เรื่องราวฉาวโฉ่ของธุรกิจมืดชายแดนไทย-เมียนมา บังอาจตัดถนนผ่าผืนป่า! ถนนสายอัปยศเส้นนี้ ลัดเลาะตามสันเขาผ่านป่าอนุรักษ์มาเชื่อมกับถนนเดิม ระหว่างบ้านห้วยกองเป๊าะไปยังหย่อมบ้านแม่สำเพ็งเหนือ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน มุ่งสู่หมู่บ้านแม่สอง–บ้านเสาหิน ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาณ 8 กม.อำนวยความสะดวกให้ขบวนการลักลอบนำเข้าแร่เถื่อน ไม้เถื่อน ค้าโค–กระบือเถื่อน แรงงานต่างด้าวเถื่อน และยาเสพติด หลบเลี่ยงด่านตรวจของเจ้าหน้าที่รัฐที่คอยสกัดกั้น!กลุ่มนายทุน อาทิ อดีตนายก อบต.ในพื้นที่ ร่วมมือกับผู้รับเหมารายใหญ่ เจ้าของปั๊มน้ำมัน และผู้ใหญ่บ้าน ใช้วิธีการแยบยลล่อลวงให้ชาวบ้านลอบตัดและแปรรูปไม้ โดยเฉพาะไม้ประดู่และไม้สักทองที่มูลค่าสูง ลำเลียงส่งขายให้ “เจ๊โรงไม้คนดัง” ที่คนใน อ.แม่สะเรียง และ อ.แม่ลาน้อย รู้จักดีโดยมีผู้อิทธิพล คนมีสี และนักการเมืองคุ้มกะลาหัว ไม่มีใครกล้าแตะต้อง!เส้นทางตัดใหม่สายนี้สามารถใช้เป็นทางลัดเข้าสู่ อ.แม่ลาน้อย ที่บ้านละอูบ-บ้านห้วยห้อม-ดูลาเปอร์-แม่ตีคี-รองเหนือ-แม่แฮ-ห้วยหินฝน-เลี้ยวขวาไปทะลุ อ.แม่แจ่ม และ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ได้สะดวกใช้เวลาเพียง 2 ชม. ทั้งที่ปกติการเดินทางจาก อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน ไป อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ต้องใช้เวลากว่า 4 ชม.การตัดถนนเส้นนี้ต้องใช้เครื่องจักรหนัก รวมทั้งแรงงานอีกจำนวนมาก ทำงานอยู่หลายเดือน แต่น่าแปลกคือ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ ทำเหมือนมีอะไรมาบังตา ไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น?ความมาแตกเมื่อมีผู้นำเรื่องราวไปโพสต์แฉทางเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ถึงตื่น สั่งย้ายข้าราชการ 2 คน และพนักงานราชการอีก 1 คน พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดี ที่ดูเหมือนแก้เกี้ยวแต่สังคมยังคาใจ ตั้งคำถามถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ตั้งแต่ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปลัดกระทรวงฯ ไปจนถึงอธิบดีกรมอุทยานฯ ว่าอยู่กันไหวหรือ?ประเทศจะฝากความหวังไว้กับใครได้ ในเมื่อ “ผู้พิทักษ์ป่า” ไปร่วมมือกับ “โจร”!นับเป็นความอัปยศใหญ่หลวงอีกครั้งของข้าราชการและนักการเมืองสีเทา."สหบาท"คลิกอ่านคอลัมน์ “ส่องตำรวจ” เพิ่มเติม