กองปราบฯปูพรมค้น 8 จุด เชียงใหม่-เชียงราย จับ 3 ผู้ต้องหาขบวนการขายซิมเน็ตข้ามชาติ หลัง ศปอส.ตร.ตรวจพบเบอร์มือถือที่คนร้ายตุ๋นเหยื่อโอนเงินค่าเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้า เป็นเบอร์ที่เปิดโดยเด็กนักเรียนและเยาวชนใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ถึง 12 เบอร์ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบเด็กนักเรียนในโรงเรียน 2 แห่งถูกเครือข่ายสแกมเมอร์วางแผนเป็นตัวแทนขายซิมการ์ดมือถือค่ายดัง ทำทีขอจัดโครงการอบรมภัย สแกมเมอร์พร้อมแจกซิมอินเตอร์เน็ตฟรี แต่มีการสแกนบัตรประชาชนและใบหน้าเด็กเปิดใช้ซิมหลายครั้งก่อนส่งขายให้แก๊งสแกมฝั่งท่าขี้เหล็ก อึ้งพบเด็กนักเรียนเป็นเหยื่อหลายร้อยราย ตำรวจประสานค่ายโทรศัพท์เร่งระงับการใช้ซิมป.จับ 3 ผู้ต้องหาอ้างเป็นตัวแทนค่ายมือถือแจกฟรีซิมการ์ดให้นักเรียนแล้วสแกนหน้าส่งเครือข่ายสแกมเมอร์ฝั่งเมียนมา เปิดเผยเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 24 ก.พ. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ท. ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังกว่า 40 นาย ตรวจค้น 8 จุด ใน จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย จับกุม น.ส.จิราภรณ์ ใจน่าน อายุ 36 ปี ได้ที่บ้านเช่า ต.เวียง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ น.ส.เบญจมาศ ศิริสิงห์ อายุ 29 ปี ได้ที่บ้านพัก ต.สันทรายน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ และนายปรัชญา แสงศรีจันทร์ อายุ 36 ปี ตัวแทนขายซิมการ์ดโทรศัพท์ค่ายหนึ่ง ได้ที่ ต.ท่าสาย อ.เมืองเชียงราย ตามหมายจับศาลจังหวัดฝาง ลงวันที่ 23 ก.พ.69 ข้อหาร่วมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อหรือขายหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้ในนามของบุคคลอื่น, ร่วมกันใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่น ไม่ว่าทางตรงทางอ้อม เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด ตรวจยึดซิมการ์ดโทรศัพท์หลายร้อยหมายเลขบรรจุอยู่ในกล่องพัสดุสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.68 ศูนย์ต่อต้าน การฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส. ตร.) หรือ ACSC ตรวจพบการรับแจ้งหลอกลวงฉ้อโกงออนไลน์ ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ 8 เคสไอดี พบว่าหมายเลขโทรศัพท์คนร้าย 12 หมายเลข ที่มีความผิดปกติมีพฤติกรรมในการลงทะเบียนซิมการ์ดที่ต่างจากการกระทำ ความผิดในคดีอื่นๆ โดยหมายเลขโทรศัพท์ที่คนร้ายใช้เปิดโดยเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ส่วนพฤติการณ์คดีจะหลอกลวงเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA THAI LAND) หลอกให้โอนเงินค่าเปลี่ยนมิเตอร์ไฟฟ้าหลังพบเรื่องดังกล่าว พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร.รีบสั่งการให้ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.ส่งตำรวจกองปราบปรามลงพื้นที่สืบสวนหาข้อเท็จจริงจนพบว่า เมื่อวันที่ 17 และ 24 พ.ย.68 มีกลุ่มคน 4 คน อ้างมาจากบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ตรายใหญ่แห่งหนึ่ง สาขา จ.เชียงราย มาที่โรงเรียนมัธยมศึกษาบ้านสุขฤทัย และโรงเรียนประถมศึกษาห้วยศาลา ทั้ง 2 แห่งอยู่ใน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ อ้างจะแจกซิมการ์ดอินเตอร์เน็ตให้กับนักเรียนในโรงเรียนเพื่อสนับสนุนการศึกษา ทำให้มีนักเรียนสนใจและสมัครใช้งาน ก่อนกลุ่มคนดังกล่าวจะนำบัตรประชาชนเด็กนักเรียนไปสแกนพร้อมเบอร์และสแกนใบหน้าของนักเรียน คนละหลายครั้งเพื่อเปิดการใช้งาน การสืบสวนเชื่อว่าบุคคลที่อ้างเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ทั้ง 4 คน น่าจะนำข้อมูลซิมการ์ดขายให้เครือข่ายสแกมเมอร์ฝั่งท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา ไปใช้กระทำความผิด ชุดสืบสวนได้แจ้งให้ผู้อำนวยการทั้ง 2 โรงเรียนทราบ และให้ไปแจ้งความที่ สภ.แม่อาย ว่า เด็กนักเรียนทั้ง 2 แห่ง ถูกมิจฉาชีพมาหลอกจนเสียหายก่อนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 3 คน และจับกุมทั้งหมดได้ดังกล่าวขณะที่ นายนิรันดร์ อวรรณา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยศาลา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุมีกลุ่มคนอ้างว่ามาจากบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์แห่งหนึ่ง จะมาทำกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสแกมเมอร์ และแจกซิมการ์ดใช้อินเตอร์เน็ตให้กับเด็กนักเรียนเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา โรงเรียนเห็นว่าเป็นประโยชน์แก่เด็กนักเรียนและครอบครัวจึงอนุญาต กระทั่งวันเกิดเหตุ มีชาย 2 คน หญิง 2 คน ใส่เสื้อสีส้มของบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์มาที่โรงเรียนตามที่นัดหมาย โรงเรียนได้นำเด็กนักเรียนที่มีบัตรประจำตัวประชาชนราว 40 คน เข้าร่วมกิจกรรม โดยทั้ง 4 คนได้เป็นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมแจกซิมการ์ดอินเตอร์เน็ตให้เด็กนักเรียน มีการสแกนบัตรประจำตัวประชาชนและสแกนใบหน้าเด็กนักเรียนเพื่อเปิดใช้ซิมการ์ด ส่วนการสแกนหน้าเหมือนเป็นพิรุธเนื่องจากเด็กคนหนึ่งต้องสแกนหน้าหลายครั้ง กลุ่มคนดังกล่าวอ้างว่า สแกนไม่ติดต้องทำหลายครั้ง ก่อนจะแจกซิมให้เด็กคนละหนึ่ง ซิมเอากลับไปใช้ที่บ้าน บางคนที่ได้ซิมไปไม่สามารถใช้งานได้ กระทั่งมารู้ภายหลังจากตำรวจกองปราบฯ ว่ามีซิมการ์ดที่ลงทะเบียนโดยเด็กนักเรียนจะถูกนำไปใช้กระทำความผิดนายนิรันดร์กล่าวต่อว่า เป็นการกระทำที่แย่มาก คนร้ายใช้เด็กเป็นเครื่องมือไปแสวงหาผลประโยชน์หลอกลวงชาวบ้านโดยผิดกฎหมาย เด็กบริสุทธิ์กลายเป็นแก๊งสแกมเมอร์โดยไม่รู้ตัว ทำให้ผู้ปกครองและครูกังวลมาก กลัวเด็กต้องถูกดำเนินคดีด้วย อยากเตือนโรงเรียนต่างๆว่าอย่าพลาดท่าให้กับแก๊งสแกมเมอร์เหล่านี้ ตอนนี้ได้แจ้งเขตการศึกษาไปแล้วเพราะเชื่อว่าหลายโรงเรียนอาจเสี่ยงต่อการตกเป็นเหยื่อ เมื่อมีโครงการต่างๆเข้ามาควรตรวจสอบให้ดีก่อนอนุญาตให้คนพวกนี้เข้าไปทำกิจกรรมในโรงเรียนได้รายงานข่าวระบุว่า จากแนวทางสืบสวนของตำรวจในขณะนี้ พบว่ามีเด็กนักเรียนตกเป็นเหยื่อทั้งสองโรงเรียนรวมกันมากกว่า 200 คน และอาจมีโรงเรียนอื่นๆในพื้นที่ภาคเหนือตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นอีก ขณะนี้ชุดสืบสวนเชื่อว่าซิมการ์ดที่เปิดใช้บริการโดยเด็กนักเรียนเหล่านี้ถูกขายให้กับแก๊งสแกมเมอร์ที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศพม่า ชายแดนติดกับ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ตำรวจกำลังประสานบริษัทเครือข่ายโทรศัพท์ดังกล่าวระงับใช้หมายเลขที่เปิดใช้บริการจากเด็กนักเรียนโดยเร่งด่วนแล้ว ขณะที่การสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ อ้างว่าไม่ได้รู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เบื้องต้น นำตัวทั้งหมดส่ง สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อสอบสวนฝากขัง พร้อมสืบสวนขยายผลกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องต่อไปอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่