วันที่ 5 มกราคม 2569 ขอต้อนรับสู่วันทำงานวันแรกของพี่น้องประชาชนชาวไทยทั่วประเทศนะครับ วันนี้...หลังจากหยุดพักผ่อนฉลองปีใหม่ยาวนานติดต่อกันถึง 5 วัน นับจากวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 เป็นต้นมาหวังว่าคงจะ “ฉลอง” และ “เติมพลัง” ให้แก่ตัวเองกันมาอย่าง พรั่งพร้อมแล้วที่จะสู้ต่อไปในปีใหม่ 2569 ที่ร่ำลือด้วยความวิตกกังวลล่วงหน้าว่าจะเป็นปีที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าปี 2568 เสียอีกด้วยซํ้าผมเองซึ่งเป็น “คนแก่” ที่ยังอุตส่าห์มีงานทำ...ตามหลักสมควรจะหลบไปพักผ่อนไปเติมพลังให้ตัวเองก่อนจะกลับมาทำงานเหมือนท่านที่กำลังทำงานทั่วประเทศด้วยเช่นเดียวกันแต่จากประสบการณ์ทำให้ผมทราบว่าสำหรับคนที่อยู่กรุงเทพฯ ไม่มีการฉลองปีใหม่ที่ไหน ไม่ว่าในเมืองไทยหรือเมืองนอก จะอบอุ่นใจ และได้ “พลัง” เท่ากับการอยู่ฉลองในกรุงเทพฯนี่แหละช่วงที่ยังแข็งแรงก็จะออกไปร่วมงานฉลองตามบ้านเจ้านายบ้าง บ้านเพื่อนๆบ้าง แล้วก็ไปจบตามสถานที่เคาต์ดาวน์ต่างๆ...แถวๆ ราชประสงค์ แถวๆสนามกีฬาแห่งชาติ เป็นหลักต่อมา กทม.มีสถานที่เคาต์ดาวน์ดังๆเพิ่มขึ้นหลายแห่ง ถึงขนาดดังระดับโลกอย่าง เซ็นทรัล เวิลด์ อย่าง ไอคอนสยาม ฯลฯ ก็พอดีผมเริ่มแก่จึงอาศัยนั่งดูการจุดพลุผ่านการถ่ายทอดสดของทีวีช่องต่างๆอยู่ที่บ้านดูการถ่ายทอดเสร็จค่อยเข้าไปกราบพระในห้องพระ สวดมนต์ ต้อนรับปีใหม่ ดังที่เคยปฏิบัติมาทุกปี...อาจไม่ถึงกับเป็นการสวดมนต์ข้ามปี แต่ก็ได้ชื่อว่าสวดมนต์ต้อนรับปีใหม่ ว่างั้นเถอะพอตื่นเช้าหลังรับประทานอาหารเช้าร่วมกับลูกหลานในครอบครัวแล้ว ผมก็จะออกตระเวนไหว้พระ 9 วัด ตามประเพณีนิยมแรกๆก็ไหว้แบบลงไปไหว้ด้วยตัวเองครบทั้ง 9 วัด...แต่หลังๆ ประเพณีไหว้พระ 9 วัด ฮิตมากใน เกาะรัตนโกสินทร์ ที่มีวัดสำคัญๆ คู่บ้านคู่เมืองหลายวัด...รถราจะติดขัดมาก ไม่มีที่จอด เรียกแท็กซี่ก็ลำบาก...นั่งรถเมล์ (ฟรี) ก็ไปได้ช้าผมและครอบครัวก็หันมาใช้วิธีวัดไหนลงไหว้ได้ก็ลงวัดนั้น... วัดไหนลงไม่ได้ เราก็ไหว้จากนอกวัด...ปฏิบัติเช่นนี้จนครบ 9 วัด สำหรับปีใหม่ 2569 ผมจอดรถลงไหว้ วัดเบญจมบพิตร เป็นวัดแรกเพราะพอมีที่จอดรถและผู้คนแม้จะแน่นแต่ก็ไหลเวียน...หลังจากนั้นก็ต้องอาศัยไหว้จากรถตลอด เพราะปีนี้รถติดหนักมากกว่าทุกปีในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์คณะของผมเลยอาศัยวิธีตระเวนรอบนอกไปไหว้พระชานเมือง แทน...ทำให้มีโอกาสข้ามทางด่วน ข้ามสะพานภูมิพล 1 สะพานภูมิพล 2 สะพานพระราม 9 และสะพานพระราม 10 (ขออนุญาตเรียกชื่อย่อ) ไปจนถึง วัดพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการมีโอกาสลงไปไหว้ในพระอุโบสถและพระเจดีย์ที่สมัยก่อนเคยอยู่ในนํ้า แต่บัดนี้ฝั่งตะวันตก (ฝั่งเดียวกับธนบุรี) อันเป็นที่ประดิษฐานขององค์เจดีย์ตื้นเขินหมดแล้ว สามารถขับรถไปจอดในลานวัดได้เลยระหว่างนั่งรถที่ลูกๆขับขึ้นทางด่วนซึ่งว่างมาก ผ่าน สะพานพระราม 9 สะพานพระราม 10 แล้วกลับบ้านผ่านจังหวัดสมุทรปราการโดย สะพานภูมิพล 2 นั้นเป็นห้วงเวลาแห่งความสุขและความภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยอย่างหาที่สุดมิได้ไม่น่าเชื่อเลยว่าทั้ง กรุงรัตนโกสินทร์ และ กรุงธนบุรี ในอดีตซึ่งรวมกันมาเป็น กรุงเทพมหานคร ในปัจจุบัน จะใหญ่โตมโหฬารถึงเพียงนี้ และสามารถเชื่อมโยงติดต่อกันระหว่าง 2 มหานครได้อย่างง่ายดายเช่นนี้กรุงเทพมหานครทั้ง 2 ฝั่ง มองจากสะพานต่างๆ ช่างยิ่งใหญ่ตระการตาและสวยงามอย่าบอกใครเชียวยิ่งนึกภาพย้อนหลังไปเมื่อช่วงเคาต์ดาวน์ 31 ธันวาคมสู่ 1 มกราคม ณ บริเวณ ไอคอนสยาม ริมฝั่งเจ้าพระยาที่ดูจากภาพของ CNN ที่มาปักหลักถ่ายทอดสดในเมืองไทย เผยแพร่ไปทั่วโลกก็ยิ่งภูมิใจในกรุงเทพมหานครขึ้นไปอีกขอบคุณ CNN ที่ช่วยเผยแพร่พลุอันอลังการจากประเทศไทย และความสุข ความภูมิใจของคนไทยในปี 2569 ออกสู่สายตาชาวโลกได้อย่างสง่างาม (มากๆ)––แทงกิ้วหลายๆนะครับ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม