ในท่ามกลางข่าวในทางลบที่คาดว่า จะเกิดขึ้นแก่ประเทศไทยเราในปี 2569 ที่ผ่านมาแล้ว 13 วัน โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่มองกันว่า ประเทศไทยของเราจะหนักหนาสาหัสมาก...เล่นเอาคนไทยหัวใจห่อเหี่ยวไปตามๆกันนั้นก็ต้องถือว่าประเทศไทยของเรายังโชคดีอยู่บ้าง เพราะนานๆทีจะมีข่าวดีมาปลอบประโลมสลับฉาก ทำให้ขวัญและกำลังใจดีขึ้นพร้อมจะกัดฟันสู้ต่อไปอย่างเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา สื่อยักษ์ใหญ่อิทธิพลสูงอย่าง The NewYork Times ของสหรัฐฯก็ประกาศอันดับ “สถานที่ 52 แห่ง...ที่ควรไปเยือนในปี 2026” หรือ “52 Places to Go in 2026” ปรากฏว่า “Bangkok” หรือ “กรุงเทพมหานคร” ติดอันดับกับเขาด้วยและก็เป็นอันดับสูงที่น่าชื่นใจมากเพราะทะยานขึ้นไปถึงอันดับ 3 เลยทีเดียวสถานที่ที่ควรเที่ยวสูงสุดอันดับ 1 ในทัศนะของนิวยอร์ก ไทม์สปีนี้ได้แก่ “Revolution America” หรืองานเฉลิมฉลองครบรอบ 250 ปีของการประกาศอิสรภาพสหรัฐอเมริกา...ซึ่งจะเริ่มในปี 2569 หรือ 2026 นี้นั่นเองวันฉลองใหญ่ที่สุดของเขาก็คือ “4 กรกฎาคม” “วันชาติ” สหรัฐฯ ที่เราคุ้นเคยนั่นแหละครับ ปกติจะมีการยิงพลุฉลองทั้งประเทศอยู่แล้ว และยิ่งใหญ่มากก็ที่ มหานครนิวยอร์ก กับ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี.เขาประโคมว่าปีนี้จะจัดอย่างยิ่งใหญ่ที่สุด นิวยอร์กไทม์ส จึงลงมติให้ “สหรัฐฯ” น่าไปเยือนเป็นอันดับ 1 ด้วยประการฉะนี้สำหรับอันดับ 2 นั้น เขายกให้แก่ กรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของ โปแลนด์ ครับ เป็นเมืองที่มีเสน่ห์มาก ด้วยศิลปะรุ่นเก่าผสมผสานกับรุ่นใหม่และเป็นเมืองมรดกโลกด้วยแล้วก็มาถึงอันดับ 3 คือ “Bangkok” ของเรานี่แหละครับ...สื่อยักษ์สหรัฐฯฉบับนี้บรรยายความประทับใจในทัศนะของเขาว่า “เป็นมหานครอันวุ่นวายที่กำลังก้าวสู่อนาคตสีเขียวอย่างจริงจัง”โดยย้ำว่า กรุงเทพฯ ซึ่งเคยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวน้อยที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย กำลังเร่งปรับโฉมเมืองด้วยการเชื่อมโยง ธรรมชาติ เข้ากับ ชีวิตคนเมือง อย่างเป็นรูปธรรมพร้อมกับยกตัวอย่าง ทางเดินสีเขียว ที่เชื่อม สวนเบญจกิติ กับ สวนลุมพินี ครอบคุมพื้นที่กว่า 20 เอเคอร์ (1 เอเคอร์ = 2.53 ไร่ ลองคูณกันเองนะครับ) ประดับด้วย งานประติมากรรมร่วมสมัย ทำให้พื้นที่สาธารณะแห่งนี้ไม่เพียงเป็นปอดของเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นแกลเลอรีกลางแจ้งไปด้วยแถมบรรยายอีกว่า “ทางเดินลอยฟ้าในสวนเบญจกิติความยาวราวๆ 1 ไมล์นั้น ได้เปิดมุมมองเหนือบึงบัวและระบบนิเวศป่าชายเลนจำลอง สร้างประสบการณ์การสัมผัสธรรมชาติในระดับสายตาที่แตกต่าง...ท่ามกลางมหานครที่ไม่เคยหลับใหล” อ่านแล้วก็อดเคลิบเคลิ้มเสียมิได้นิวยอร์กไทม์สยังพรรณนาอีกเยอะครับ พูดถึงศิลปะร่วมสมัย พูดถึงมรดกประวัติศาสตร์ พูดถึง “วัดไชยวัฒนาราม” ฯลฯ ไว้ด้วยสำหรับอันดับ 4 ไปถึงอันดับ 10 ที่เขาประกาศไว้ก็คือ 4.คาบสมุทรโอซา (คอสตาริกา), 5.อุทยานแห่งชาติบัณทพครห์ (Bandhavgarh) ประเทศอินเดีย, 6.เมือง ดัลลัส (สหรัฐฯ), 7.เมือง Oran ของแอลจีเรีย, 8.Route 66 (ทางหลวงสายประวัติ ศาสตร์เชื่อมชิคาโกถึงลอสแอนเจลิส) 9.เกาะภูเขาไฟ Saba ในทะเลแคริบเบียน และ 10.เมือง Poblenou สเปนต้องขอขอบคุณนิวยอร์กไทม์สไว้ ณ ที่นี้อีกครั้ง ที่ให้เกียรติกรุงเทพฯของเราติดถึงอันดับ 3 ในอาเซียนอื่นๆก็มี ปีนัง (มาเลเซีย) ติดอันดับ 15, เวียดนาม ติดอันดับ 34 และเมือง Camiguin ฟิลิปปินส์ ติดอันดับ 37 รวม 4 สถานที่เท่านั้นป.ล.ใครที่ยังไม่ได้ไปเดินสะพานลอยฟ้าสวนเบญจกิติ (รวมทั้งผมด้วย) ต้องหาโอกาสไปให้ได้นะครับ...เดี๋ยวนิวยอร์กไทม์สจะหาว่าเรา “Near Salt, Eat Alkali” ใกล้เกลือกินด่าง (แปลแบบนายกฯอนุทินท่านแปล “คุณรู้จักผมน้อยไป” You Know Me Little Go นั่นเอง)"ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม