Canva บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกด้านการสื่อสารด้วยภาพ นายอนุทินนำคณะเยี่ยมชมสำนักงานใหญ่ Canva พร้อมหารือกับผู้บริหาร ถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย (Drive Thailand’s Creative Economy) เพื่อนำผลงานของคนไทยเข้าสู่ตลาดโลก นายอนุทินกล่าวว่า Creative Economy เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการผลักดัน ประเทศไทยมีทั้งบุคลากรที่มีความสามารถ อัตลักษณ์ และทุนทางวัฒนธรรมที่มีพลัง สามารถต่อยอดเป็นสินค้า บริการ และทรัพย์สินทางปัญญาที่มีมูลค่าในตลาดโลกได้ มองว่าแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Canva สามารถช่วยเปิดพื้นที่ให้การออกแบบและวัฒนธรรมไทยเข้าถึงผู้ใช้ทั่วโลก และเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ให้กลายเป็นรายได้อย่างเป็นรูปธรรม และชวน Canva พิจารณาจดทะเบียนนิติบุคคลและขยายฐานธุรกิจในไทยกลุ่มทุนใหญ่เชื่อมั่นเสถียรภาพนายอนุทินให้สัมภาษณ์หลังหารืออย่างไม่เป็นทางการกับนักธุรกิจชาวออสเตรเลียที่เข้าร่วมงาน Thailand-Australia Investment and Business Partnership Reception จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ว่า กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ออสเตรเลียต่างมุ่งหน้าเข้ามาตั้งและขยายฐานการผลิตในไทยต่อเนื่อง เป็นผลจากความมั่นคง เสถียรภาพทางการเมือง และความพร้อมด้านโลจิสติกส์ นักธุรกิจต่างชาติมั่นใจในเสถียรภาพและศักยภาพของไทยมาก ยกให้เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งการลงทุน ยิ่งเราสร้างสมานฉันท์ในชาติแรงดึงดูดยิ่งมีพลังมากขึ้น ช่วงครึ่งปีแรกมียอดการลงทุนสูงถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1.4 ล้านล้านบาทเล็งปลดล็อกขายน้ำมันเครื่องบินนายอนุทินกล่าวอีกว่า เอกอัครราชทูตออสเตรเลียแจ้งให้ทราบว่า ปัจจุบันออสเตรเลียมีความต้องการน้ำมันอากาศยาน (Jet Fuel) จำนวนมาก ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันอากาศยานสำรองส่วนเกิน เป็นผลพวงจากการผลิตน้ำมันดีเซลในปริมาณมาก หากรัฐบาลออสเตรเลียแสดงเจตจำนง รัฐบาลไทยพร้อมจะพิจารณาคลายล็อกกฎระเบียบ เพื่อส่งออกน้ำมันอากาศยานไปช่วยเหลือ หลังลงพื้นที่เยี่ยมย่านไทยทาวน์ พบว่าธุรกิจร้านอาหารไทยกำลังเติบโต แต่กลับเผชิญปัญหาขาดแคลนเชฟ รัฐบาลต้องเข้าไปช่วยเจรจาแก้ไขข้อติดขัดตรงนี้ และต้องสร้างความมั่นใจให้เขาเห็นว่า คนไทยที่มาทำงานในปัจจุบันไม่ได้มาดิ้นรนแบบหลบๆซ่อนๆ ผิดกฎหมายเหมือนอดีตผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงค่ำนายอนุทินมีกำหนดรับประทานอาหารค่ำกับภาคเอกชนไทย และเดินทางต่อไปยังกรุงแคนเบอร์รา“ไชยชนก” ไม่รู้จัก “วิทยา” คดีฮั้ว สว.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีนายพริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้า พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดหลักฐานคดีฮั้ว สว.เพิ่มเติม เป็นคลิปเสียง เชื่อมโยงถึงนายวิทยา คำพวง นายก เทศมนตรีโพนสา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย กับพรรคภูมิใจไทยว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด และส่วนตัวไม่รู้จักนายวิทยาเลยว่าเป็นใคร“ภราดร” โวย 6 เดือน ไม่มีเรื่องทุจริตนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจหลังเปิดสมัยประชุมว่า ต้องดูว่าฝ่ายค้านจะยื่นเปิดอภิปรายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 หรือ 152 เมื่อถามว่ามีการพยายามนำเรื่องฮั้ว สว.มาอภิปราย นายภราดรตอบว่า อย่างที่นายกฯให้สัมภาษณ์ รัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศในปี 2569 ส่วนรัฐบาลอนุทิน 1 ก็ปี 2568 แต่คดีฮั้ว สว. เกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ยังไม่รู้ว่าจะอภิปรายในประเด็นใด ต้องดูหลักการและเหตุผลในญัตติก่อน เมื่อถามว่าฝ่ายค้านจั่วว่าประเด็นการทุจริตเป็นประเด็นหลัก นายภราดรตอบว่า รัฐบาลเพิ่งมาบริหารได้ 6 เดือน ยังไม่เห็นมีเรื่องทุจริตอะไร มีแต่มาแก้ไขปัญหา เช่นเรื่องการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ แต่เกิดขึ้นมาต่อเนื่องหลายครั้งตั้งแต่ปี 2562มท.4 ยัน สถ.เตรียมทีม ก.ม.ช่วย อปท.นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิกถอนทุจริตสอบข้าราชการ ท้องถิ่นจำนวน 5,925 ราย ตามมติคณะกรรมการกลางสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ว่า ส่งรายชื่อให้ทุกจังหวัดเรียบร้อย ก่อนประชุม ก.จังหวัด และส่งข้อมูลไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ได้บรรจุ เรื่องนี้ไม่ใช่โยนเผือกร้อน แต่เป็นไปตามขอบเขตกฎหมาย อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วน ท้องถิ่น (สถ.) จะประสานพูดคุยกับ อปท.ต่อไป เมื่อถามว่าหากผู้บริหาร อปท.ไม่ทำถือว่ามีความผิดหรือไม่ นายวรศิษฎ์ตอบว่า ต้องไปดูกันต่อ ที่จริงควรต้องทำ โดยมี สถ.เป็นพนักพิงหลังและสนับสนุนข้อมูลให้ รวมถึงเตรียมฝ่ายกฎหมายไว้เช่นกัน ยืนยันทุกอย่างอยู่บนข้อเท็จจริง เมื่อถามถึง 3 สมาคม อปท.นัดแถลงการณ์ นายวรศิษฎ์ตอบว่า อธิบดี สถ.ไปพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว เข้าใจว่าไม่มีใครอยากทำ แต่เมื่อเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นก็ต้องทำ“รุทธพล” เมินถูกซักฟอกปม “เล่าต๋า”พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงการปล่อยตัวนายเล่าต๋า แสนลี่ อดีตผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายสำคัญ จนถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า รับทราบถึงผลกระทบอยู่ จึงได้ดำเนินการใน 2 ส่วน คือให้กรมราชทัณฑ์ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นถึงประเด็นพิจารณานับโทษ และขั้นตอนที่เสนอพระราชทานอภัยโทษ และกระทรวงยุติธรรมตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาหลักเกณฑ์การอภัยโทษ เบื้องต้นพบในหลายส่วนที่เป็นเรื่องไม่เหมาะสมของขั้นตอน เมื่อถามว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นเพื่อพิจารณาโทษใหม่ได้หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า คงไม่ได้ เพราะ เป็นการพิจารณาไปแล้ว สิ้นสุดแล้ว แต่นำไปแก้ไขในอนาคต เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าเรื่องนี้จะถูกนำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.ท.รุทธพลตอบว่า ไม่พร้อมชี้แจงในรายละเอียด เจ้าหน้าที่ทำตามระเบียบไม่มีเจตนาทุจริต“โสภณ” ตั้ง กก.คนนอกสอบ ป.ป.ช.นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องของฝ่ายค้านและวุฒิสภาให้ศาลฎีกาตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียกคำร้องคดีซุกหุ้น นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคมว่า ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาคำร้องดังกล่าวแล้ว มีบุคคลภายนอกร่วม เมื่อถามว่าเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการที่เป็นบุคคลภายนอกได้หรือไม่ นายโสภณตอบว่า ตอนไปขอร้องเขามาเป็นคณะกรรมการไม่มีใครอยากแบกเรื่องนี้ ต้องไปขอร้องมา มีข้อตกลงร่วมกันว่าหลังสรุปรายงานแล้วจะเปิดเผยรายชื่อว่ามีใครบ้าง ยืนยันไม่ใช่การตั้งคณะกรรมการทิพย์ ยืนยันว่าไม่เคยคุยกับท่านเหล่านั้น ดูจากเกียรติยศที่เคยทำมา เคยเป็นศาล เป็นตำรวจ จึงขอให้ท่านเหล่านั้นมาเป็นกรรมการจนครบตามจำนวน ส่วนที่ถูกมองเป็นการยื้อเวลานั้น จะยื้อได้อย่างไร ไม่อยากใช้เรื่องพวกนี้มาโต้ตอบกัน ไม่สนใจใครจะบอกยื้อหรือไม่ยื้อ ขอใช้สมองทำเรื่องอื่นบ้าง อย่าหมกมุ่น แต่ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่ให้ความสำคัญ ไม่ใช่ว่าทุกวันต้องมาพูดแต่เรื่องเดียว“ปกรณ์” ลุยออกกฎคุมเข้มครองปืนนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าปรับปรุงกฎหมายและระเบียบ การครอบครองและควบคุมอาวุธปืนตามที่นายกฯสั่งการว่า เมื่อวันที่ 17 ส.ค.กระทรวงมหาดไทยได้มาขอหารือในเบื้องต้น และกลับไปประสานงานกับเลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา กระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลต้องทำงานร่วมกัน ต้องดูแลตั้งแต่ต้นทางตามที่นายกฯระบุ ทั้งสั่งเข้า จำหน่าย มีไว้ในครอบครอง ใบอนุญาต การนำไปใช้ ร้านขายปืน คนขายต้องช่วยรัฐดูแลว่าขายให้ใคร ต้องตรวจสอบสุขภาพจิต รวมถึงประเด็นกระสุนปืนที่ต้องสัมพันธ์กับปืน สถานที่ใช้ปืนต้องตรวจสอบเข้มข้น ไม่ให้กระสุนรั่วไหล เมื่อถามว่าขณะนี้มีปืน 10 ล้านกระบอกในประเทศ จากนี้จะไม่เพิ่มไปมากกว่านี้ใช่หรือไม่ นายปกรณ์ตอบว่า ตอนนี้จะไม่มีอนุมัติเพิ่มสส.ผวาถูกยิงตายจี้สภาคุมเข้มที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 สภาผู้แทนราษฎร มีนายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองประธาน กมธ. ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม เพื่อพิจารณางบประมาณหน่วยงานของรัฐสภา ช่วงหนึ่งนายบุญลือ ประเสริฐโสภา สส.ราชบุรี พรรคภูมิใจไทย ฝากให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เข้มงวดเรื่องบุคคลผ่านเข้ามาภายในพื้นที่รัฐสภา เจอกับตัวเองในห้องประชุมสภา ระหว่างคุยธุระส่วนตัวทางโทรศัพท์ โดนถ่ายคลิประหว่างสนทนาไว้ มีสื่อมวลชนนำไปเผยแพร่ และช่วงท้ายการประชุมนายบุญจงฝากย้ำประเด็นความปลอดภัยกับมาตรการตรวจสอบอาวุธเข้มข้น เป็นเรื่องดีมาก ขอให้ทำต่อเนื่อง หากมีเหตุยิง สส.ตาย ต้องใช้งบประมาณจำนวนมากจัดเลือกตั้งซ่อมปธ.สภาให้คำมั่นปลอดภัย 100%นายโสภณซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าสภาฯมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มข้นยิ่งขึ้นจากระเบียบที่มีอยู่แล้ว เมื่อเช้าเดินเข้าสภาฯ มาด้วยความเคยชิน เดินเลี่ยงไม่เข้าเครื่องเอกซเรย์ ปรากฏว่าตำรวจสภาฯไม่ยอม ชี้ให้ไปเดินเข้าเครื่องเอกซเรย์ ทำให้ปลื้มใจมาก ใครเข้ามาสภาฯต้องห้ามเรื่องอาวุธปืน รวมถึงต้องติดบัตร ใครไม่มีบัตร ถ้าตำรวจ สภาฯเห็นต้องสอบถาม ถ้าตอบไม่ได้ถูกเชิญออก เมื่อถามว่ามาตรฐานนี้ใช้กับ สส.ด้วยหรือไม่ บางคนไม่ยอมให้ตรวจ นายโสภณตอบว่า ระหว่าง สส.กับประธานสภาฯตำรวจสภาฯเกรงใจใครมากกว่ากัน ไม่ได้จัดฉาก ขอชื่นชมตำรวจสภาฯด้วยหัวใจ ยกนิ้วโป้งให้ วันนี้ตำรวจสภาฯเปลี่ยนไปมาก สมัยก่อนมีทิปให้ มาวันนี้ห้ามเด็ดขาดไม่ให้รับทิป รวมถึงกรณีที่ สส.มักนำบุคคลภายนอกไปห้องทำงานส่วนตัวก็ต้องเข้มงวด ป้องกันเข้มข้น ไม่มีอภิสิทธิ์ มีหลัก ประกัน 100% จะไม่มี สส.โดนยิงตายอย่างที่กังวล“ยศชนัน” สั่ง อว.ตรวจสอบ ม.อ.สีส้มขณะที่นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัต กรรม (อว.) กล่าวถึงกรณีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตหาดใหญ่และวิทยาเขตปัตตานี เชิญบุคลากรพรรคประชาชนร่วมเสวนาให้นักศึกษาฟัง โดยจะได้รับชั่วโมงกิจกรรม 3 ชั่วโมงว่า ได้พูดคุยกับปลัดกระทรวง อว.แล้วขอดูข้อมูลจากมหาวิทยาลัยว่าการจัดงานเป็นไปตามกระบวนการหรือไม่ ยืนยันว่าอิสรภาพทางความคิดถูกจำกัดไม่ได้ แต่หากถูกผูกกับหน่วยกิต ต้องดูว่าถูกต้องตามหลักเกณฑ์หรือไม่ และมี พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยกำหนดไว้อยู่แล้วว่าส่วนไหนได้หรือไม่ได้ ซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยจะเป็นผู้ดูแล เมื่อ ถามว่าหากกิจกรรมดังกล่าวกระทำผิด ต้องมีการออกระเบียบเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติแก่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศหรือไม่ นายยศชนันตอบว่า แต่ละมหาวิทยาลัย มีแนวทางของเขา หากมีประเด็นอะไรเกิดขึ้นมีกระบวน การของเขาดำเนินการ กลุ่มนักศึกษาก็มีกระบวนการของตนเอง เช่นเดียวกับกลุ่มอาจารย์“เท้ง” เย้ยนายกฯโยนภาระให้ท้องถิ่นช่วงสายที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปราจีนบุรี จ.ปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาชน นำคณะลงพื้นที่ประชุมติดตามและตรวจสอบการประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการฝ่าฝืนกฎหมายที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ พร้อมรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับสถานประกอบการที่ถูกร้องเรียน กระบวนการอนุญาต การกำกับดูแลและการบังคับใช้กฎหมาย ต่อมานายณัฐพงษ์ให้สัมภาษณ์กรณีรัฐบาลส่งเรื่องไปยังท้องถิ่นให้ดำเนินการถอดถอน ข้าราชการที่ทุจริตการสอบ 5,925 คน แต่บางท้องถิ่นยังไม่ดำเนินการเพราะกังวลว่าไม่มีอำนาจ และขัดต่อกฎหมายว่า เรื่องนี้กลายเป็นรัฐบาลผลักภาระให้ท้องถิ่น วิธีการจัดการกับปัญหานี้สะท้อนชัดว่ารัฐบาลขาดความกล้าหาญทางการเมือง สุดท้ายพอต้องรับผิดชอบ กลับเลือกใช้วิธีการผลักภาระไปให้คนอื่นทำแทน ทั้งที่กระทรวงมหาดไทย หรือนายกฯมีอำนาจเต็มซัดเบี่ยงประเด็นเลี่ยงตรวจสอบนายณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า มองว่าเป็นการหลีกเลี่ยง กระบวนการตรวจสอบ ลองดูการแสดงความคิดเห็นของนายกฯ ที่ฝ่ายค้านหรือภาคประชาสังคม ไอลอว์ หรือภาคส่วนอื่นหรือ สว.บางส่วน ตรวจสอบเรื่องคดีฮั้ว สว. มีหลักฐานชัดว่าอาจมีส่วนพัวพันกับนักการเมืองในพรรค ภท. กลับมีการให้ความเห็นจากฝั่งรัฐบาลว่าโกง สว.ไม่เกี่ยวการเมือง นำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้ แบบนี้เป็นความพยายามเตะสกัดการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ขาดความกล้าหาญทางการเมืองชัดเจน ที่บอกว่าฝ่ายค้านเดินเกมเรื่องนี้เพราะอยากเป็นรัฐบาล นายกฯพยายามเบี่ยงประเด็นโยนมาที่ฝ่ายค้านว่าอยากไปเป็นรัฐบาล “ผมคิดว่าเป็นคนละเรื่องกัน ทุกพรรคที่อาสาลงเลือกตั้งก็อยากเป็นรัฐบาลอยู่แล้ว ไม่มีใครตั้งใจลงเลือกตั้งเพื่ออยากแพ้การเลือกตั้ง ผมไม่ปฏิเสธจุดมุ่งหมายของพรรค ปชน. คืออยากเป็นรัฐบาลเพื่อเข้าไปเปลี่ยนการเมืองไทยให้ดีขึ้น แต่นายกฯเองก็ไม่ควรใช้วาทกรรมเบี่ยงประเด็น ไม่ให้ถูกตรวจสอบ”ขู่ขืนฟอกขาวเจอร้องคัดค้านแน่ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายหากคดีฮั้ว สว.ไม่ได้ถูกชี้มูลทั้ง 229 คน จะเป็นการฟอกขาวให้รัฐบาลเดินหน้าทำงานต่อหรือไม่ นายณัฐพงษ์ตอบว่า หากมีกรณีส่งบางส่วนหรือยกคำร้องทั้งหมด พรรค ปชน. เตรียมร้องคัดค้านไว้เรียบร้อยแล้ว คาดว่าน่าจะมีมากกว่า 1 ช่องทาง ถ้า กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เราพร้อมใช้กลไกทางกฎหมายทุกช่องทาง ดำเนินคดีกับ กกต.เช่นกัน เมื่อถามว่าเหมือนมีเกมการเมืองที่จะบีบนายกฯลาออก นายณัฐพงษ์ตอบว่า นายกฯ มีทางเลือกตลอด ไม่ว่าเป็นยุบสภาหรือลาออก คนมาเป็นนายกฯต้องพร้อมถูกตรวจสอบและตอบคำถามจากประชาชนได้ คงไปตัดสินใจแทนไม่ได้ อยู่ที่ตัวท่านเอง “เชื่อว่าโครงสร้างระบอบสีน้ำเงินที่ยึดโยงกันด้วยผลประโยชน์ ตัวมันเองก็จะบอบบางภายใน ตอนนี้ก็เห็นรอยร้าวหลายๆเรื่อง เช่น หลักฐานต่างๆ ที่เปิดออกมา คิดว่าเราได้มาจากไหนถ้าไม่ใช่คนที่อยู่ในกระบวนการตอนแรก แล้วเสียประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าว เป็นระบอบที่กัดกินตัวเอง และพวกเราฝ่ายค้านก็พร้อมจะแฉทุกอย่างออกมาผ่านเวทีสภา”อุบไม้เด็ดเก็บไว้ใช้ในศึกซักฟอกนายณัฐพงษ์กล่าวด้วยว่า ยังมีข้อมูลอีกหลายอย่าง แต่ทีมงานยังไม่ให้โพสต์หรือเปิดเผยออกมา ขอให้เก็บไว้เปิดในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ ในนามผู้นำฝ่ายค้านเป็นหลักฐานที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลในนามระบอบสีน้ำเงิน ใช้อำนาจรัฐทุกอย่างเพื่อพยายามคงอำนาจของตัวเองไว้ ไม่ได้ใช้เพื่อรักษาผลประโยชน์ประชาชนอย่างแท้จริง และใช้อำนาจที่ตัวเองมีทำลายขั้วการเมืองฝั่งตรงข้าม เมื่อถามถึงกรณีนายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ ระบุว่า รัฐบาลทำงานมา 6 เดือนยังไม่มีเรื่องทุจริต นายณัฐพงษ์ตอบว่า ลองถามคำถามเดียวกันกับคนหลายๆกลุ่มในสังคมดู ก็จะได้คำตอบกกต.ปัดวุ่นเร่งปิดคดี Laser IDที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กกต.ออกเอกสารชี้แจงกรณีตรวจสอบการเก็บข้อมูลเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเลขรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน (Laser ID) ของสมาชิกพรรคประชาชน ที่มีการเชื่อมระบบตรวจสอบข้อมูลกับกรมการปกครอง ถูกตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายพรรคการเมืองว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง และรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาตามขั้นตอนของกฎหมาย การตรวจสอบในขั้นตอนดังกล่าวยังไม่ใช่ข้อยุติว่ามีการกระทำความผิด และยังไม่สามารถสรุปได้ว่าการดำเนินการดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหรือไม่ จนกว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงและการพิจารณาตามกระบวนการที่เกี่ยวข้องจะแล้วเสร็จ สำนักงาน กกต.เน้นย้ำว่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างรอบคอบ โดยพิจารณาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดความถูกต้อง โปร่งใส เป็นธรรมและ สร้างความเชื่อมั่นแก่ทุกฝ่าย จะเผยแพร่ให้ทราบหากมีผลการตรวจสอบหรือข้อยุติครม.อัดฉีด 433 ล.จว.ชายแดนเขมรอีกเรื่อง น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เป็นประธาน มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณปี 2569 งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 433,519,268 บาท ให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินโครงการสนับสนุนการบริหารจัดการพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลังจังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา เสริมความปลอดภัยให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพิ่มประสิทธิภาพระบบสื่อสารและการแจ้งเตือนภัยครอบคลุม 3 กิจกรรมเร่งด่วน ได้แก่ การสร้างบังเกอร์และหลุมหลบภัย 1,669 แห่ง วงเงิน 361,021,218 บาท การสร้างหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน 143 แห่ง วงเงิน 22,880,000 บาท และปรับปรุงระบบสื่อสารวิทยุเฉพาะกิจแบบดิจิทัลให้ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา วงเงิน 49,618,050 บาท“พิพัฒน์” โวยไทยติดกับดักเอ็นจีโอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงแรงต้านโครงการเมกะโปรเจกต์รัฐบาล ล่าสุดคือโครงการท่าเรือน้ำลึก อ.จะนะ จ.สงขลาว่า การคัดค้านต้องมีเหตุผลว่าเป็นผลดีหรือไม่ดีกับประเทศ การประท้วงและยับยั้งสิ่งต่างๆที่รัฐบาลนำเสนอ บางส่วนเป็นพรรคฝ่ายค้าน บางส่วนเป็นเอ็นจีโอ เราเห็นอยู่ว่าประเทศไทยจะทำอะไรสักอย่างจะติดกับดักคำว่าเอ็นจีโอ แม้กระทั่งโครงการแลนด์บริดจ์ที่ยกเลิกไปแล้วก็ยังมาทวงถาม ขอฝากคนไทยด้วยกันช่วยกันพิจารณา ไม่ใช่นึกอยากจะค้านก็ค้านทุกเรื่อง แนวคิดการฟื้นโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ไม่ใช่โครงการใหม่ อนุมัติผ่าน ครม.สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา คิดว่าควรนำกลับมารื้อฟื้นใหม่ ขณะที่โครงการท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่สอง อยากถามว่าผู้ที่ประท้วงเข้าใจเหตุผลที่เราจะย้ายไปที่จะนะหรือไม่ เมื่อถามถึงกรณีโซเชียลมีเดียปลุกม็อบขึ้นมาต้านรัฐบาล นายพิพัฒน์ตอบว่า ต้องไปถามคนที่มาประท้วง ถ้าจะมาก็ไม่เป็นไรเราต้อนรับ แต่ต้องถามว่ามาด้วยเหตุผลอะไร วันนี้แลนด์บริดจ์ยกเลิกแล้ว ส่วนโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ SEC ก็ระงับแล้ว มานั่งเพื่อรับแดดที่กรุงเทพฯก็ไม่เป็นไรเชิญตามสบายศาลอุทธรณ์กลับยกฟ้อง “นิพนธ์”ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตนายก อบจ.สงขลา เป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีไม่อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่ารถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ จำนวน 2 คัน วงเงินกว่า 50 ล้านบาท ให้แก่บริษัทคู่สัญญา โดยศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ยกฟ้องนายนิพนธ์ หลังเห็นว่าพยานหลักฐานยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อกลั่นแกล้งให้บริษัทคู่สัญญาได้รับความเสียหาย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยประเด็นสำคัญว่า การที่นายนิพนธ์สั่งให้มีการตรวจสอบและทดสอบรถทั้ง 2 คันเพิ่มเติม เป็นการดำเนินการในฐานะนายก อบจ.สงขลา มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแลและสั่งการเพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการ โดยเฉพาะเมื่อการจัดซื้อรถทั้ง 2 คัน มีวงเงินสูงกว่า 50 ล้านบาท แต่มีใบตรวจรับเพียงแผ่นเดียว จึงมีเหตุอันควรที่จะต้องตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงและความถูกต้องก่อนดำเนินการต่อไปไม่ครบองค์ประกอบความผิด 157ศาลเห็นว่า การสั่งให้ตรวจสอบมิใช่การใช้อำนาจไปยกเลิกผลการตรวจรับโดยพลการ แต่เป็นการสั่งการในฐานะหัวหน้าส่วนราชการท้องถิ่น มิได้ดำเนินการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งบริษัทคู่สัญญา แต่เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนตัดสินใจในฐานะผู้บริหาร ศาลยังวินิจฉัยถึงขั้นตอนการเบิกจ่ายเงินว่าไม่ปรากฏว่ามีการเสนอ “ฎีกาเบิกจ่าย” จำเลยจึงยังไม่อาจสั่งเบิกจ่ายเงินได้ และหากใช้บันทึกข้อความหรือเอกสารอื่นแทนฎีกาเพื่ออนุมัติจ่ายเงิน อาจเป็นการปฏิบัติที่ไม่เป็นไปตามระเบียบและก่อให้เกิดความรับผิดแก่ผู้อนุมัติเอง เมื่อพิจารณาพฤติการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่การเรียกเจ้าหน้าที่มาสอบถาม การสั่งทดสอบรถ การตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อ ตลอดจนข้อเท็จจริงที่ว่า ไม่มีฎีกาเสนอให้จำเลยอนุมัติเบิกจ่ายเงินตามขั้นตอน ศาลอุทธรณ์เห็นว่ายังไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยจงใจใช้อำนาจหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อกลั่นแกล้งบริษัทคู่สัญญา การกระทำของนายนิพนธ์จึงไม่ครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ตามที่โจทก์ฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องนายนิพนธ์อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่