“บิ๊กโจ๊ก” หอบเอกสาร 4 แฟ้มเบิ้ม ยื่น ป.ป.ช.เอาผิดนายกรัฐมนตรี ปม เสนอชื่อ “บิ๊กต่อ” เป็น ผบ.ตร. อ้างไม่ยึดหลักอาวุโส-ความรู้ความสามารถ ไม่เป็นไปตามหลักกฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจ ยันไม่ได้โกรธเคืองส่วนตัว แต่เมื่อนายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมายก็ต้องทำไปตามกฎหมายไม่เช่นนั้นองค์กรจะอยู่อย่างไร ด้าน “บิ๊กต่อ” เปิดใจสื่อครั้งแรกหลังกลับมานั่งเก้าอี้แม่ทัพตำรวจ ปัดออกความเห็นมติ ก.ตร.ให้ “บิ๊กโจ๊ก” ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนกระแสข่าวลาออกก่อนเกษียณขอให้เป็นเรื่องอนาคต ยันไม่มีความขัดแย้งอะไรกับ “บิ๊กโจ๊ก”“บิ๊กโจ๊ก” หอบเอกสารยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีปมแต่งตั้ง “บิ๊กต่อ” เป็น ผบ.ตร. เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 3 ก.ค.ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ถนนนนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. เข้ายื่นหลักฐานต่อ ป.ป.ช. เป็นเอกสารแฟ้มใหญ่ 2 แฟ้มกับแฟ้มเล็กอีก 2 แฟ้ม ก่อนเผยว่า มา ป.ป.ช.วันนี้มีวัตถุประสงค์ 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นการยื่นหลักฐานเพิ่มเติมคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ของ สน.เตาปูน เป็นเจ้าของคดี นำเอกสารมายื่นทั้งหมด 4 แฟ้มแต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ คดีนี้ตนอยู่ในชั้น ป.ป.ช.ทำให้สถานะเปลี่ยนจากผู้ต้องหาเป็นผู้ถูกตรวจสอบ หาก ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วพบว่ามีความผิดก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาตามขั้นตอน แต่หากไม่พบความผิดถือว่าตนเป็นผู้บริสุทธิ์ วันนี้เอาพยานหลักฐานมาชี้แจงเพื่อหักล้างข้อกล่าวหา ส่วนคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ทราบว่า มีการยื่นฟ้องลูกน้องตน 8 นาย ไปศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบทราบว่าทางอัยการได้ตีสำนวนกลับมา สน.เตาปูน เพราะคดีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวน สน.เตาปูน ส่งสำนวนของลูกน้องตนมายัง ป.ป.ช.แล้ว วันนี้ใครทำอะไรต้องรับผลไปตามนั้น วันนี้การสอบสวนต้องชอบด้วยกฎหมาย ถ้าไม่ชอบไม่สามารถนำเข้าสู่สำนวนได้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า เรื่องต่อมาคือประเด็นการกล่าวหานายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ก่อนหน้านี้ตัวเองเคยยื่นกล่าวหาไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 22 เม.ย.67 ที่ต้องมายื่นใหม่ เพราะทราบว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้ถอนฟ้องไปแล้ว ตัดสินใจมายื่นฟ้องใหม่ในวันนี้ฐานะพยานผู้เสียหาย คือ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.ในขณะนั้น เป็นผู้อาวุโสลำดับที่ 1 หากพิจารณาตาม พ.ร.บ.ตำรวจ การพิจารณาตำแหน่ง ผบ.ตร.ต้องยึดตามหลักการสอบประเด็นคือเรื่องความอาวุโส ความรู้ประสบการณ์ด้านการสืบสวนสอบสวนและการป้องกันและปราบปราม แต่ในวันพิจารณาดังกล่าว ได้ฟังในคลิปที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อสื่อ ให้เหตุผลในการแต่งตั้ง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล เป็น ผบ.ตร.เพราะสามารถตอบสนองนโยบายรัฐบาลได้ เป็นที่ไว้วางใจของรัฐบาล สิ่งนี้ไม่ได้เป็นไปตามหลักกฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจ มองว่าถ้าเป็นแบบนี้องค์กรนี้ก็ไม่ต้องใช้ พ.ร.บ.ตำรวจฉบับนี้พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวอีกว่า ยืนยันมาร้อง ป.ป.ช.วันนี้ไม่ได้เป็นการไล่เช็กบิลแต่เป็นการรักษาระเบียบกฎหมายและปกป้องสิทธิ์ตัวเอง ไม่ได้เป็นการจัดหนักแต่การทำอะไรนั้นจะต้องคิดและดำเนินการมาแล้วอย่างรอบคอบ เมื่อถามว่าหลังจากนี้จะยื่นฟ้องนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการข้าราชการตำรวจยกคณะหรือไม่ หลังมีมติคำสั่งให้ออกจากราชการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ที่รักษาราชการแทนในขณะนั้น มีคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการไว้ก่อน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ตอบว่า กำลังพิจารณาอยู่ว่าคณะกรรมการข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรอดีตรอง ผบ.ตร.กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีที่เคยให้สัมภาษณ์จะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย ในคดีของตัวเองและคดีของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ว่า “เป็นแค่วาทกรรมหรือวลี” ยืนยันการมายื่นกล่าวหานายกรัฐมนตรี ไม่ได้โกรธเคืองส่วนตัว แต่เนื่องจากนายกรัฐมนตรีทำผิดกฎหมายก็ต้องทำไปตามกฎหมาย ไม่เช่นนั้นองค์กรจะอยู่อย่างไร วันนี้ไม่ได้บอกว่าตนเป็น ผบ.ตร.ในอนาคต อาจถูกให้ออกจากราชการเลยก็ได้ แต่องค์กรยังมีอยู่ หากไม่ทำตาม พ.ร.บ.ตำรวจฉบับนี้ก็ต้องไปแก้ พ.ร.บ.ตำรวจ ไม่ให้มีคุณสมบัติอาวุโสและความรู้ความสามารถ ส่วนการจะฟ้องใครเพิ่มเติมอีก ทั้งนายกรัฐมนตรีที่จะต้องฟ้องเพิ่มกรณีเซ็นให้ตนกลับไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเรื่องเซ็นรับรองผลการประชุม ก.ตร./คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) รวมถึงกูรู จะต้องขอตรวจสอบจากรายละเอียดให้รอบคอบก่อนเพราะมีเอกสารหลายอย่าง แต่ยืนยันว่ามีการฟ้องอย่างแน่นอนพล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม แสดงความเป็นห่วงว่าไปไล่ฟ้องคนนั้นคนนี้ไปทั่วอาจโดนไล่ยิงเหมือนสมัยก่อน ไม่ได้กังวลอะไร แค่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ตอนนี้ก็ฟ้องร้องดำเนินคดีไปแล้วหลายคนก็ไม่เห็นถูกยิงสักที มีเพียงโดนยิงรถในคดีเดิมเมื่อปี 2563 เมื่อถามว่า คดียิงรถ เปลี่ยน ผบ.ตร.มาแล้ว 4 คน แต่ยังไม่มีความคืบหน้า ยังไม่สามารถจับผู้กระทำความผิดได้ ประเด็นนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบสวน ตนรู้ดีอยู่แล้วว่าใครทำแต่พูดไม่ได้ เพราะจะไปเข้าความผิดหมิ่นประมาท เชื่อว่าตอนนี้เวรกรรมกำลังตามทันคนที่ก่อเหตุ ส่วนกรณีที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงความขัดแย้งกับตนโดยบอกว่าถ้าตายก็ยังไปเผาผีไปร่วมงานฌาปนกิจได้อยู่ มองว่าอยากจะพูดอะไรก็พูดไป ถ้าแค่พูดเสียดสีก็ไม่เป็นไรแต่ถ้าเข้าข่ายหมิ่นประมาทจะดำเนินคดี อย่างก่อนหน้านี้ก็ดำเนินคดีหมิ่นประมาทไปแล้วถึง 3 กรรม แต่อีกฝั่งก็เลื่อนนัดไต่สวนมาตลอดวันเดียวกันที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนครั้งแรกหลังกลับมาปฏิบัติหน้าที่ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง ว่า ทำงานตามปกติไม่มีอะไร ตอนนี้ก็คุยกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ และรอง ผบ.ตร.คนอื่นๆ ทราบว่าตอนที่ตนถูกส่งตัวให้ไปช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ทุกคนก็ทำงานเรียบร้อยดี ตนก็มาทำต่อตามนโยบายควิกวิน หลังจากนี้หากมีส่วนใดที่สามารถทำได้ เช่น เรื่องสวัสดิการข้าราชการตำรวจ ที่ได้เคยทำไว้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐก็ได้นำไปสานต่อและทำงานร่วมกัน มีการรายงานมาโดยตลอด ไม่ได้มีปัญหาอะไรผบ.ตร.กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องมติคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่มีมติ 12 ต่อ 0 ยืนยันว่าคำสั่งให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ออกจากราชการไว้ก่อนชอบด้วยกฎหมายแล้วนั้น เรื่องนี้ขอไม่ออกความเห็น ขอให้เป็นเรื่องของการประชุม ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าจะลาออกก่อนเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย. ยืนยันว่าเป็นเรื่องที่พูดกันไปยังไม่มีอะไร ยังทำงานเต็มที่ทำหน้าที่ให้ดีแค่นั้นเอง หมดหน้าที่ก็ไป ยังทำงานได้อย่างสบายใจ ส่วนจะเซ็นยกเลิกคำสั่งที่ให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากราชการไว้ก่อนหรือไม่นั้น อย่าไปพูดเรื่องนั้นดีกว่า ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้มีปัญหาอะไร ทุกคนทำงานร่วมกันได้เพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย เมื่อถามว่ากรณีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ยื่นคำร้องถึง ผบ.ตร.ให้เซ็นยกเลิกคำสั่งให้ออกจากราชการก่อน เรื่องนี้จะพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์บอกว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นหนังสือคำร้องฉบับดังกล่าวเมื่อถามอีกว่าตั้งใจจะพิจารณาด้วยตนเองหรือไม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ระบุว่า ยังไม่อยากให้ถามเรื่องนี้ ยืนยันว่าตนกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ไม่มีความขัดแย้งอะไรกัน เราอยู่กันแบบพี่ๆน้องๆ ขออย่าเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นดีกว่า ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหาปมบ้านพักที่ประเทศอังกฤษมีความกังวลหรือไม่ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์บอกว่า เรื่องนี้ชี้แจงไปแล้วตามกระบวนการ ไม่หนักใจ ผู้สื่อข่าวถามย้ำอีกครั้งเกี่ยวกับกระแสข่าวจะลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ไม่ได้ปฏิเสธ แต่ตอบว่าเป็นเรื่องของอนาคตดีกว่า ตนยังยืนอยู่ตรงนี้ และที่มีข่าวว่าตนป่วยหนัก ก็เห็นแล้วว่าป่วยหรือไม่อ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่