สภาพัฒน์โดยท่านเลขาธิการดนุชา พิชยนันท์ ออกมาแถลงเมื่อ 2 วันก่อน ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือ GDP ของไทยแลนด์เราในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หรือระหว่างเดือนเมษายน–มิถุนายนที่ผ่านมานั้น ขยายตัวอยู่ที่ 1.9 เปอร์เซ็นต์ชะลอตัวลงจากไตรมาสที่ 1 ซึ่งขยายตัวได้ร้อยละ 2.8 ไปร้อยละ 0.2 หลังจากปรับผลของฤดูกาลออกไปแล้วแต่ท่านเลขาฯสภาพัฒน์ยังมั่นใจไตรมาส 3 จะปรับตัวดีขึ้นกว่าไตรมาส 2 ซึ่งเจอผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางค่อนหนักและเชื่อด้วยว่าตลอดทั้งปี 2569 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ 2.2 เปอร์เซ็นต์ ดีกว่า 2 เปอร์เซ็นต์ที่เคยคาดไว้ก่อนหน้านี้รายละเอียดต่างๆ ว่าอะไรเพิ่ม อะไรลด อะไรมีแนวโน้มดี อะไรบ้างที่น่าเป็นห่วง สำนักข่าวต่างๆได้นำตัวเลขมาลงเอาไว้แล้ว ท่านที่สนใจลองไปค้นหาอ่านกันเอาเองนะครับที่ผมจะขอออกความเห็นเพิ่มเติมในวันนี้มาจากบทวิเคราะห์วิจารณ์ ซึ่งก็มีทั้งแสดงความห่วงใยแสดงความกังวลไปจนถึงการบูลลี่เยาะเย้ยถากถางรัฐบาลในโซเชียลมีเดียต่างๆนั่นเองเหตุเพราะตัวเลขการขยายตัวร้อยละ 1.9 ในไตรมาสที่ 2 ของเรานั้นยังคงเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศที่มีระบอบเศรษฐกิจในระดับแนวหน้า 6 ประเทศในกลุ่มอาเซียนเช่น เวียดนาม +8.3%, มาเลเซีย +6.0%, สิงคโปร์ +5.9%, อินโดนีเซีย +5.2%, ฟิลิปปินส์ +2.3% ในขณะที่ไทยเรา +1.9% เท่านั้น ทั้งๆที่ทุกประเทศก็ต้องเผชิญกับภาวะสงครามเหมือนกันเพื่อมิให้ท่านผู้อ่านที่เป็นกองเชียร์ประเทศไทยเหมือนผมรู้สึกท้อถอยเกินไปเมื่อเห็นตัวเลข GDP “ไตรมาส 2” ดังกล่าว ผมก็ขออนุญาตปลอบใจดังนี้นะครับจริงอยู่แม้ตัวเลข GDP จะเป็นที่นิยมใช้ในการชี้วัดความสำเร็จทางด้านเศรษฐกิจ และทั่วโลกต่างก็มีการจัดทำตัวเลขนี้และมีการใช้อย่างกว้างขวางแต่เราจะต้องเข้าใจและตระหนักในข้อเท็จจริงประการหนึ่งว่าถึงอย่างไรตัวเลข GDP ก็จะไม่เป๊ะเหมือนตัวเลขทางการแพทย์ โดยเฉพาะผลการเจาะเลือดมนุษย์ไปแยกแยะทางวิทยาศาสตร์ จนสามารถนำมาวินิจฉัยโรคได้อย่างแม่นยำเพราะข้อมูลทางเศรษฐกิจโดยเฉพาะตัวเลข GDP จะมีข้อจำกัดประการหนึ่งที่สำคัญมากทำให้ไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงของประเทศได้ดีเหมือนกับผลเลือดสะท้อนสุขภาพของมนุษย์นั่นก็คือจะไม่นำผลของกิจกรรม “เศรษฐกิจนอกระบบ” มารวมไว้ ซึ่งกติกาข้อนี้แหละที่ทำให้ GDP ประเทศไทยไม่สะท้อนความเป็นจริงของเศรษฐกิจไทยเคยมีการประเมินว่ามูลค่าเศรษฐกิจนอกระบบของประเทศไทยเราอาจจะสูงถึงร้อยละ 48 หรือเกือบครึ่งหนึ่งของ GDP ที่ประกาศออกมาในแต่ละปี ซึ่งถ้าเป็นจริงตามนี้ก็ต้องถือว่าสูงไม่ใช่เล่นถ้าเราดูจาก 6 เสืออาเซียน ที่เอ่ยชื่อไว้ข้างต้น ผมว่าเศรษฐกิจนอกระบบของเราสูงกว่าทุกประเทศแน่นอนด้วยเหตุนี้เวลาที่ตัวเลขของเราออกมาน้อยกว่าคนอื่นๆโดยเฉพาะ อัตราเพิ่มของ GDP ผมก็จะปลอบใจตัวเองว่า เราไม่แพ้เขามากหรอก เพราะถ้ารวมนอกระบบเข้าไปด้วยมันไม่น่าจะต่ำต้อยขนาดนี้แน่นอนผมก็รู้สึกเป็นห่วงเป็นใยและขอเอาใจช่วยให้รัฐบาลท่านหาทางแก้ไข หาทางสู้ตามแนวที่ผมเคยฟัง ดร.เอกนิติ พูดจาปราศรัยหลายครั้ง ซึ่งผมเห็นว่าสอดคล้องกับข้อเท็จจริงแต่ก็อยากจะเสนอมุมมองอีกมุมหนึ่งว่าตัวเลข GDP แม้มีประโยชน์แต่ก็ยังต้องใช้ด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะใน “เทาแลนด์” เอ๊ย “ไทยแลนด์” อย่างเราที่มีเศรษฐกิจนอกระบบสูงมากนั้น เวลาเห็นตัวเลข GDP ปุ๊บ เราอาจจะต้องเอา 2 หาร หรือ 2 คูณแล้วแต่กรณี จึงจะสอดคล้องกับความเป็นจริงอย่างตัวเลข 1.9 เปอร์เซ็นต์ของเรา ถ้าเอา 2 คูณ ก็จะเป็น 3.8% ชนะฟิลิปปินส์ (2.3%) ตั้งเยอะ...ไม่บ๊วยแล้วเห็นไหมล่ะ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม