เผยผลประชุม GBC วันที่ 6 ส.ค. วงเลขาฯ GBC กัมพูชารับข้อเสนอของไทยหมด “บิ๊กเล็ก” ชี้รอวัดความจริงใจของกัมพูชาในวันที่ 7 ส.ค. ที่เป็นการประชุมวันสุดท้าย ย้ำมุ่งข้อตกลงหยุดยิง ไทยยังยึด MOU 43 ลั่นไม่ยกเลิก เพราะยังมีประโยชน์ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศ ลุยเชิงรุกชี้แจงประชาคมโลกด้วยหลักฐาน ฝ่ายไทยรักษาบรรยากาศการประชุม GBC ไม่ใส่ร้ายอีกฝ่าย ด้าน ศบ.ทก.แถลงสถานการณ์ชายแดนปกติ ทหารไทยวางลวดหนามชุดใหม่ที่ช่องอานม้า ทดแทนชุดเดิมที่ถูกกัมพูชาบุกมาตัดไปเรียบร้อยแล้ว แม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันไม่ถอยกำลังทหารทั้ง 11 จุดการประชุม GBC ที่ประเทศมาเลเซียระหว่างไทยและกัมพูชา อยู่ระหว่างหาข้อบรรลุเรื่องสถานการณ์ชายแดนที่กำลังเป็นปัญหากันและเป็นที่คาดหมายว่าจะได้ข้อยุติในการประชุมวันที่ 7 ส.ค. ที่เป็นการประชุมวันสุดท้าย“บิ๊กเล็ก” โฟนอินให้กำลังใจคณะเลขาฯ GBCเมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 6 ส.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น) กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย มีการหารือทวิภาคีระหว่างไทยและกัมพูชา ภายใต้กรอบการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (GBC) เป็นวันที่ 3 โดยเมื่อคืนวันที่ 5 ส.ค. คณะเลขานุการ GBC ของทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันจนถึงเวลา 00.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) แต่ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ในบางประเด็นสุดท้ายเนื่องจากฝ่ายเลขานุการ GBC ของฝ่ายกัมพูชา ไม่สามารถตกลงหรือตัดสินใจได้ในบางหัวข้อและต้องส่งกลับไปให้พนมเปญพิจารณาต่อ จึงได้นัดประชุมอีกครั้ง เวลา 08.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) วันที่ 6 ส.ค. หาข้อสรุปสำหรับประเด็นดังกล่าวขณะที่เช้าวันที่ 6 ส.ค. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม โทรศัพท์พูดคุยกับคณะเลขานุการ GBC ฝ่ายไทย ติดตามความคืบหน้าในการเจรจา ให้กำลังใจและชื่นชมในการทำงานอย่างหนักถึงวินาทีสุดท้ายของทีมไทยแลนด์ ขอให้ประสบความสำเร็จในการเจรจา เพื่อบรรลุผลและปกป้องผลประโยชน์ของไทย“ภูมิธรรม” ชี้ฟ้องกัมพูชาไม่ใช่ศาลโลกต่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.มหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกฯ กล่าวถึงข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ให้ฟ้องทั้งแพ่งและอาญากับกัมพูชาว่า จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดู เนื่องจากเป็นการก่ออาชญากรรมที่ร้ายแรง ไม่ใช่เป็นการฟ้องศาลโลกให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย รวมถึงคณะกรรมการกฤษฎีกา ดูว่าจะใช้ช่องทางใดฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากกัมพูชา“มาริษ–มิ้ง” ให้รอ สมช. เคาะฟ้องไปที่ไหนด้านนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะยื่นเรื่องไปที่ไหน ยังศึกษาอยู่แต่เราได้ยื่นฟ้ององค์กรระหว่างประเทศ ขณะที่ นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกฯ กล่าวว่า ต้องรอที่ประชุม สมช.พิจารณา โดยจะเชิญเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้ามาหารือด้วย มติ ครม. เมื่อวันที่ 5 ส.ค. คือให้ดูแลเรื่องนี้ให้ดีที่สุดถก “สมช.–ครม.ชุดเล็ก” ผลพวงเลขาฯจีบีซีต่อมานายภูมิธรรมให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงการประชุม GBC ที่ประเทศมาเลเซีย ว่า ขณะนี้ยังคุยไม่จบ วันนี้ 7 ส.ค. จะได้ข้อยุติหรือไม่ยังไม่ทราบ เวลา 16.00 น. วันที่ 6 ส.ค. มีประชุม สมช. อาจจำเป็นต้องประชุม ครม. ชุดเล็ก เพื่อนำความเห็นคณะเลขานุการที่ร่วมประชุม GBC ช่วงเช้ามาพิจารณา เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ต้องโทร.กลับไปขอความเห็นที่พนมเปญ ทำให้การประชุม GBC ไม่ราบรื่นหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า ไม่ได้อยู่ตรงนั้นจึงไม่ได้เห็นยันเข้มเป็นพิเศษหลังจับสายลับ BHQนายภูมิธรรมยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.ลำดวน ควบคุมตัวสายลับกัมพูชาที่เป็นทหารหน่วย BHQ องครักษ์พิทักษ์ฮุน เซนได้ใน จ.บุรีรัมย์ ว่า ให้ทางราชการดำเนินการไป ตอนนี้เรามีความระแวดระวังเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เพราะที่มีข่าวออกมาเยอะมันเป็นไปได้ทั้งนั้น ถึงแม้จะยังยืนยันข้อเท็จจริงไม่ได้ว่า เป็นของคนนั้นคนนี้ แต่มีลักษณะเข้ามาเป็นพิเศษได้มีมติไปแล้วเรื่องความเข้มงวด โดยเฉพาะเรื่องโดรนยกเว้นในเขตพื้นที่ที่ออกนอกเขต 7 จังหวัดชายแดน ที่เป็นพื้นที่การเกษตรก็ขอได้เป็นรายๆ ช่วงนี้ต้องเข้มงวดกันหน่อย เพราะยังไม่รู้ผลเจรจาเมื่อถามกรณีที่มีการตรวจยึดโดรนกว่า 200 ลำ ได้ที่ จ.สมุทรปราการ นายภูมิธรรมกล่าวว่า กำลังสอบสวนอยู่ ผบ.ตร.รายงานมามีการจับกุมไปเมื่อคืนวันที่ 5 ส.ค. ต้องดูข้อเท็จจริง ถ้าข้อเท็จจริงโยงไปได้เท่าไหร่ก็เท่านั้น แต่ถ้าไม่ใช่ก็จบ ขอให้ผลสอบสวนเสร็จค่อยว่ากันเงินไม่ถึง ปชช.ผวจ.ต้องทำหน้าที่นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีปัญหาศูนย์อพยพ ที่บางพื้นที่ต้องการพื้นที่คืนโดยเฉพาะพื้นที่โรงเรียน เพื่อเปิดการเรียนการสอนว่า เรื่องนี้ ผวจ.เป็นผู้ประสานงานและดูแลบังคับบัญชา ข้าราชการในจังหวัด ต้องประเมินร่วมกับทหาร หน่วยงานอื่นๆว่ามีความปลอดภัยหรือไม่ ส่วนที่มีอดีต สส.และอีกหลายคนพูดว่า เงินไม่ถึงมือประชาชนถือเป็นปัญหาของ ผวจ. บอกไปแล้วให้ทำหน้าที่ให้ดี ประชาชนทุกข์ลำบากมาก ไม่ใช่ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ต้องทำหน้าที่ให้เต็มที่ ไม่ต้องให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ขณะนี้รัฐบาลพยายามทำในหลายเรื่อง ทั้งเยียวยาและเรื่องอื่นๆ ถ้า ผวจ.อยู่ตรงนั้นแล้วไม่สามารถเป็นตัวแทนรัฐบาลในการบริหารได้ต้องพิจารณาว่าบกพร่องเรื่องอะไร อย่างที่บอก ต้องทำหน้าที่ให้ได้ ทำไม่ได้ก็ให้คนอื่นมาทำ โอเคไหมศบ.ทก.แถลงสถานการณ์ชายแดนปกติต่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 12.05 น. พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) แถลงว่า มีเรื่องที่แจ้งให้ทราบ 4 เรื่อง 1.ที่ผ่านมาสถานการณ์โดยทั่วไปอยู่ในสภาพปกติ มีการเสริมที่มั่นทางทหารบางส่วน แต่ไม่มีการเสริมกำลังทหาร สำหรับสถานการณ์บริเวณช่องอานม้าที่มีข่าวว่า ทหารกัมพูชาพยายามตัดลวดหนามที่ทหารไทยวางไว้ตามขอบเขตอธิปไตยของไทย ปัจจุบันทหารของสองฝ่ายมีการเจรจาเรียบร้อยแล้ว ไม่มีการกระทบ กระทั่งใดๆ สถานการณ์อยู่ในภาวะปกติ ฝ่ายไทยได้วางลวดหนามชุดใหม่แทนชุดเดิมที่ถูกตัดไปเรียบร้อย เรื่องที่ 2.การดำเนินการกับบุคคลที่ถูกจับกุมและเป็นคนต่างด้าว ขอยืนยันว่าตำรวจเข้มงวดตรวจตราจับกุมบุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมายต่อเนื่อง แจ้งเบาะแสรายละเอียดต่างๆให้ฝ่ายความมั่นคงรับทราบ เป็นลักษณะการแชร์ข้อมูลเพื่อเป็นการป้องกันป้องปรามในการที่จะใช้ข่าวหรือการรายงานข่าวบิดเบือน หรือที่จะมีผลด้านความมั่นคง หากตรวจสอบแล้วและฝ่ายความมั่นคงพิสูจน์ทราบแล้วไม่มีประเด็นใดๆที่น่าเป็นห่วง จะถูกผลักดันออกนอกประเทศ แต่หากตรวจพบว่าบุคคลนั้นเข้าเมืองผิดกฎหมายแล้ว กระทำที่ผิดกฎหมายในด้านอื่นๆก็จะดำเนินการตามคดีข้อกฎหมายต่างๆของไทยที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมปลดล็อกบินโดรนเกษตรหลัง 15 ส.ค.พล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวอีกว่า 3.ประเด็นการใช้โดรนที่ผ่านมามีการตรวจพบการใช้โดรนเพิ่มมากขึ้น ขอเน้นย้ำว่าไทยยังไม่อนุญาตให้มีการบินโดรนทุกชนิดทั่วประเทศจนถึงวันที่ 15 ส.ค. ตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ลงวันที่ 30 ก.ค. ที่ประชุม ศบ.ทก.พูดคุยเรื่องการผ่อนปรนสำหรับการบินโดรนเพื่อการเกษตรในบางพื้นที่ หลังวันที่ 15 ส.ค. โดยเห็นพ้องว่าเกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้โดรนเพื่อการเกษตรและมีความเดือดร้อนประเด็นสำคัญในการหารือคือ โดรนเกษตรที่จะทำการบิน ต้องผ่านการขึ้นทะเบียนผู้บังคับหรือผู้ควบคุมอากาศยานผ่านระบบ UAS Portal ของสำนักงานการบินพลเรือน และบินได้เฉพาะเวลากลางวันตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. การลงทะเบียนไม่มีค่าใช้จ่าย ภายหลังวันที่ 15 ส.ค. จะมีการออกประกาศให้ประชาชนรับทราบต่อไปฝ่ายเลขาฯ GBC ได้ข้อสรุปส่ง สมช.เคาะพล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวต่อว่า เรื่องที่ 4. ในเวทีประชุม GBC ความคืบหน้า เมื่อคืนวันที่ 5 ส.ค. คณะเลขานุการของทั้งสองฝ่ายประชุมเจรจากันถึงเวลา 00.15 น. วันที่ 6 ส.ค. เนื่องจากฝ่ายเลขานุการกัมพูชาไม่สามารตัดสินใจได้บางหัวข้อ ต้องส่งเรื่องต่างๆกลับไปให้กรุงพนมเปญพิจารณาก่อน ทำให้เกิดความล่าช้า กระทั่งเมื่อเช้าวันที่ 6 ส.ค.มีข่าวดี สองฝ่ายสามารถสรุปข้อตกลงได้ ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเตรียมเอกสารให้ประธานทั้งสองฝ่ายพิจารณาเน้นยำว่าเป็นข้อตกลงของฝ่ายเลขานุการร่วมสองฝ่าย ยังไม่ใช่ข้อตกลงสุดท้ายของการประชุมนี้ ฝ่ายไทยจะนำเรื่องที่เป็นข้อสรุป ข้อตกลงกับฝ่ายกัมพูชามาให้ประธานไปพิจารณาก่อนจะนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ช่วงบ่ายวันที่ 6 ส.ค. การประชุมนี้จะเป็นการประชุมร่วมกับคณะรัฐมนตรีวาระพิเศษด้วย เพื่อให้ความเห็นชอบต่อไปก่อนที่ประธานฝ่ายไทยจะเดินทางไปประชุม GBC วันที่ 7 ส.ค.ที่มาเลเซีย เป็นการบ่งบอกให้เห็นถึงระเบียบและกลไกต่างๆของการทำงานของเราว่าการตัดสินใจหรือตกลงใจจะต้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างไรบ้างคือ ผ่าน สมช.และ ครม.ให้ความเห็นชอบ ก่อนนำไปหารือในเวที GBC วันที่ 7 ส.ค.ให้ติดตามข้อมูลประชุมของทางการพล.ร.ต.สุรสันต์กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา รมช.กลาโหม และ ผบ.สส.ได้ติดต่อโดยตรงไปยังคณะเลขานุการ GBC ฝ่ายไทย ติดตามความคืบหน้าการเจรจา พร้อมส่งกำลังใจและชื่นชมการทำงานอย่างหนักจนถึงวินาทีสุดท้ายของทีมไทยแลนด์ ขอให้ประสบความสำเร็จในการเจรจาเพื่อบรรลุและปกป้องผลประโยชน์ของไทย เรื่องนี้ทีมโฆษก ศบ.ทก.จะเดินทางไปมาเลเซียเพื่อร่วมประชุม GBC และจะรายงานให้ประชาชนทราบต่อไป ตามที่ได้เน้นย้ำทุกๆวัน ทุกๆครั้งที่มีการแถลงข่าวคือให้ติดตามข้อมูลจากศูนย์เฉพาะกิจชายแดนไทย-กัมพูชา จะเป็นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารข้อเท็จจริงต่างๆให้กับประชาชนได้ติดตามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประชุม GBC วันที่ 7 ส.ค. จะมีการนำข้อมูลต่างๆมาอัปเดตให้ประชาชนรับทราบด้วยกต.ลุยเชิงรุกแจงชาวโลกด้วยหลักฐานด้านนางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. กองทัพบกและกระทรวงการต่างประเทศ นำเจ้าหน้าที่คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เข้าเยี่ยมเชลยศึกกัมพูชาที่อยู่ระหว่างการควบคุมตัว 18 นาย ขอย้ำว่าเป็นข้อริเริ่มของฝ่ายไทยเอง เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินการตามหลักมนุษยธรรมและหลักปฏิบัติของ ICRC อย่างครบถ้วนเคร่งครัด ขั้นตอนต่อไป ก.ต่างประเทศ จะดำเนินการเชิงรุกเพื่อประสานงานกับสำนักงานภูมิภาคในประเทศไทยและสำนักงานใหญ่ ICRC ที่นครเจนีวา อย่างใกล้ชิดต่อไป และพร้อมให้ความร่วมมือในการชี้แจงเพิ่มเติม เกี่ยวกับการดำเนินการเรื่องต่างๆของฝ่ายไทย สำหรับการจัดประชุมออนไลน์กับเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ของไทยทั่วโลก ในวันที่ 7 ส.ค. จะเน้นย้ำการดำเนินการเชิงรุกในการชี้แจงข้อเท็จจริง ที่เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์และพิสูจน์ได้ เพื่อป้องกั้นไม่ให้รัฐบาลและสื่อมวลชนต่างประเทศ ตลอดจนประชาคมโลกเข้าใจผิดจากการบิดเบือนข้อมูลเท็จของฝ่ายกัมพูชา ที่มีออกมาอย่างแพร่หลายมากจนถึงปัจจุบัน ย้ำว่าหลักการของไทยคือยุติความขัดแย้งโดยสันติวิธี กลับสู่การเจรจากับฝ่ายกัมพูชาด้วยความจริงใจและสุจริตใจไทยรักษาบรรยากาศไม่ใส่ร้ายอีกฝ่ายนางมาระตีกล่าวด้วยว่า อาจรู้สึกว่าช่วงเวลานี้การเผยแพร่ข่าวปลอมจากฝ่ายกัมพูชา และการใส่ร้ายฝ่ายไทยถึงขั้นมีการแต่งนิยาย มีความถี่เป็นพิเศษในช่วงอยู่ระหว่างการเจรจาตามกรอบ GBC ขอย้ำว่าฝ่ายไทยเชื่อมั่นในการรักษาบรรยากาศที่ดีโดยไม่ใส่ร้ายอีกฝ่าย เป็นส่วนสำคัญในการลดความตึงเครียดระหว่าง 2 ประเทศ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย ไม่ใช่ประโยชน์ของฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว บรรยากาศที่จะเอื้อต่อการประชุม GBC นั้นมีความสำคัญมาก ซึ่งจะยกระดับเป็นการหารือระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของทั้ง 2 ประเทศ จึงขอให้ทีมเจรจา ประสบความสำเร็จในภารกิจนี้“บิ๊กกุ้ง” ย้ำไม่ได้สั่งเก็บศพทหารกัมพูชาที่กองบัญชาการกองทัพบก เวลา 11.55 น. พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า ได้ไปตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พื้นที่ดังกล่าวยังคงมีกลิ่นศพทหารกัมพูชาอยู่ ได้ประสานไปยังกองทัพกัมพูชาให้จัดทีมมาเก็บศพทหารกัมพูชาที่เสียชีวิตกลับไปทำพิธีเพื่อให้เกิดความเรียบร้อย เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ามีกระแสว่ามีการสั่งให้กำลังพลนำปูนขาวไปเทป้องกันเชื้อโรค พล.ท.บุญสินกล่าวว่า เราหาวิธีดับกลิ่นเพื่อไม่ให้สภาพแวดล้อมเป็นพิษ โดยเฉพาะโรคระบาดต่างๆ เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ ไม่ได้สั่งให้ทหารไทยไปเก็บศพทหารกัมพูชา พล.ท.บุญสินกล่าวว่า เป็นเรื่องของทหารกัมพูชา เราไม่มีคำสั่งให้ไปเก็บศพทหารกัมพูชาแต่อย่างใด ให้กัมพูชาดำเนินการเองผู้บริหารกองทัพเห็นพ้องไม่ถอยกำลัง 11 จุดเมื่อถามถึงปัญหาช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ที่มีเหตุกระทบกระทั่งกันเล็กน้อยเมื่อวันที่ 5 ส.ค. เรื่องการรื้อรั้วลวดหนาม พล.ท.บุญสินกล่าวว่า เขาพยายามขึ้นมามีกระทบกระทั่งนิดหน่อย แต่ไม่พกอาวุธขึ้นมา เรายืนยันว่ามีความจำเป็น เพื่อป้องกันการวางกำลังของฝ่ายเรา ยืนยันช่องอานม้าไม่มีอะไร ทหารกัมพูชากลับลงไปแล้ว เมื่อถามว่าอนาคตอาจมีปัญหาขึ้นอีกหรือไม่ เพราะกัมพูชาเรียกร้องให้ทหารไทยออกจากช่องอานม้า แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวว่า เราไม่ถอยทั้ง 11 จุด เราทำแบบเดียวกัน คือ วางรั้วลวดหนามและนำกำลังไปวางไว้ บนภูมะเขือก็เช่นกันมีการวางกำลังเพื่อป้องกันการกระทำที่ไม่เรียบร้อยต่อแผ่นดิน ยืนยันว่าเราอยู่ในเขตประเทศไทย ไม่ได้รุกล้ำหรือยึดพื้นที่นอกประเทศ เมื่อถามว่าที่ประชุม GBC อาจได้ข้อสรุปในวันที่ 6 ส.ค. และนำเข้า สมช.เบื้องต้นเป็นอย่างไร พล.ท.บุญสินกล่าวว่า หวังว่าทิศทางจะดีขึ้น เพราะไม่อยากให้ใช้กำลังต่อกันอยู่แล้ว ต้องดูว่าจะลงตัวอย่างไร จุดยืนของกองทัพยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาระดับสูงเราเห็นพ้องต้องกันว่า จะไม่ถอยกำลัง อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้นวางรั้วลวดหนามช่องอานม้าใหม่ช่วงเย็น ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เผยแพร่สรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญของสถานการณ์ ถึงวันที่ 6 ส.ค. เวลา 14.00 น. ว่า ภาพรวมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ตรวจพบกำลังทหารกัมพูชาเข้ามาตัดลวดหีบเพลงที่ฝ่ายไทยวางไว้เพื่อเสริมความมั่นคงในพื้นที่เขตอธิปไตยของไทย บริเวณพื้นที่ตลาดช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ฝ่ายไทยแจ้งให้ยุติการกระทำดังกล่าว พร้อมให้ถอยออกจากพื้นที่ ฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิบัติตามและออกจากบริเวณดังกล่าวทันที ต่อมาเจ้าหน้าที่เข้ากางลวดหีบเพลงให้เข้าสู่สภาพเดิม ปัจจุบันยังคงมีการตรึงกำลังที่ฐานปฏิบัติการในพื้นที่เขตอธิปไตยของไทย การดูแลผู้อพยพ ส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ยังให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกในพื้นที่รวบรวมพลเรือนทั้ง 356 จุด ใน 4 จังหวัด ปัจจุบันมียอดรวม 65,604 คน ฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเข้าดูแลพื้นที่บ้านเรือนของประชาชนที่อพยพอย่างต่อเนื่อง ขอบคุณประชาชนที่ได้แจ้งข้อมูลการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ “โดรน” ในพื้นที่ ตามหมายเลข 1374 เพื่อให้หน่วยความมั่นคงดำเนินการต่อไปวงเลขาฯจีบีซีกัมพูชารับข้อเสนอหมดต่อมาที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 16.00 น. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รักษาการ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ชุดเล็ก ถึงความคืบหน้าผลการประชุมกองเลขานุการ คณะกรรมการเขตแดนทั่วไป (GBC) ว่า เบื้องต้นเรียบร้อย ข้อเสนอที่ได้มีการเสนอไป มีการเห็นชอบร่วมกัน แต่ในรายละเอียดได้ขอให้มาชี้แจงที่ประชุม สมช.ว่า ตรงกับที่ สมช.อนุมัติไปหรือไม่ เมื่อถามว่ากัมพูชายอมรับข้อเสนอที่เราเสนอไปทั้งหมดหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ใช่ เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะส่วนตัวเห็นว่ากัมพูชามีความจริงใจที่จะหยุดยิง จากการบรรลุข้อตกลงในระดับกองเลขาฯ ทั้งนี้ ตนแบ่งไว้ 3 ระดับ ระดับกองเลขาฯ ถือว่าจริงใจระดับที่ 1 ซึ่งผ่านแล้ว วันที่ 7 ส.ค. ที่จะมีการประชุม รมว.กลาโหม ทั้ง 2 ประเทศ จะวัดความจริงใจระดับที่ 2 ถ้าเป็นไปตามนี้ ไทยและกัมพูชาก็ผ่านความจริงใจไป 2 ระดับ เหลือแต่ระดับ 3 ว่าเมื่อปฏิบัติจริงเขาทำตามหรือไม่ขอดูผลการประชุมวันที่ 7 ส.ค.พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ปกติเวลาประชุมกองเลขาฯจีบีซี ฝ่ายกัมพูชามักจะรอข้อเสนอจากฝ่ายเรา และจะให้ข้อพิจารณาแลกเปลี่ยนมา ซึ่ง 3 วันที่ผ่านมาเป็นข้อสรุปที่น่าพอใจขอดูวันที่ 7 ส.ค.อีกครั้ง ยํ้ามุ่งข้อตกลงหยุดยิง เมื่อถามว่าข้อเสนอที่ยื่นไปมีเงื่อนเวลาหรือไม่ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ก็เรื่องระยะเวลา แต่ขอดูรายละเอียดก่อนว่า การประชุมวันที่ 6 ส.ค. เป็นอย่างไร ขอให้ทุกคนสบายใจได้ เรายึดถือผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก คำนึงถึงอธิปไตย อยากเน้นยํ้าว่าการประชุมจีบีซีที่มี รมว.กลาโหมทั้ง 2 ประเทศเป็นประธาน กรอบการพิจารณาส่วนใหญ่จะมุ่งไปที่ด้านความมั่นคงในเรื่องการหยุด ยังมีงานอีกหลายอย่าง ทั้งการเรียกร้องค่าเสียหายของพลเรือน หรือเรื่องต่างๆ รวมถึงกรณีเขตแดนที่เรายังไม่พูดถึง แต่จะรอให้เข้าคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC)แฉกัมพูชาบ่ายเบี่ยงคุยเรื่องเขตแดนพล.อ.ณัฐพลกล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ขั้นตอนต่างๆต้องรอบคอบ หน่วยงานต่างๆต้องพิจารณา หากประชุม GBC เรียบร้อยแล้ว การพูดคุยกับคณะกรรมการอื่นๆจะง่ายขึ้นหรือไม่น่าจะง่ายขึ้น และยังมีกลไกที่เกี่ยวข้องคือ คณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (อาร์บีซี) ที่เป็นระดับล่างลงไป ในที่ประชุมจีบีซีในเรื่องการหยุดยิง ส่วนรายละเอียดการปรับกำลัง การวางกำลัง จะให้อาร์บีซีเป็นผู้กำหนด แต่จีบีซีจะตีกรอบไว้ให้ อีกกลไกหนึ่งคือ จีบีซี ฝ่ายกัมพูชาบ่ายเบี่ยงมาตลอด เป็นการพูดคุยทวีภาคีเรื่องเขตแดน กัมพูชาไม่ยอมรับเรื่องนี้ อยากให้นำขึ้นศาลโลกเรากำลังพูดคุยกันอยู่ลั่นไม่ยกเลิก MOU 43 ยังมีประโยชน์เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ว่าการหารือในวันที่ 7 ส.ค. จะไม่จบ พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า ตอนแรกก็รู้สึกกังวล แต่เมื่อฝ่ายเลขาฯยืนยันก่อนเดินทางกลับว่าทุกอย่างเรียบร้อยก็คลายความกังวล แต่ท้ายที่สุดต้องรอฟังรายละเอียดก่อน ยํ้าว่าข้อตกลงการหยุดยิงยังเป็น 8 ข้อเหมือนเดิม แต่มีอีก 6 ประเด็นที่เป็นเรื่องอื่นๆ แต่เกี่ยวข้องกัน แต่เท่าที่ฟังเขาก็รับข้อเสนอทั้งหมด ซึ่งเมื่อช่วงบ่ายหากดูจากสื่อกัมพูชา เขาบอกว่าไม่ได้เต็มใจรับนั้น เรื่องเหล่านั้นไม่มีปัญหา เราคุยกันด้วยเอกสาร อย่าไปพูดอย่างอื่น อาจจะทำข้อมูลคลาดเคลื่อนก็ได้ ให้ยึดเอกสารหากเห็นพ้องต้องกัน ทั้งนี้ มองว่าเป็นเรื่องดีระหว่างประชุมเจรจาจะมีผู้สังเกตการณ์อย่างน้อยมีประเทศที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 เป็นพยานข้อตกลง แต่ก็ยอมรับว่ามีผลเสีย เพราะควรพูดคุยทวีภาคีมากกว่าเมื่อถามว่า หากกัมพูชาต้องการขึ้นศาลโลก ทำไมไทยจึงไม่ยกเลิก MOU 43 พล.อ.ณัฐพลกล่าวว่า MOU 43 ยังมีประโยชน์ เพราะปัจจุบันที่เรากล่าวหากัมพูชากับนานาประเทศได้ เพราะเขาผิด MOU 43 หากไม่มี MOU 43 ก็ไม่มีกติกาอ้างอิงที่จะไปกล่าวหาเขาได้ ได้แค่กล่าวหา แต่ไม่มีกรอบที่จะอ้างยึดโดรนต้องสงสัยไปตรวจสอบเพียบอีกด้าน กรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม ร่วมกับ กสทช. นำหมายค้นเข้าตรวจค้นบริษัทจำหน่าย อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ในพื้นที่ ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ตรวจยึดอุปกรณ์ต่างๆ ประกอบด้วย 1.โดรน 29 รายการ 2.กระเป๋าตรวจจับสัญญาณ 38 รายการ 3.ปืนรบกวนสัญญาณ 129 กระบอก 4.เครื่องรบกวนสัญญาณ 16 รายการ 5.รถตู้สำหรับตรวจจับและรบกวนสัญญาณ 1 คัน 6.อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอื่นๆ 50 รายการ โดยการตรวจค้นบริษัทดังกล่าว มีกรรมการผู้จัดการบริษัทเป็นผู้นำตรวจค้น มีที่มาจากการที่ กสทช.พบเบาะแสว่ามีการส่งสัญญาณก่อกวนคลื่นสัญญาณหรือแอนตี้โดรนกับอากาศยานไร้คนขับ ในหลายพื้นที่ การตรวจสอบพบบริษัทดังกล่าวอาจมีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ จึงรายงานให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ทราบก่อนที่ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับ กสทช.เข้าตรวจค้นยึดอุปกรณ์ให้ กสทช.นำไปตรวจสอบว่าเกี่ยวข้องกับการก่อกวนสัญญาณโดรนหรือไม่จีนปฏิเสธไม่เคยบริจาคโดรนให้กัมพูชาวันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์เรื่องรายงานข่าวที่อ้างว่าจีนบริจาคโดรนแก่ทางการกัมพูชา เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการในพื้นที่พรมแดน ว่า จากการตรวจสอบพบไม่เป็นความจริง ภาพที่ถูกนำมาใช้ เป็นภาพจากงานนิทรรศการองค์กรความร่วมมือนำเข้า-ส่งออกเทคโนโลยีการบินแห่งชาติจีนที่จัดในกัมพูชา เมื่อเดือน ม.ค.2567 ซึ่งไม่มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในปัจจุบัน จีนยังคงยืนยันความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ระหว่างเพื่อนบ้านไทย-กัมพูชา ด้วยวิธีของตัวเอง จีนไม่ได้มีเป้าประสงค์ที่เห็นแก่ตัวในเรื่องนี้ และสนับสนุนการทำงานของอาเซียนในเรื่องการอำนวยความสะดวก ต่อการหาทางการเมืองด้วยวิถีของอาเซียน จีนจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับไทย กัมพูชา และมาเลเซีย เพื่อมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อให้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงและฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพโดยเร็วญี่ปุ่นเผยไม่เคยมีแผนส่งโดรนให้ไทยขณะที่สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำกัมพูชา ออกแถลงการณ์เช่นเดียวกันว่า กรณีที่มีข่าวลือว่ารัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมจัดหาโดรนสำหรับการรบให้แก่ประเทศไทย ถือเป็นข้อมูลที่ผิดอย่างสิ้นเชิง ญี่ปุ่นไม่มีแผนการที่จะส่งมอบยุทโธปกรณ์ดังกล่าว ทั้งไม่ได้รับการร้องขอจากไทยแต่อย่างใด ความช่วยเหลือของญี่ปุ่นจำกัดเพียงในเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ความขัดแย้งระดับนานาชาติ และจักเป็นพระคุณอย่างยิ่งที่ทุกคนจะไม่ช่วยกันแพร่กระจายข่าวปลอม ญี่ปุ่นให้ความสำคัญสูงสุดต่อการบรรลุข้อตกลงหยุดยิงระหว่างไทย-กัมพูชา และการฟื้นฟูสันติภาพโดยเร็วที่สุด หวังอย่างยิ่งว่าประชาชนจะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สอบปากคำชายสงสัยสายลับกัมพูชาส่วนการจับกุมนายวิน ดา อายุ 36 ปี ชาวกัมพูชาที่สงสัยเป็นสายลับแอบส่งข้อมูลไปยังประเทศกัมพูชาของตำรวจ สภ.ลำดวน อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ นั้น ต่อมาเมื่อวันที่ 6 ส.ค. เจ้าหน้าที่จากกองทัพภาคที่ 2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ลำดวน และตำรวจชุดสืบสวน กก.ภ.จ.บุรีรัมย์ ร่วมกันสอบปากคำนายวินอีกครั้ง เจ้าตัวรับว่าเคยเป็นทหารหน่วย BHQ จริง แต่ลาออกมาหลายปีแล้ว มาอยู่บุรีรัมย์ได้ปีเศษ เพราะมีภรรยากับลูกวัยขวบเศษอยู่ที่นี่ โดยทำงานอยู่ในไทยมาหลายปีแล้ว ขณะที่ตำรวจพบนายวินมีการใช้ชื่อต่างๆ 4 ชื่อ และอ้างว่าเมื่อก่อนเข้าไทยมาอย่างถูกต้อง เพิ่งลักลอบเข้ามาผ่านช่องทางธรรมชาติทาง จ.สระแก้วส่วนเมียถามอะไรตอบไม่รู้อย่างเดียวขณะที่ น.ส.จอย ภรรยานายวิน ให้การปฏิเสธถึงเรื่องเครื่องแบบทหารกัมพูชาของนายวินว่า ไม่รู้เขาเอามาจากไหน เขาเป็นทหารจริงหรือไม่ ตนไม่รู้ ต้องถามเขาเอง เมื่อเจ้าหน้าที่ถามว่านายวินข้ามมาฝั่งไทยถูกกฎหมายหรือไม่ น.ส.จอยตอบเหมือนเดิมว่า ไม่รู้ และเล่าเพียงว่ารู้จักกับนายวินเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมาที่บาร์โฮส พัทยา อยู่กินด้วยกันมีลูกชายด้วยกัน 1 คน อายุ 1 ขวบเศษ เขาเคยเล่าให้ฟังว่าเคยฝึกทหารมาแค่นั้น ยอมรับว่าสามีไปๆมาๆระหว่างกัมพูชา กับเมืองไทย ล่าสุดเพิ่งกลับมาเมื่อเดือน มิ.ย. เมื่อถาม น.ส.จอยว่า นายวิน สามี และ น.ส.จอยทำงานอะไรระหว่างที่มาอยู่บุรีรัมย์ น.ส.จอยตอบว่าไม่ได้ทำอะไรตม.สุรินทร์ปิดตลาดค้นหาสายลับต่อมาช่วงเช้ามืดวันที่ 6 ส.ค. พ.ต.อ.ชัชชัย สำเนียง ผกก.ตม.กาบเชิง จ.สุรินทร์ สนธิกำลังกับ ตชด.21 นับร้อยนาย ปิดล้อมตรวจค้นบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์กว่า 10 จุด เพื่อค้นหาสายลับที่แฝงตัวอยู่ในพื้นที่และแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เพื่อสนับสนุนภารกิจของทหารและเสริมสร้างความมั่นคงชาติ พบแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาทั้งชาย-หญิงอาศัยอยู่ตามหอพัก บ้านเช่ากว่า 30 คน นำตัวมาตรวจสอบเอกสารหลักฐานการเข้าประเทศ พบมีเอกสารถูกต้องตามกฎหมายและแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการผ่อนผันตาม ม.64 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 จึงประชาสัมพันธ์ให้อยู่ในราชอาณาจักรด้วยความสงบเรียบร้อย ส่วนแรงงานที่ผิดกฎหมายหรือเอกสารไม่ครบ ได้จับกุมผลักดันกลับประเทศ ภายหลังการตรวจค้นได้เก็บรายละเอียดเบอร์โทรศัพท์ ภาพถ่าย พร้อมทั้งประวัติการแชตในโซเชียล เพื่อป้องกันสายลับทางโลกออนไลน์อีกทางหนึ่งด้วยแรงงานกัมพูชานับหมื่นยังแห่กลับบ้านที่ด่านชายแดนบ้านผักกาด และด่านชายแดนบ้านแหลม อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ตั้งแต่คืนวันที่ 5 ส.ค. ต่อเนื่องถึงวันที่ 6 ส.ค. มีแรงงานชาวกัมพูชาจำนวนมากทยอยเดินทางมาติดต่อขอกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตลาดชายแดน ร่วมกันอำนวยความสะดวก ประกอบกับมีการตรวจค้นในบางกลุ่มเพื่อความมั่นคง จากการประเมินด้วยสายตา มีจำนวนคนมากกว่าวันที่ 5 ส.ค. ถึงเท่าตัว รวม 2 ด่านคาดว่าน่าจะถึง 4 หมื่นคน โดยการเดินทางออกทางด่านชายแดนบ้านแหลมค่อนข้างหนาแน่น จึงเกิดการแออัด การจราจรบนถนนติดขัดยาวกว่า 3 กม. และต้องใช้เวลาในการระบายแรงงานกลับกว่า 3 ชั่วโมง ปัญหาส่วนหนึ่งคือการขนสัมภาระเครื่องใช้ต่างๆกลับไปด้วย จึงทำให้การเดินทางกลับเข้าประเทศเป็นไปอย่างลำบากผอ.อผศ.เยี่ยมทหารบาดเจ็บสู้รบวันเดียวกัน พล.อ.เดชนิธิศ เหลืองงามขำ ผอ.องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกและคณะ เดินทางไปเยี่ยมให้กำลังใจทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในสนามรบชายแดนไทย-กัมพูชา จำนวน 4 นาย ที่ รพ.บุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นเดินทางไปเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บที่พักรักษาตัว ที่ รพ.ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา จำนวน 29 นาย โดย ผอ.องค์การฯ ได้มอบของเยี่ยมและเงินบำรุงขวัญ พร้อมชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อย่างกล้าหาญที่ได้เสียสละเพื่อปกป้องแผ่นดินไทย นอกจากนี้ยังให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลอดีตนักรบและครอบครัวที่ไปปฏิบัติหน้าที่สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างดีที่สุดเพื่อเชิดชูเกียรติแห่งความเสียสละของนักรบผู้กล้าแจ้งใช้โดรนเกษตรรีบลงทะเบียนนายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT ได้ออกประกาศเชิญชวนเกษตรกรและผู้ใช้งานโดรนเกษตรทุกรายขึ้นทะเบียน โดยเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีโดรนเพื่อการเกษตรอย่างยั่งยืน ขอให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ขึ้นทะเบียนผู้บังคับโดรนผ่านระบบ UAS Portal ได้ทั้งเว็บไซต์ uasportal. caat.or.th และ Mobile Application “UAS Portal” รองรับทั้งระบบ iOS และ Android โดยโดรนเกษตรลงทะเบียนแล้วจะยังไม่สามารถทำการบินได้จนถึงวันที่ 15 ส.ค. หากมีการประกาศให้บินโดรนได้ตามปกติ จะสามารถเข้าสู่ระบบการขออนุญาตทำการบินได้ทันที ทั้งนี้ ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ถึงวันที่ 1 ก.ย.อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่