คัมภีร์ฉางต่วนจิง ศาสตร์แห่งการยืดหยุ่นและพลิกแพลง (เจ้าหยุย เขียน อธิคม สวัสดิญาณ แปล เต๋าประยุกต์ พิมพ์ครั้งที่ 4 พ.ศ.2549) บรรพที่ 9 บทที่ 45 ว่าด้วยเรื่อง โทษทัณฑ์บำเหน็จ เริ่มต้นไว้ ดังนี้ซุนวูกล่าวว่า หากลงโทษนักรบไพร่พล โดยที่ยังไม่ได้แผ่พระคุณ สร้างความเชื่อถือไว้ใจ จะทำให้นักรบไพร่พลกระด้างกระเดื่อง ถ้าแผ่พระคุณสร้างความเชื่อถือไว้ใจแล้ว แต่ยังไม่เข้มงวดกวดขันระเบียบวินัยกองทัพเช่นนี้ จะใช้ทำศึกหาได้ไม่จึงกล่าวกันว่า หากถนอมรักนักรบไพร่พลดุจมารดาถนอมลูกอ่อน นักรบไพร่พลจะยินดีร่วมบุกน้ำลุยไฟ หากปฏิบัติต่อนักรบไพร่พลดุจบิดารักบุตรหัวแก้วหัวแหวน นักรบไพร่พลก็จะยินดีร่วมเป็นร่วมตายหากชุบเลี้ยงอย่างดี แต่ช่วงใช้ไม่ได้ ถนอมรักแต่สั่งการไม่ได้ และทำผิดวินัยแต่ลงโทษไม่ได้ก็เปรียบเหมือนบุตรหลานที่กำเริบเสิบสาน จะใช้ทำศึกหาได้ไม่คัมภีร์อู่จิง มีความตอนหนึ่ง ใช้การให้บำเหน็จเป็น “เปลือก” ใช้การลงโทษทัณฑ์เป็น “แก่น” ใช้มาตรการบุ๋นปกครอง ใช้มาตรการบู๊เรียกร้อง ออกคำสั่ง และทำให้เป็นหนึ่งเดียว ก็สามารถทำให้กำลังพลกลายเป็นกองทัพผู้พิชิตจูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) มีวินัยทหาร 7 ข้อ ห้ามพลหละหลวม หนึ่ง ห้ามเมินเฉย หนึ่ง ห้ามลักทรัพย์ หนึ่ง ห้ามไม่พร้อม หนึ่ง ห้ามถอยหลัง หนึ่ง ห้ามอลหม่าน หนึ่ง และห้ามงุนงง อีกหนึ่งถึงเวลารวมพล ไม่ไปตามนัด รัวกลองศึกแล้ว ไม่รุกคืบ หละหลวม ควรหรือไม่ควร ก็หลีกเลี่ยง แรกเริ่มอยู่ใกล้ พอรบกันแล้วอยู่ไกล เรียกชื่อไม่ขาน ไม่ใส่เสื้อเกราะ ไม่เตรียมอาวุธให้พร้อม ก็คือ กองทหารที่หละหลวม หากรับคำสั่งแล้วไม่ถ่ายทอด หรือถ่ายทอดโดยไม่ทำความเข้าใจให้ชัดเจน กระทั่งถ่ายทอดผิด ทำให้ขุนพล และนักรบไพร่พลสับสนงุนงง รัวกลองระฆังไม่ฟังให้เข้าใจ โบกธงสั่งการไม่ดูให้แน่ชัด ก็คือ กองทหารที่เมินเฉยไม่สะสมเสบียง ไม่ตระเตรียมอาวุธ ไม่แบ่งให้ยุติธรรมยักยอก ทรัพย์สินผู้อื่น แย่งศีรษะที่ทหารคนอื่นตัดได้ เพื่อเอาความชอบ ก็คือ กองทหารลักทรัพย์เครื่องแบบไม่เรียบร้อย ไม่เตรียมกลองศึกระฆังให้พร้อม ไม่ลับอาวุธ หางลูกเกาทัณฑ์ไม่มีขนนก คันเกาทัณฑ์ไม่มีสาย นักรบไพร่พลไม่ขึ้นต่อคำสั่ง ก็คือ กองทหารไม่พร้อมหากได้ยินเสียงกลองศึกรัว ไม่บุก ได้ยินเสียงตีระฆัง ไม่ถอย เห็นธงโบกลง ไม่หมอบ เห็นธงชูขึ้น ไม่ลุก หลบหน้าหลีกหลังวิ่งพล่านวุ่นวาย แสร้งช่วยเหลือผู้บาดเจ็บเลี่ยงแนวหน้า ก็คือ กองทหารถอยหลังหากทัพใหญ่เคลื่อนพล พลเดินเท้าพลม้าปะปนกัน ขวางทางเดินทัพ คนข้างหลังเดินหน้าไม่ได้ เอะอะอลหม่าน นายทหารควบคุมไม่ได้ วุ่นวายทั้งเบื้องบนและเบื้องล่าง ก็คือ กองทหารอลหม่านตั้งค่ายพักแรมแล้ว นักรบไพร่พลแยกย้ายกันไปเยี่ยมบ้าน กินดื่มไม่เป็นระเบียบ นั่งผิดที่ผิดตำแหน่ง ไม่เข้าออกค่ายและกระโจมตามประตู เอาแต่จับกลุ่มดื่มกิน คุยโวโอ้อวด นักรบไพร่พลระแวงกัน นี่คือกองทหารสับสนและ เมื่อลงโทษผู้ฝ่าฝืนอย่างเข้มงวดแล้ว ก็สามารถปกครองทหารให้อยู่ในระเบียบวินัยเพราะเหตุนี้เอง เมื่อคนบ้านเดียวกันของลิบอง (แม่ทัพใหญ่ง่อก๊ก) ลักขโมยงอบชาวบ้าน ลิบองจึงหลั่งน้ำตาจำใจตัดศีรษะ ม้าโจโฉพยศเหยียบย่ำนาข้าวราษฎรเสียหาย โจโฉจึงตัดจุกแทนศีรษะ ลงโทษตัวเองเพราะฉะนั้น โทษทัณฑ์ต้องไม่ละเว้นแม้ผู้อยู่สูงสุด (หากทำผิด) บำเหน็จต้องให้แม้ผู้อยู่ต่ำสุด (หากสร้างความชอบ)ซุนวูกล่าวว่า ฝ่ายใดสามารถปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด? ฝ่ายใดสามารถตกรางวัลและลงโทษทัณฑ์อย่างเที่ยงธรรม? พิจารณาจากสภาพดังกล่าว ข้าพเจ้าพอจะคาดเดาได้ ฝ่ายใดจักปราชัยหรืออัปราชัยในศึกสงครามถางไท่จง ฮ่องเต้ราชวงศ์ถาง ใช้หลักการคัมภีร์ฉางต่วนจิง ที่เจ้าหยุยเขียนเล่มนี้แหละครับ วางรากฐานให้ราชวงศ์ถาง ยิ่งใหญ่ยืนยงต่อเนื่องได้กว่าสามร้อยปี.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม