ตอนบ้านเมืองย่ำแย่...พวกเราส่วนใหญ่มักเปรียบเปรยบางตอน ในเพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา...กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยจะถอยจม...หรือผู้ดีจะเดินตรอก ขี้ครอกจะเดินถนนแต่ก็มีพวกเราน้อยคน...เช่น พี่โก (โกวิท สีตลายัน) ลูกพี่ผมคนหนึ่ง เปรียบเปรยกับสมัยพระไชยสุริยา ซึ่งผมอ่านแล้วตอนนั้นนึกไม่ออกจำได้แค่ว่าคุ้นๆวันนี้เหลือบตาเห็นหนังสือ มูลบทบรรพกิจฯ แบบสอนหนังสือไทย ของ พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร คลังวิทยา พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2521) ก็รีบคว้ามาเปิดอ่านผ่านบทที่สอนให้ใช้ไม้ม้วน 20 คำ ไปสองหน้า ก็ถึงคำกลอนสำหรับอ่านเทียบ ในแม่ ก.กาก็นึกขึ้นมาได้...เนื้อหาเดียวกับ “ปฐม ก.กา” หนังสือเล่มแรกในชีวิต ที่แม่ซื้อบาทเดียวจากริมถนนท่าน้ำ ตลาดแม่กลอง ยื่นให้ผมฝึกอ่าน ตอนเรียนชั้น ป.เตรียม ใคร...รุ่นเดียวกับผมลองอ่าน ทบทวนความจำไปด้วยกัน(กาพย์ยานี 11) สาธุสะ จะขอไหว้ พระศรีไตรสะระณา พ่อแม่แลครูบา เทวะดาในราศี ข้าเจ้าเอาก ข เข้ามาต่อ ก กา มี แก้ไขในเท่านี้ ดีมิดีอย่าตรีชาจะร่ำคำต่อไป พอล่อใจกุมารา ธรณีมีราชา เจ้าพาราสาวะถี ชื่อพระไชยสุริยา มีสุดามเหสี ชื่อว่าสุมาลี อยู่บูรีไม่มีไภย ข้าเฝ้าเหล่าเสนา มีกิริยาอะฌาไสย พ่อค้ามาแต่ไกล ได้อาศัยในพาราไพร่ฟ้าประชาชี เชาบุรีก็ปรีดา ทำไร่เขาไถนา ให้เข้าปลาแลสาลี อยู่มาหมู่ข้าเฝ้า ก็หาเยาวะนารี ที่หน้าตาดีดี ทำมะโหรีที่เคเหา ค่ำเช้าเฝ้าสีซอ เข้าแต่หอล่อกามา หาได้ให้ภริยา โลโภพาให้บ้าใจไม่จำคำพระเจ้า ให้ไปเข้าภาษาไสย ถือดีมีข้าไท ฉ้อแต่ไพร่ใส่ขื่อคา คะดีที่มีคู่ คือไก่หมูเจ้าสูภา ใครเอาเข้าปลามา ให้สุภาก็ว่าดี ที่แพ้แก้ชนะ ไม่ถือพระประเวณี ขี้ฉ้อก็ได้ดี ไล่ตาตีมีอาญาที่ซื่อถือพระเจ้า ว่าโง่เง่าเต่าปูปลา ผู้เฒ่าเหล่าเมธา ว่าใบ้บ้าสาระยำ ภิษุสะมะณะ เล่าก็ละพระสะธำม์ คาถาว่าลำนำไปเร่ร่ำทำเฉโก ไม่จำคำผู้ใหญ่ ศีร์ษะไม้ใจยะโส ที่ดีมีอะโข ข้าขอโมทะนาไปพาราสาวะถี ใครไม่มีปราณีใคร ดุดื้อถือแต่ใจ ไล่คว้าผ้าที่คอ อะไรล่อก็เอาไปข้าเจ้าเหล่าเสนา มิได้ว่าหมู่ข้าไท ถือน้ำร่ำเข้าไป แต่น้ำใจไม่นำพา หาได้ใครหาเอา ไพร่ฟ้าเศร้าเปล่าอุรา ไล่ตีด่าไม่ปราณี ผีป่ามากระทำ มะระณะกำม์เชาบุรี น้ำป่าเข้าธานี ก็ไม่มีที่อาไศยข้าเฝ้าเหล่าเสนา หนีไปหาพาราไกล ชีบาล่าลี้ไป ไม่มีใครในธานี(กาพย์ฉบัง 16) พระไชยสุริยาภูมี พาพระมเหสี มาในที่ลำสำเภา เข้าปลาหาไปไม่เบา นารีที่เยาว์ ก็เอาไปในเภตรา เถ้าแก่เชาแม่แซ่มา เสนีเสนา ก็มาในลำสำเภา ตีม้าล่อช่อใบไล่เสา วายุพยุห์เพลา สำเภาก็ใช้ใบไปเภตรามาในน้ำใหล ค่ำเช้าเปล่าใจ ที่ในมหาวารี...ผมอ่านเพลิน...น่าจะเพลินไปด้วยกัน ตัวหนังสือต้นฉบับแบบเดิมๆ หลายคำไม่คุ้นตา แต่น่าจะพอถูไถเดากันไปได้ พอประมวลเรื่องราวได้ว่า บ้านเมืองสมัยพระไชยสุริยานั้นชั่วร้ายเลวทรามไปด้วยกันนับแต่นายไปถึงบ่าวฟ้าดินท่านจึงลงโทษปล่อยน้ำป่าเข้ามาท่วมเมือง พวกข้าเฝ้าเหล่าเสนา รวมชีบา ที่หนีได้ก็หนีไปอยู่เมืองไกลส่วนพระไชยสุริยา ท่านยังมีบารมี พามเหสี อีหนู และบริวาร หนีลงเรือสำเภาทันก่อนจบหัดผสม ก.ข.ก.กา แล้วก็หัดตัวสะกด แม่กง แม่กน...ไปด้วย...อือ! คนรุ่นปู่ตาย่ายายเรา ร่ำเรียนกันมาอย่างนี้...ความคุ้นแต่เดิม ผมเผลออ่านไปถึงบทตัวสะกด แม่กง...จนไปถึง แม่กก และ อื้อ!แม่กดอ่านตอนเด็ก ไม่รู้สึกอึกทึก เหมือนอ่านตอนแก่...บทอัศจรรย์ ท่านพรรณนาไว้ ครึกครื้น...นักหนา ผมขอติดไว้ หลังเลือกตั้งแล้ว...จะ ลอกมาให้อ่าน ตอนนี้ให้เวลาให้พวกท่านตั้งสติพิจารณา เลือกคนเป็น สส...8 ก.พ.ก่อนลองนึกเสียว่า...ถ้าบ้านเมืองเราตกต่ำย่ำแย่เหมือนยุคพระไชยสุริยา...ไม่ต้องรอฟ้าดินจัดการ สองมือเราที่กาบัตร...เปลี่ยนแปลงบ้านเมืองให้ดีได้ทันตาเห็นทีเดียว.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม