เมื่อวานเป็น “วันจ่าย” วันนี้เป็น “วันไหว้” พรุ่งนี้เป็น “วันตรุษจีน” วันขึ้นปีใหม่จีนเป็น “วันเที่ยว” ผมขอถือโอกาสนี้อวยพรท่านผู้อ่านทุกท่าน “ปีใหม่นี้ขอให้มีแต่ความสุขสมหวังทุกประการ มีความมั่งคั่งร่ำรวยเฮงเฮงเฮงตลอดไป ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้” ครับ ตรุษจีนปีนี้รัฐบาลจีนจัดหนักหยุดยาว 9 วัน ให้ชาวจีนกว่าพันล้านคนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดกิจกรรมต่อเนื่องยาวถึง 13 มีนาคม คาดว่าจะมีชาวจีนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจีนเกือบ 10,000 ล้านทริป ถือเป็นสถิติการเดินทางที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ตรุษจีนเมืองไทย ปีนี้ก็คึกคัก มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยคาดว่า จะมีเงินสะพัดกว่า 54,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 ก็ขอให้คึกคักตลอดไปครับ“วันไหว้” เริ่มด้วยการ ไหว้เจ้าที่ เพื่อคุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข ไหว้บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญู ไหว้ผีไม่มีญาติ เพื่อแผ่ส่วนบุญส่วนกุศล และไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะ “ไฉ่ซิ้งเอี๊ย” เทพเจ้าแห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง เพื่อขอให้มีโชคลาภมั่งคั่งร่ำรวย ฤกษ์การไหว้ “เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย” ปีนี้คือเวลา 23.00–01.00 น. โดยหันหน้าไปทางทิศใต้ ท่านจะเสด็จทางนั้น เทพไฉ่ซิ้งเอี๊ยมีหลายองค์ องค์ที่ได้รับการบูชามากที่สุดคือ ฟ่านหลี และ ปี่กั้น ซึ่งมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ เป็นเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยสายบุ๋น ส่วน เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยสายบู๊ ก็มี จ้าวกงหมิง เทพเจ้ากวนอูเทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ย จะเสด็จลงมายังโลกมนุษย์เพียงปีละครั้งในวันตรุษจีนเท่านั้น การไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยจึงมีการไหว้ปีละครั้งในวันตรุษจีนปกติชาวจีนจะไหว้เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี๊ยกันประมาณนี้ แต่ นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ คุณสมชาย แซ่จิว ได้เขียนถึง “ไฉ่ซิ้งสายดาร์ก เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งสายนรก” ผมอ่านแล้วก็เลยขอนำมาเล่าสู่กันฟังตรงนี้สักนิด ไฉ่ซิ้งสายดาร์ก เป็น ไฉ่ซิ้งสายหยิน ปรัชญาจีนเชื่อว่าทุกสิ่งในจักรวาลล้วนประกอบด้วยสิ่งตรงข้ามกัน คือ “หยิน–หยาง” มีสว่างก็มีมืด “หยิน” คือความมืด สีดำ ความอ่อนโยน เพศหญิง ความตาย ฯลฯ “หยาง” คือความสว่าง สีขาว ความแข็งกระด้าง เพศชาย การเกิด ฯลฯ เทพสายดาร์กไม่ได้หมายถึงความชั่วร้ายหรืออัปมงคล จึงเกิด “ไฉ่ซิ้งสายหยิน” หรือ “เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งสายดาร์ก” โดยเชื่อกันว่า “เมื่อขอจากฟ้าไม่ได้ ให้มาขอจากข้า”ใครต้องการไหว้ “เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งสายดาร์ก” ไปไหว้ได้ที่ วัดเล่งเน่ยยี่ หรือ วัดมังกรกมลาวาส คนจีนใน ฮ่องกง มาเก๊า สิงคโปร์ มาเลเซีย นับถือกันมาก ท่านเก่งในเรื่องลาภลอยและการพนันนอกจากเรื่องไหว้ เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งสายสว่างและสายมืด แล้ว ตรุษจีนปีนี้ยังมี “สายปัญญาประดิษฐ์” หรือ AI ที่เปิดศึกชิงผู้ศรัทธากันอย่างดุเดือด “เว็บไซต์การเงินธนาคารออนไลน์” รายงานโดยอ้างอิงซีเอ็นบีซีว่า ตรุษจีนปีนี้บริษัทเอไอยักษ์ใหญ่จีน อาทิ ByteDance Alibaba Tencent Baidu ต่างก็ทุ่มเงินก้อนมหาศาล เพื่อช่วงชิงผู้ใช้เอไอในช่วงเทศกาลตรุษจีน มีการแจกรางวัลกันมากมาย ตั้งแต่รถยนต์ไปจนถึง “อั่งเปาดิจิทัล” บางรายการให้สูงถึง 10,000 หยวน 45,000 บาทเลยทีเดียว รวมทั้งคูปองอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และของแจกอื่นๆค่าย ByteDance เจ้าของแพลตฟอร์ม TikTok แจกรางวัลถึง 100,000 ชิ้น รวมทั้งอั่งเปาดิจิทัลบางซองมีมูลค่าสูงถึง 8,888 หยวน 39,996 บาท ไปจนถึงรถยนต์ เพื่อโปรโมตเอไอโมเดล Doubao และเปิดตัว โมเดลสร้างวิดีโอใหม่ Seedance 2.0 อย่างเป็นทางการ Baidu ก็จัดงบถึง 500 ล้านหยวน 2,250 ล้านบาท เพื่อโปรโมตแชตบอต Ernie ด้าน Tencent ก็ใช้งบ 1,000 ล้านหยวน 4,500 ล้านบาท โปรโมตเอไอโมเดล Yuanbao และ Alibaba ทุ่มงบมากที่สุด 3,000 ล้านหยวน 13,500 ล้านบาท เพื่อดึงคนมาทดลองใช้เอไอโมเดล Qwenจะเห็นว่า ตรุษจีนยุคใหม่ได้เปลี่ยนไปเยอะ จากวัฒนธรรมดั้งเดิมแค่ วันจ่าย–วันไหว้–วันเที่ยว มาเป็น “วันเปิดตัวสินค้าใหม่เอไอ” ปีหน้าคาดว่าบริษัทเอไอยักษ์ใหญ่จะเปิดศึกแข่งกันเดือดกว่าปีนี้แน่นอน แค่เริ่มต้นก็ใช้เงินกันหลายหมื่นล้านบาทแล้ว.“ลม เปลี่ยนทิศ”คลิกอ่านคอลัมน์ “หมายเหตุประเทศไทย” เพิ่มเติม