ระทึกเกาะภูเก็ต ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ตจอดเทียบท่าเรืออ่าวฉลอง วอดเรียบ 22 ลำ ค่าเสียหายกว่า 38 ล้านบาท เหตุเกิดช่วงใกล้เช้ามืด จู่ๆเกิดเพลิงลุกไหม้เรือลำแรกที่จอดอยู่ริมชายหาด เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วไปติดเรือลำที่จอดอยู่ใกล้กันไหม้ต่อไปเรื่อยๆกลายเป็นทะเลเพลิงชั่วพริบตา เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำสกัดนานกว่า 1 ชั่วโมงครึ่งเพลิงสงบ ตำรวจเช็กภาพวงจรปิดไม่พบสิ่งผิดปกติ คาดสาเหตุจากระบบไฟฟ้าในเรือลัดวงจรเกิดประกายไฟไปติดน้ำมันเชื้อเพลิง แต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นอื่น เจ้าหน้าที่ พฐ.เร่งตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดเหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ตวอดระนาว 22 ลำ เปิดเผยเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 7 ม.ค. ร.ต.ท.ณัฐพล พุ่มลืมคิด รอง สว. (สอบสวน) สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว จ.ภูเก็ต หรือศูนย์ไข่มุก ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือสปีดโบ๊ตหลายลำที่จอดเทียบท่าบริเวณท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง หลังรับแจ้งรายงานให้ พ.ต.อ.สุระศักดิ์ ใจดี ผกก. นำกำลังตำรวจ พร้อมเจ้าหน้าที่ ศร.ชล.เขต 3 ประสานรถดับเพลิงจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลกะรน เทศบาลนครภูเก็ต และ ปภ.นับสิบคัน ตลอดจนเรือดับเพลิงของ อบจ.ภูเก็ต รุดไประงับเหตุที่เกิดเหตุเป็นท่าเทียบเรือของ อบจ.ภูเก็ต พบเพลิงลุกไหม้เรือสปีดโบ๊ตที่จอดลอยลำเรียงรายอยู่ริมชายหาดหลายสิบลำ เปลวไฟแดงฉานลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังเรือลำอื่นๆที่อยู่ติดกันกลายเป็นทะเลเพลิงลุกโชนขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ ระดมฉีดน้ำสกัดแต่การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความ ยากลำบาก เนื่องจากเรือแต่ละลำมีน้ำมันเชื้อเพลิงและวัสดุติดไฟเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ใช้เวลานานกว่า 1 ชม.ครึ่งสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ หลังเพลิงสงบพบว่า มีเรือสปีดโบ๊ตถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหายทั้งหมด 22 ลำ รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 38 ล้านบาทต่อมาเวลา 07.00 น. นายอดุลย์ ระลึกมูล ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต พร้อมตำรวจ สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน นำกำลังเข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานจากซากเรือสปีดโบ๊ตทั้ง 22 ลำ ที่ถูกเพลิงไหม้จอดเกยตื้นเรียงรายอยู่ริมชายหาด ยังคงมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้เพื่อป้องกันไม่ให้ไฟปะทุขึ้นมาอีก นายอดุลย์กล่าวว่า เพลิงไหม้ เรือสปีดโบ๊ตได้รับความเสียหายจำนวนมาก เรือลำอื่น ที่ไม่เกี่ยวข้องยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่วนเรือ ที่ถูกเพลิงไหม้ต้องควบคุมไว้ก่อนจนกว่าการตรวจพิสูจน์หลักฐานจะแล้วเสร็จถึงจะเคลื่อนย้ายเศษซากออกจากชายหาด นายเรวัต อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต เผยว่า ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสียหายในพื้นที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง การ บริหารจัดการพื้นที่หลังเกิดเหตุจะดำเนินการร่วมกับ สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ต เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความวุ่นวายและกระทบต่อการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการและ เรือที่ไม่ได้รับผลกระทบยังคงให้บริการนักท่องเที่ยวได้ตามปกติ ส่วนรายละเอียดของการเกิดเพลิงไหม้ว่า เกิดจากเรือลำใดและเกิดขึ้นได้อย่างไร มอบหมายให้พนักงานสอบสวน สภ.ฉลอง ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบ จากการสังเกตเบื้องต้นอาจมีได้ทั้งสาเหตุจากปัจจัยทางธรรมชาติหรือปัจจัยอื่น ต้องรอผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการนายก อบจ.ภูเก็ต เผยด้วยว่า อ่าวฉลองอยู่ ภายใต้การบริหารจัดการของ อบจ.ภูเก็ต ปัจจุบันมี โครงการพัฒนาท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ผู้ที่มา ใช้บริการท่าเรือจะต้องผ่านระบบสแกนข้อมูล ทั้งใบหน้า หนังสือเดินทาง ชื่อ-สกุล เลขพาสปอร์ต และ สัญชาติ เพื่อจัดเก็บเป็นฐานข้อมูลอย่างเป็นระบบ แนวทางการบริหารจัดการท่าเรือหลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวจะต้องรอการสั่งการจาก ผวจ.ภูเก็ต เพื่อกำหนด แนวทางและมาตรการที่เหมาะสมต่อไปด้านแนวทางการสืบสวนหาสาเหตุของเพลิงไหม้ ชุดสืบสวนตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่บริเวณกลางสะพานท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง พบว่า ในเวลา 03.45 น. เกิดเพลิงลุกไหม้เรือสปีดโบ๊ตลำหนึ่งที่จอดอยู่หน้าชายหาด จากนั้นลุกลามไปยังเรือลำที่จอดอยู่ติดกันไปเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงระเบิดจากถังน้ำมันเชื้อเพลิงของเรือที่ถูกเพลิงไหม้ พนักงานสอบสวนนำคลิปจากกล้องวงจรปิดไว้เป็นหลักฐานในการสอบสวนดำเนินคดี เบื้องต้นสันนิษฐานสาเหตุจากระบบไฟฟ้าในเรือลัดวงจรเกิดประกายไฟไปติด น้ำมันเชื้อเพลิงจนเกิดลุกไหม้ แต่ยังไม่ตัดทิ้งประเด็นอื่นต่อมาเวลา 10.30 น. นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผวจ.ภูเก็ต พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต พ.ต.อ.กิตติศักดิ์ หนูผึ้ง ผกก.พฐ.ภูเก็ต นำกำลังลง พื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุ นายนิรัตน์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ตำรวจตั้งโต๊ะรับคำร้องทุกข์จากเจ้าของเรือสปีดโบ๊ตที่ได้รับความเสียหายในที่เกิดเหตุทันที เพื่ออำนวยความ สะดวกแก่ผู้เสียหายไม่ต้องไปโรงพัก และหลังจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บหลักฐานแล้วเสร็จ ทางเทศบาลตำบลฉลองจะเร่งเคลียร์พื้นที่ทำความสะอาดชายหาดให้กลับคืนสภาพปกติ จากนั้นจะเป็นการตรวจสอบประกันภัยของผู้ประกอบการต่างๆด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผบก.ภ.จ.ภูเก็ต กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบจุดเกิด เหตุยังไม่พบความผิดปกติใดๆ ตำรวจได้ประจักษ์ พยานที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนผลการตรวจสอบหาสาเหตุของเพลิงไหม้จะต้องรอจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตอนนี้ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้งอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่