สยองเมืองหัวหิน เดนคุกอำมหิตฉวยโอกาสช่วงดึกสงัด ปีนข้ามเคาน์เตอร์โรงแรม ชักท่อนเหล็กจากเอวกระหน่ำ ฟาดหัวสาวพนักงานต้อนรับไม่ยั้งเหยื่อหมดทางสู้สิ้นใจตายทุรน รื้อค้นทรัพย์สินหลบหนี ตำรวจระดมชุดสืบพร้อมสุนัข K 9 ไล่ล่าข้ามวัน ก่อน ตะครุบตัวได้กลางทุ่ง ยอมรับไม่สะทกสะท้าน แค่ ต้องการทรัพย์สินไปใช้จ่าย ญาติแฉก่อคดีมาโชกโชน ทั้งลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย ข่มขืน เข้า-ออกคุกเป็น ว่าเล่น ภายนอกดูไม่มีพิษมีภัย แต่สันดานจริงจิตใจโหดเหี้ยม โมโหร้าย ชอบใช้ความรุนแรง ชาวบ้าน สาปส่งให้ลงโทษประหารชีวิตที่ สภ.หัวหิน เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ม.ค. พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย พ.ต.อ.สมชาย ชูแก้ว รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน ประชุมร่วมกับชุดสืบสวนภาค 7 ชุดสืบสวน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเร่งติดตามจับตัวคนร้ายในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนปล่อยแถวตำรวจกว่า 200 นาย ออกล่าตัวฆาตกรรายนี้มาดำเนินคดีคดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 03.15 น. คืนวันที่ 19 ม.ค. พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน รับแจ้งเหตุพนักงานหญิงโรงแรมแห่งหนึ่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายฟุบจมกองเลือดอยู่ด้านในเคาน์เตอร์โรงแรม ไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมมูลนิธิสว่างธรรมสถานหัวหิน พบร่าง น.ส. (เอ) อายุ 35 ปี พนักงานต้อนรับเข้าเวรกะดึก ถูกของแข็งทุบตีศีรษะจนกะโหลกแตกเลือดทะลักนองพื้น กู้ภัยนำส่ง รพ.กรุงเทพหัวหิน แต่เสียชีวิตระหว่างทาง ใกล้กันพบแท่งเหล็กสีเทายาว 50 เซนติเมตร เปื้อนเลือดตกอยู่ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในโรงแรม พบว่าก่อนเกิดเหตุ มีชายรูปร่างผอม สูงราว 180 ซม. ผิวดำ สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ นุ่งกางเกงสีขาว รองเท้าแตะสีส้ม เดินผ่านประตูหน้าเข้ามาวนดู น.ส. (เอ) ที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ ระหว่างนั้น น.ส. (เอ) ยังพูดคุยวิดีโอคอลกับแฟนหนุ่มในช่วงเวลา 02.49 น. คนร้ายได้เดินออกไปดูลาดเลา เมื่อเห็นว่าไม่มี รปภ. ไม่มีใครผ่านมา คนร้ายเดินกลับเข้ามาอีกรอบในเวลา 03.07 น. คราวนี้ถอดเสื้อแจ็กเกตแขนยาวสีดำออก เหลือเพียงเสื้อยืดคอกลมแขนสั้นสีดำ แล้วกระโดดข้ามเคาน์เตอร์ ขณะที่ น.ส. (เอ) ฟุบหน้ากับโต๊ะนั่งหลับอยู่บนเก้าอี้ คนร้ายใช้มือขวาชักท่อนเหล็กยาวประมาณ 50 ซม.ออกจากเอว ใช้มือซ้ายกดหัว น.ส. (เอ) แล้วกระหน่ำตีเข้าที่ศีรษะไม่ยั้งนับสิบครั้งจนร่วงตกจากเก้าอี้ลงมานอนกับพื้น คนร้ายทิ้งท่อนเหล็กเปื้อนเลือดแล้วค้นเสื้อผ้าเหยื่อคว้าเอากระเป๋าสตางค์สีดำและโทรศัพท์มือถือหลบหนีไปพ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ หลังเกิดเหตุตำรวจนำข้อมูลที่ได้จากกล้องวงจรปิด ไปตรวจเปรียบเทียบกับระบบค้นหาข้อมูลบุคคลจากภาพถ่ายทางทะเบียนราษฎร พบว่าคนร้ายคือนายรัฐติกร หรือแซม ยิ่งยอด อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 233 หมู่ 6 บ้านละหารปลาค้าว ต.ละหารปลาค้าว อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน รวบรวมพยานหลักฐาน ไปขอศาลจังหวัดหัวหิน อนุมัติหมายจับที่ จ.15/2569 ลงวันที่ 19 มกราคม 2569 เมื่อเวลา 22.00 น. ติดตามจับกุมตัวนายรัฐติกร ยิ่งยอด มาดำเนินคดี เชื่อว่าคนร้ายยังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง เนื่องจากเป็นคนจรจัดไม่มียานพาหนะ และเคยมีประวัติต้องโทษในคดีทำร้ายร่างกายและข่มขืนผู้อื่นมาก่อน ขณะนี้ได้จัดชุดปฏิบัติการเพิ่มขึ้นมาเพื่อสแกนเอกซเรย์พื้นที่ปิดเมืองหัวหินไล่ล่าคนร้ายให้จงได้ รวมถึงประสานงานพื้นที่ใกล้เคียงคือ จ.เพชรบุรี ให้ช่วยติดตามตัว“ในส่วนประเด็นคนร้ายแต่งกายเป็นผู้หญิง จากการตรวจสอบพบข้อมูลจากสื่อโซเชียลมีเดีย มีรูปที่ผู้ต้องหาแต่งกายในลักษณะนั้นโพสต์เฟซบุ๊ก แต่จากการสืบสวนขณะนี้ยังไม่พบว่า คนร้ายแต่งกายอำพรางเป็นหญิงเพื่อหลบหนีการจับกุม แต่ยังไม่ได้ตัดประเด็นนี้ทิ้ง ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ สังเกตตำหนิรูปพรรณคนร้ายอย่างละเอียด พร้อมประสานกับผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้า ประชาชนให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากใครพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายในภาพสเกตช์หรือหมายจับให้รีบแจ้งตำรวจทันที” ผกก.สภ.หัวหินกล่าวต่อมาชุดสืบสวนได้เบาะแสว่า คนร้ายพักอยู่ในชุมชนบ้านดอนอีกลึง ต.หัวหิน รีบนำกำลังเข้าไปค้นห้องพักพบกางเกงขายาวสีขาวตัวที่คนร้ายใช้ก่อเหตุอยู่ในห้อง และในกระเป๋าสะพายของคนร้าย มีเสื้อผ้าผู้หญิงและชุดชั้นในสตรีจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ขยายผลการตรวจค้น กระทั่งพบเสื้อยืดแขนสั้นสีดำที่คนร้ายสวมใส่ขณะก่อเหตุ ถูกถอดทิ้งไว้ในซอยหัวหิน 42 ส่วนรองเท้าแตะสีส้มของคนร้าย พบอยู่ในที่พักของคนจรจัดบริเวณใต้สะพานในซอยหัวหินทันสมัย เจ้าหน้าที่เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่ศพของ น.ส. (เอ) ญาตินำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดกัสสปะ ศาลา 2 ต.หัวหิน และมีพิธีฌาปนกิจศพในวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค.นี้เวลา 15.00 น. ตำรวจได้รับแจ้งเบาะแสว่า คนร้ายคดีนี้หลบซ่อนตัวอยู่ทางลอดใต้สะพานทางรถไฟ ท้ายซอยหัวหิน 42 เขตเทศบาลนครหัวหิน สนธิกำลังพร้อมชุดหมวดสุนัขพระราชทาน กองกำกับการถวายอารักขาและรักษาความปลอดภัย นำสุนัข K9 ชื่อแพรวา อายุ 4 ปี เข้าตรวจสอบ พบหมอน ผ้าห่ม ที่นอน สภาพเหมือนเพิ่งมีคนมานอนวางกองไว้กับพื้น แต่ไม่พบใคร ให้สุนัขดมกลิ่นช่วยค้นหา สักพักสุนัขเห่าวิ่งเข้าไปพงหญ้ารกใกล้เคียง และพบตัวนายรัฐติกร สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ คลุมทับด้วยเสื้อแจ็กเกตผ้าร่มสีน้ำเงิน นุ่งกางเกงยีนขายาว รองเท้าแตะยางสีดำ หมอบซ่อนในพงหญ้าใต้ต้นมะพร้าวในสภาพอิดโรย คนร้ายพยายามต่อสู้ขัดขืนการจับกุม แต่ถูกตำรวจล็อกตัวสวมกุญแจมือพร้อมแสดงหมายจับให้ดู คนร้ายพยักหน้ารับด้วยใบหน้าอมยิ้ม ไม่มีท่าทีสะทกสะท้านกับสิ่งที่ทำลงไปต่อมา พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.ภาคภูมิ โห้ใย พ.ต.อ.เฉลิมวุฒิ วงเวียงจันทร์ รอง ผบก.ภ.จ.ประจวบคีรีขันธ์ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน รุดมายังจุดที่จับกุมคนร้ายได้ ก่อนนำตัวไปสอบปากคำที่ สภ.หัวหิน ท่ามกลางประชาชนที่ทราบข่าวแห่ไปเพื่อขอดูหน้าคนร้ายเต็มหน้าโรงพัก พร้อมตะโกนสาปแช่งด้วยความโกรธแค้นพ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.สภ.หัวหิน กล่าวว่า นายรัฐติกรให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือทำร้าย น.ส. (เอ) จนเสียชีวิตจริง เพื่อชิงทรัพย์นำเงินไปใช้จ่าย จากนั้นหลบหนีหัวซุกหัวซุนย้ายที่นอนไปเรื่อยๆ จนถูกจับกุม โชคดีที่ตำรวจสามารถตามจับตัวคนร้ายได้อย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุ ขณะนี้นำตัวผู้ต้องหาไปตรวจสารเสพติดในร่างกาย ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นจะแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ” ไว้ก่อนวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านละหาน ปลาค้าว ต.ละหานปลาค้าว อ.เมืองยาง จ.นครราชสีมา บ้านเกิดของนายรัฐติกร หรือแซม ยิ่งยอด ผู้ก่อเหตุ ได้พบกับนายประสิทธิ์ พลเวียง อายุ 53 ปี ลูกพี่ลูกน้องของผู้ก่อเหตุ และเพื่อนบ้าน ทุกคนบอกว่านายรัฐติกรไม่ได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านนานกว่าครึ่งปีแล้ว หลังเดินทางไปหาแม่ที่ทำงานรับจ้างดูแลคนป่วยอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ และทางบ้านไม่ทราบข่าวอีกเลย นิสัยส่วนตัวของนายรัฐติกร เป็นคนมีนิสัยเกเรมาตั้งแต่เด็กๆ เคยมีแฟนมาหลายคน ทั้งผู้หญิงและสาวประเภทสอง เคยก่อคดีมาหลายครั้ง เข้า ออกเรือนจำเป็นว่าเล่น มีทั้งคดีลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย และข่มขืนกระทำชำเรา ภายนอกดูเป็นคนเงียบๆไม่มีพิษไม่มีภัย แต่สันดานจริงเป็นคนจิตใจโหดเหี้ยม นิสัยก้าวร้าว เกี้ยวกราด โมโหร้าย ชอบใช้ความรุนแรง สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านใกล้เคียงมานับไม่ถ้วน หลายคนเมื่อรู้ข่าวว่าไปก่อเหตุฆ่าคนตาย อยากให้ลงโทษประหารชีวิตไปเลยอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่