สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวความน่าสนใจของ ผลพวงจากสงครามตะวันออกกลาง กรณีที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาออกกฎควบคุมการส่งออกชิป AI ไปทั่วโลก จะต้องได้รับอนุญาตจาก รัฐบาลสหรัฐฯ ก่อน ซึ่งแปลว่า ทำเนียบขาวจะมีอำนาจตัดสินใจว่าประเทศใดบ้างที่จะสามารถสร้างศูนย์ข้อมูล เพื่อฝึกใช้งานโมเดล AI ได้แค่ไหน ภายใต้เงื่อนไขใดบ้างกฎดังกล่าว กระทบกับบริษัท AI ขนาดใหญ่ อย่าง Nvidia หรือ AMD ที่เดิมมีการควบคุมแค่ 40 ประเทศ เท่านั้น ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งคือ ขีดความสามารถในการทำสงครามของ อิหร่าน ที่ สหรัฐฯ ไม่สามารถจะยุติสงคราม ในตะวันออกกลางได้ตามแผน และมีความสูญเสียมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากการใช้ AI ของ อิหร่าน ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นชิปเหล่านี้เป็นชิปที่มีความสำคัญ ที่บริษัทเทคโนโลยี นำไปติดตั้ง ดาต้าเซ็นเตอร์ ในการให้บริการด้าน AI ที่เป็นกุญแจสำคัญทั้งด้่านเศรษฐกิจและความมั่นคง โดยเฉพาะอำนาจทางทหารที่ง่ายต่อการตรวจสอบ สหรัฐฯสามารถตรวจสอบควบคุมได้ตั้งแต่ต้นทาง เช่น ถ้ามีการสั่งชิปไปเป็นจำนวนมากเกินกว่า 1,000 ชิป หรือเป็นโครงการขนาดใหญ่ใช้ชิปมากกว่า 2 แสนชิป จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น และสหรัฐฯจะอนุญาตให้เฉพาะ ประเทศพันธมิตร ที่ให้ความมั่นใจด้านความปลอดภัยและมีการลงทุนใน AI ของสหรัฐฯเท่านั้นซึ่งจะกระทบกับโครงการต่างๆ เช่น UAE ขอซื้อชิป จากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศพันธมิตร ต้องใช้เวลาเป็นเดือน และมีเงื่อนไข จะต้องลงทุนในสหรัฐฯ 1 ดอลลาร์ต่อเงิน 1 ดอลลาร์เงินลงทุนใน UAE เท่ากับว่า สหรัฐฯได้ใช้การ ควบคุมชิปเป็นการต่อรองทางการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ อีกช่องทางสงครามตะวันออกกลาง เที่ยวนี้ ชี้ให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีกับอาวุธในการสร้างการ ทำลายล้างและเอาชนะสงคราม ขีปนาวุธ โดรน ล้วนแต่ ต้องอาศัยความแม่นยำในระยะไกล รวมทั้งการเจาะฐาน ข้อมูลของฝ่ายศัตรู การสร้างความเข้มแข็งให้กับกองทัพ จึงไม่ใช่อยู่ที่อาวุธ เรือรบ หรือเครื่องบินรบ เท่านั้นแต่ต้องใช้ AI ในการทำสงครามเป็นหลักสงครามไทย-กัมพูชา สงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุด ประเทศที่ได้เปรียบด้าน AI ย่อมได้เปรียบในการทำสงคราม และสงครามไม่ได้จำกัดเฉพาะภูมิภาค แต่สงครามเกิดขึ้นได้ในทุกภูมิภาค.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.th คลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม