“นราธิวาส-ยะลา” อ่วมเจออุทกภัยหนักในรอบ 50 ปี หลังฝนถล่มต่อเนื่องหลายวัน ส่งให้น้ำในลำน้ำสายหลัก ทั้งแม่น้ำสายบุรี-บางนรา-โก-ลก ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้าน ตัดขาดเส้นทางสัญจร บางจุดน้ำมาเร็วชั่วข้ามคืนระดับน้ำขึ้นมิดชั้นสองของบ้าน ต้องหอบลูกหลานขึ้นไปรอความช่วยเหลืออยู่บนหลังคา ขณะเดียวกันกระแสน้ำไหลเชี่ยวกัดเซาะตอม่อสะพานรถไฟทรุด ระหว่างสถานีมะรือโบ-ตันหยงมัส อ.ระแงะ การรถไฟฯสั่งหยุดเดินรถจากสุไหงโก-ลก ทันที 2 ขบวน พร้อมปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางในเส้นทางสายใต้อีก 12 ขบวน ให้เริ่มต้นและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟยะลา จากนั้นจัดรถโดยสารรับส่งแทน ขณะที่นายกฯมอบหมาย “เกรียง กัลป์ตินันท์” ดูแลช่วยเหลือ ชาวใต้ พร้อมเฝ้าระวังน้ำป่าทะลักอีกหลายจังหวัดจากฝนที่ยังเทไม่หยุด สลดเรืออพยพเกิดพลิกสูญหาย 4 หลังจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายจังหวัด ภาคใต้ตอนล่าง ทำให้น้ำล้นตลิ่งและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนหนทางถูกตัดขาด ประชาชนได้รับความเดือดร้อนถ้วนหน้า โดยเมื่อช่วงเช้าวันที่ 25 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นราธิวาส แม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำโก-ลก มีปริมาณน้ำฝนที่ตกสะสมทำให้น้ำล้นตลิ่งและไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน โดยแม่น้ำสายบุรีมีปริมาณล้นตลิ่งสูง 3.38 เมตร แม่น้ำบางนรามีปริมาณล้นตลิ่งสูง 1.88 เมตร และแม่น้ำโก-ลก มีปริมาณล้นตลิ่งสูง 0.79 เมตร ส่งผลให้ 13 อำเภอได้แก่ แว้ง จะแนะ ระแงะ สุไหงปาดี ศรีสาคร เจาะไอร้อง ยี่งอ รือเสาะ บาเจาะ สุคิริน ตากใบ สุไหงโก-ลก และเมืองนราธิวาส มีน้ำท่วมสูง ถนนสายหลักและถนนภายในหมู่บ้าน ยานพาหนะทุกชนิดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยที่ถนนสายหลัก ตันหยงมัส-นราธิวาส ประชาชนต้องเร่งอพยพ ขณะน้ำที่ไหลท่วมเป็นน้ำป่ามีมวลน้ำมากและไหลเชี่ยว ขณะเดียวกันโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม ศึกษาทั้ง 3 เขต รวม 11 โรง ต้องปิดการเรียนการสอนทั้งนี้ ชาวบ้านบ้านตือเงาะห์ ม.1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ เปิดเผยว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมา ทำให้น้ำจากเทือกเขาในพื้นที่ไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ภายในหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านขนย้ายข้าวของ ขึ้นที่สูง แต่ปริมาณน้ำที่มาก ทำให้บางส่วนขนย้ายไม่ทัน ข้าวของเสียหายจำนวนมาก ขณะนี้ฝนยังตกต่อเนื่อง ทำให้น้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำอยู่ที่ 1-2 เมตร เส้นทางภายในหมู่บ้าน รถใหญ่ไม่สามารถสัญจรได้ บ้านบางหลังน้ำท่วมถึงหลังคาบ้าน ซึ่งปริมาณน้ำเช่นนี้ ถือว่าท่วมหนักที่สุดในรอบ 40 ปี เดือดร้อนกว่า 50 ครัวเรือน และหลายครัวเรือนอยู่ในขั้นวิกฤติ เนื่องจากมีทั้งเด็กและผู้ป่วยติดเตียงอาศัยอยู่ในพื้นที่ส่วนการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วย ฉก.ทพ.45 ได้ลุยน้ำท่วมที่กระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากและระดับน้ำสูงโดยเฉลี่ย 1 เมตร เข้าอพยพชาวบ้านที่หมู่บ้านไทย ม.3 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ เนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวอยู่ในที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จากผลพวงของคลองตันหยงมัสที่มวลน้ำไหลลงสู่แม่น้ำบางนรา ทั้งนี้ น.ส.จิดาภา อยู่ดี ชาวบ้านไทย กล่าวระหว่างเดินออกจากบ้านที่น้ำท่วมขังสูงว่า น้ำมาไวตอนแรกแค่เข่าแล้วเรายกของขึ้นไว้ที่สูงประมาณเวลา 3 ทุ่ม พอเวลา 5 ทุ่มน้ำขึ้นเรื่อยๆ ยกของหนีน้ำจนยกขึ้นไม่ไหว ต้องเปลี่ยนมาลากเอาของขึ้นถนน จนน้ำขึ้นมากๆ เลยไม่เอาอะไร ยอมทิ้งแล้วขึ้นไปอยู่บนถนนต่อมามูลนิธิกู้ภัยเซิ่งหมู่ธารน้ำใจสุไหงโก-ลก พร้อมชุดประดาน้ำได้เดินทางมาที่ อ.ระแงะ เพื่อช่วยเหลือทางการอพยพประชาชน เนื่องจากน้ำท่วมสูง และกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก โดยเข้าช่วยที่บ้านแกแม ม.9 ต.ตันหยงมัส เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยนำเรือเข้าช่วยหญิงอายุกว่า 80 ปี ติดอยู่ในบ้านพัก ซึ่งอาศัยอยู่ตามลำพัง และช่วยเหลือหญิงชราอีก 1 คน ที่อาศัยอยู่กับหลานชาย หลังรอการช่วยเหลือมาตลอดคืนที่ผ่านมา จากนั้นได้เข้าช่วยอพยพชาวบ้านที่ บริเวณหัวสะพานตันหยงมัส ซึ่งจุดดังกล่าวนี้เป็นจุดที่กระแสน้ำในคลองตันหยงมัสไหลเชี่ยวมาก ต้องอาศัยความชำนาญในการลอยไปกับกระแสน้ำและใช้เวลากว่า 20 นาที จึงช่วยเหลือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบ้าน 2 คนออกมาได้อย่างปลอดภัยต่อมา ในช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยเชิ่งหมู่ธารน้ำใจสุไหงโก-ลก นำเรือติดเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ ขับออกตระเวนให้การช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ห่างไกล ที่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึงที่ติดค้างอยู่ในบ้านพักพื้นที่บ้านบาโงตา ม.1 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ สามารถช่วยเหลือชาวบ้านออกมาได้ ส่วนใหญ่จะมา เพียงเสื้อผ้าเพียง 1 ชุด ส่วนสิ่งของสัมภาระและทรัพย์ จำเป็นต้องทิ้งจมอยู่ในน้ำ โดยมีชาวบ้านอพยพมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพชั่วคราว จำนวน 76 ครัวเรือน รวม 263 คน มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และเด็กเล็ก แต่ก็มีเรื่องสลดเมื่อเกิดเหตุเรือที่อพยพชาวบ้านที่อาศัยอยู่ ในพื้นที่บ้านสะแนะ ม.1 ต.เรียง อ.รือเสาะ อับปาง กลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก ทำให้มีผู้สูญหายไปกับกระแสน้ำ 4 คน คือ นางคอตีเยาะ เจ๊ะแล อายุ 89 ปี นางอาอีเสาะ เจ๊ะบอสู อายุ 63 ปี ด.ช.นาซูฮาร์ มายิอายุ 8 ขวบ และ ด.ช.มูฮัมหมัดนาบาส มายิ อายุ 2 ขวบ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ค้นหาบุคคลทั้ง 4 ยังไม่เจอตัว หรือร่างแต่อย่างใดที่ อ.ยี่งอ ทหารพราน กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 7 ได้ลุยน้ำที่มีระดับน้ำท่วมขังสูงประมาณ 80 ซม.และไหลเชี่ยวกราก ช่วยเหลือประชาชนที่บ้านต้นตาล ม.2 ต.จอเบาะ ส่วนที่ อ.รือเสาะ ฉก.ทพ.46 ระดมเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่บ้านท่าเรือ ม.2 ต.รือเสาะ เช่นเดียวกับที่ ต.ลำภู อำเภอเมืองนราธิวาส มีมวลน้ำไหลเข้าท่วมสูงขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้า ประชาชนต่างช่วยเหลือขนย้ายข้าวของกันเอง โดยมีทหารเรือจากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน นำเรือท้องแบนเข้ามาช่วยเหลืออีกแรง แต่การช่วยเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำแรงและไหลเชี่ยว นอกจากนี้ กระแสน้ำยังทำให้เสาไฟฟ้าแรงสูงหักโค่น เจ้าหน้าที่ต้องรีบตัดกระแสไฟและรีบซ่อมแซม อย่างไรก็ตาม เหตุอุทกภัยในครั้งนี้ สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือนของประชาชนอย่างมาก โดยชาวลำภูกล่าวว่าไม่เคยเห็นมวลน้ำมากขนาดนี้ตั้งแต่เกิดมากว่า 50 ปี ทั้งมวลน้ำและกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก นอกจากนี้ ผลพวงจากสภาวะฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ยังทำให้ขบวนรถไฟที่วิ่งต้นทางจากสถานี รถไฟสุไหงโก-ลก จรดปลายทางสถานีรถไฟต่างๆ ทั้งขาขึ้นและขาล่อง จำนวนทั้งสิ้น 14 ขบวน ต้องหยุดให้บริการเป็นการฉุกเฉิน เนื่องจากเส้นทางขาดจากกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกัดเซาะจนตอม่อของสะพานรถไฟทรุดตัวที่บ้านกำปงปาเร๊ะ ม.8 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ บริเวณตันหยงมัส-ป่าไผ่ ซึ่งในเวลาต่อมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ประกาศปิดเส้นทางเดินรถช่วงระหว่างสถานีมะรือโบ-ตันหยงมัส พร้อมแจ้งปรับเปลี่ยนสถานีต้นทางปลายทางของขบวนรถในเส้นทางสายใต้ จำนวน 12 ขบวน และงดเดินขบวนรถ 2 ขบวน ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค.เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และผู้ว่าฯ รฟท.ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนตกอย่างใกล้ชิด โดยให้ฝ่ายการช่างโยธาและนายสถานีในพื้นที่เฝ้าระวังประเมินและแก้ไขสถานการณ์อย่างเหมาะสม ตลอดจนให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้โดยสารให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ส่วนประชาชนที่ซื้อตั๋วโดยสารไว้ล่วงหน้าในเส้นทางที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม หากไม่ประสงค์เดินทางสามารถติดต่อขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มจำนวนที่สถานี รถไฟทุกแห่งทั่วประเทศ หรือสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 1690 ตลอด 24 ชั่วโมงจากที่รถไฟทุกขบวนจากสุไหงโก-ลก งดเดินรถ ส่วนผู้ที่เดินทางโดยรถด่วน รถเร็ว ขบวน สุไหงโก-ลก-กรุงเทพอภิวัฒน์ จะให้บริการต้นทาง-ปลายทางจากสถานีรถไฟยะลา และขนถ่ายผู้โดยสารด้วยรถยนต์ สำหรับขบวนท้องถิ่นจะเริ่มต้นและสิ้นสุดที่สถานีรถไฟยะลา ทำให้ตลอดวันที่ 25 ธ.ค.ที่สถานีรถไฟยะลาเต็มไปด้วยผู้คนที่เดินทางมากับรถเร็ว ขบวนสุไหงโก-ลก-กรุงเทพอภิวัฒน์ มารอเพื่อจะขึ้นรถทัวร์ไปยังจุดหมายปลายทาง หลังจากไม่สามารถเดินทางต่อทางรถไฟได้ โดยส่วนใหญ่ต่างกล่าวว่าเพิ่งเจอกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งแรก ที่จะต้องมาเปลี่ยนรถ ขณะที่นายธาดา บุญเมือง นายสถานีรถไฟยะลา แจ้งว่า เบื้องต้นได้นำรถทัวร์มาให้บริการนำประชาชนส่งยังจุดหมายปลายทางที่สุไหงโก-ลก จำนวน 6 คัน คันละ 50 คน ผู้โดยสารมีประมาณ 300 คน เพื่อไม่ให้ผู้โดยสารตกค้าง ตอนนี้รถไฟประกาศหยุดเดินรถแล้วตั้งแต่ยะลาลงไปขณะเดียวกัน หลายอำเภอใน จ.ยะลา ก็เจอสภาพน้ำท่วมหนักไม่ยิ่งหย่อน หลังมีฝนตกสองวันติดต่อกัน โดยบริเวณต่อเขตเมืองสะเตงนอกและเขตเมืองยะลา เส้นทางสายตือเบาะ สะเตงนอก ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถเล็ก จยย. ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ส่วนชุมชนย่านตลาดเก่าในเขตเทศบาล นครยะลา ที่ชุมชนวิฑูรอุทิศ ระดับน้ำจากบึงแบเมาะ เอ่อล้นไหลเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือนเป็นวงกว้าง รวมทั้ง โรงเรียนเทศบาล 5 บ้านตลาดเก่าประกาศหยุดการเรียนการสอน 2 วัน ส่วนที่ อ.ยะหา น้ำเอ่อล้นถนนหลายสายแต่ส่วนใหญ่ยังสัญจรได้ ยกเว้นเส้นทาง ละแอ และเส้นทางไป ร.ร.รัตนา ต.ยะหา ไม่สามารถสัญจรได้ ทางหลวงสาย 4077 (ยะหา-บันนังสตา) มีน้ำท่วมขังบริเวณสะพานมุนง ต.ปะแต ไม่สามารถสัญจรได้ ทางหลวงสาย 410 (ยะลา-เบตง) มีน้ำป่าไหลเอ่อท่วมถนนบางช่วง ในตลาดกรงปินัง บริเวณปั๊มน้ำมัน พีที. และบริเวณบ้านตะบิงตีงี ต.ตลิ่งชัน อ.บันนังสตา มีน้ำท่วมเส้นทางหลักระยะทางประมาณ 1 กม. ระดับน้ำในพื้นที่มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่ อ.รามัน มีน้ำเอ่อล้นทางหลวงสาย 4066 (กม.0-โกตาบารู) บางช่วง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้และมีแนวโน้มระดับน้ำสูงขึ้นต่อเนื่อง ทางหลวงสาย 4060 (รามัน-รือเสาะ) มีน้ำท่วมขังบริเวณสะพานข้ามแม่น้ำสายบุรี ไม่สามารถสัญจรได้ ทางหลวงสาย 4067 (โกตาบารู-ท่าเรือ) มีน้ำท่วมขังถนนเป็นระยะ และคอสะพานบ้านแบหอ ม.1 ต.กาลอ เขตติดต่อ ต.เรียง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ถูกน้ำกัดเซาะจนขาด ตัดการสัญจรไปโดยปริยาย นอกจากนี้ มีน้ำขังกัดเซาะถนนเสียหายและดินสไลด์ข้างทางหลายจุดใน อ.ธารโต ทำให้ไม่สะดวกในการสัญจรนอกจากนี้ มีรายงานเกิดอุทกภัยที่ อ.ควนโดน จ.สตูล น้ำท่วมหนักสุดในรอบ 10 ปี ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 3 ตำบล 13 หมู่บ้าน 1,071 ครัวเรือน โดยในเขตเทศบาล ต.ควนโดน น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนตั้งแต่เช้ามืด เจ้าหน้าที่ได้ปักธงแดงเตือนชาวบ้านขนย้ายข้าวของ โดยเฉพาะพื้นที่ ม.6 บ้านปันจอร์ ต.ย่านซื่อ ถือเป็นย่านชุมชนใหญ่ระดับน้ำไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว และน้ำจากลำคลองดุสนเริ่มไหลท่วมพื้นที่ ต.ฉลุง และ ต.บ้านควน อ.เมือง สตูล เช่นกัน ส่วนที่ จ.พัทลุง จากฝนที่ตกต่อเนื่อง ทำให้เมื่อช่วงเที่ยงวันเดียวกัน เกิดน้ำป่าสีแดงขุ่นไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัด ผ่านน้ำตกไพรวัลย์ และน้ำตกต่างๆในจังหวัด โดยเฉพาะที่น้ำตกไพรวัลย์ ต.คลองเฉลิม อ.กงหรา มีกระแสน้ำเชี่ยวกราก จังหวัดได้ประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยพื้นที่รับน้ำจากเทือกเขาบรรทัด โดยเฉพาะ อ.กงหรา อ.ป่าบอน อ.ตะโหมด และ อ.ศรีบรรพต เฝ้าระวัง ส่วนการค้นหา 2 ผู้สูญหายจากเรือนำเที่ยว สวรรค์ทัวร์ล่มในทะเล อ.คุระบุรี จ.พังงา เป็นนักท่องเที่ยวหญิงชาวอังกฤษ และแม่ครัวประจำเรือ หลัง ศรชล. ภาค 3 และหน่วยงานเกี่ยวข้องค้นหามา 3 วันต่อเนื่อง ก็ยังไม่พบร่องรอยใดๆ และเมื่อวันที่ 25 ธ.ค. นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา สั่งเปิดศูนย์บัญชาการส่วนหน้า อ.คุระบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ ท่าเทียบเรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ พร้อมขอให้ทุกหน่วยร่วมจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าประจำศูนย์บัญชาการฯ ขณะที่กองเรือภาค 3 ให้เรือ ต.995 ออกลาดตระเวนค้นหาตาม SAR Map ชั่วโมงที่ 48-72 หน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่เกาะสุรินทร์ และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ ค้นหาและหาข่าวตามเกาะต่างๆ รวมถึงขอความร่วมมือเรือประมง เรือนำเที่ยวในพื้นที่แจ้งภาพและข้อมูลบุคคลที่สูญหายต่อมาช่วงเย็นวันเดียวกัน นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯ และ รมว.คลัง ทวีตข้อความผ่าน X ระบุว่า ขอส่งความห่วงใยไปถึงพี่น้องภาคใต้ในหลายจังหวัด ขณะนี้ฝนตกต่อเนื่อง ทำให้น้ำท่วมบ้านเรือนเสียหายเป็นอย่างมากครับ ตนได้มอบหมายนายเกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ซึ่งกำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าไปติดตามดูแลและช่วยเหลือทุกคนอย่างใกล้ชิดในวันที่ 26 ธ.ค.ที่ จ.นราธิวาส และ จ.ยะลา ขณะที่ศูนย์อำนวยการน้ำส่วนหน้าภาคใต้ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งพลเรือน และเหล่าทัพเข้าช่วยเหลือ ขนย้ายสิ่งของ ซึ่งตนได้สั่งการเพิ่มเติมให้กรมอุตุนิยมวิทยาติดตามข้อมูลการเคลื่อนไหวของสภาพอากาศในช่วงนี้เป็นพิเศษ เพราะมีทั้งอากาศหนาว และพายุฝน หากพี่น้องประชาชนคนใดต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ตลอดเวลาทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่าในช่วงนี้ประเทศไทยยังมีอากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง บริเวณยอดดอย ภาคเหนือมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียสและมีน้ำค้างแข็งบางแห่ง ส่วนยอดภูภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-11 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ บริเวณจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-4 เมตร ทะเลอันดามันคลื่นสูง 2 เมตรอ่าน “คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ” ทั้งหมดที่นี่