กรมราชทัณฑ์เต้น พบผู้ต้องขังในเรือนจำพิเศษธนบุรีติดเชื้อฝีดาษลิง 1 คนประสานกรมควบคุมโรควางมาตรการดูแลพื้นที่ คัดกรองผู้ต้องขัง รวมทั้งระดมวัคซีนเข้าไปฉีดให้ผู้เกี่ยวข้อง มีผู้เข้าข่ายกว่า 100 คน หลังตรวจสอบโรคเชื่อว่าติดเชื้อจากนอกคุก สาเหตุที่อาการหนักเพราะป่วยโรคร้ายสารพัด ล่าสุดปูดผู้ต้องขังคนดังกล่าวเสียชีวิตไปตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ. แต่ยังไม่มีคนเข้าข่ายป่วยเพิ่ม ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดไปอีก 21 วันเรือนจำพิเศษธนบุรีพบผู้ต้องขังป่วยเป็นโรคฝีดาษลิง ครั้งนี้เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 14 ก.พ. กรมราชทัณฑ์แจกเอกสารชี้แจงกรณีได้รับ รายงานจากเรือนจำพิเศษธนบุรีว่า พบผู้ต้องขัง 1 คน มีอาการป่วย ส่งตัวไปรับการรักษาที่ทัณฑสถาน โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แต่ระหว่างเตรียมการผ่าตัดพบว่า ผู้ป่วยดังกล่าวมีตุ่มน้ำใสบริเวณเท้าและมีอาการ ไข้สูงร่วมด้วย เกิดความสงสัยเนื่องจากอาการดังกล่าว เข้าได้กับโรคฝีดาษลิง จึงดำเนินการส่งตรวจเพาะเชื้อ พบว่าผู้ต้องขังอาจติดเชื้อฝีดาษลิงสำหรับผู้ต้องขังคนนี้ เรือนจำพิเศษธนบุรีรับตัวมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ต่อมามีอาการไข้สูง และมีภาวะเนื้อตายบริเวณเท้า จึงส่งตัวเข้ารับการรักษา ที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ ระหว่างเตรียมการผ่าตัดที่เท้าพบว่า ผู้ต้องขังมีอาการเข้าได้กับโรคฝีดาษลิง (Monkeypox : Mpox) จึงส่งหน่วย ควบคุมการติดเชื้อ และดำเนินการแยกผู้ต้องขังที่มี ความเสี่ยงสูง และนำแนวทางการควบคุมโรคด้วย หลักการ Bubble and Seal มาใช้ในเรือนจำพิเศษธนบุรี เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโดยเร็ว เช่น การกักตัวผู้ต้องขังรับใหม่ การซักประวัติ และ สังเกตอาการของโรคฝีดาษลิง การมีไข้ร่วมกับเจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง และต่อมน้ำเหลืองโต รวมทั้งมีตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง และตุ่มตกสะเก็ดตามความรุนแรงของโรคหรือไม่ เป็นต้นปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขังรายใดมีความสัมพันธ์ กับโรคฝีดาษลิง กรมราชทัณฑ์ ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เรือนจำพิเศษธนบุรี กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค เข้าดำเนินการควบคุมและเฝ้าระวังป้องกันการติดเชื้อดังกล่าวอย่างใกล้ชิด กรมราชทัณฑ์เร่งกำชับให้เรือนจำและทัณฑสถานทุกแห่งเฝ้าระวัง และถือปฏิบัติตามแนวทางปฏิบัติ การวินิจฉัย การดูแลรักษา และเฝ้าระวังป้องกันโรคฝีดาษลิง (MPox) ตามมาตรการของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด หากพบผู้ต้องขังสงสัยติดเชื้อโรคฝีดาษลิงให้ดำเนินการประสานโรงพยาบาลแม่ข่ายหรือหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ และรายงาน การตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อโรคฝีดาษลิงให้กรมราชทัณฑ์ทราบทุกรายทันที ทั้งนี้ เรือนจำและทัณฑสถาน ทุกแห่งยังไม่พบผู้ต้องขังป่วยด้วยโรคดังกล่าวเพิ่มเติมแต่อย่างใดที่กรมควบคุมโรคค่ำวันเดียวกัน นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า กรมควบคุมโรคได้รับรายงานว่า ผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร ซึ่งเป็น ผู้ต้องขังชายอายุ 44 ปี ได้เสียชีวิตลง เนื่องจากมีโรค ประจำตัวหลายโรค อาทิ ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส รวมทั้งขาดการรักษา ต่อเนื่อง ทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง ส่งผลให้โรครุนแรงมากกว่าปกติ ภายหลังได้รับผลยืนยันกรมควบคุมโรคร่วมกับกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคทันที แยกและเฝ้าระวังผู้สัมผัสใกล้ชิดในแดนเดียวกัน 32 คน และเฝ้าระวังเพิ่มเติมในพื้นที่เกี่ยวข้องอีก 14 คน พร้อมงดการเคลื่อนย้ายผู้ต้องขังในพื้นที่เสี่ยง ตรวจวัดอุณหภูมิวันละ 2 ครั้งต่อเนื่อง 21 วัน ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ และจัดการขยะติดเชื้อตามมาตรฐานอย่างเข้มงวด“นอกจากนี้ ยังติดตามผู้สัมผัสในสถานพยาบาล อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการรักษา พร้อมสนับสนุนวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรให้กลุ่มเสี่ยงสูง ตามแนวทาง การให้วัคซีนหลังสัมผัสโรค (Post-Exposure Prophylaxis) จำนวน 19 คน และประเมินความ เสี่ยงผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมกว่า 80 คน เพื่อกำหนดมาตรการ เฝ้าระวังอย่างเหมาะสม ปัจจุบันยังไม่พบผู้ต้องขัง หรือเจ้าหน้าที่รายอื่นมีอาการเข้าได้กับโรคเพิ่มเติม สถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมและการติดตามอย่าง ใกล้ชิด ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบเฝ้าระวังและการ ดูแลของกรมราชทัณฑ์และกรมควบคุมโรค” อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวนพ.มณเฑียรกล่าวด้วยว่า สำหรับผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการสอบสวนโรคพบว่า ผู้ป่วยเข้าเรือนจำเมื่อวันที่ 20 ม.ค.69 มีแผลบริเวณขา ต่อมามีอาการไข้ และพบผื่นตุ่มตามร่างกาย ก่อนถูกส่งต่อเข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์อย่างเร่งด่วน แม้แพทย์จะให้การดูแลอย่างเต็มที่ แต่อาการทรุดลง และเสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ก.พ. ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการยืนยันพบเชื้อ Mpox สายพันธุ์ Clade II เบื้องต้นคาดว่าผู้ป่วยอาจติดเชื้อมาก่อนเข้าเรือนจำ และด้วยภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องจากการขาดยาต้าน ไวรัสเอชไอวี ทำให้การดำเนินโรคมีความรุนแรงมากขึ้นอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่