ตำรวจกองปราบฯออกหมายเรียก “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระรุ่นใหญ่ชื่อดัง เข้าชี้แจงรายละเอียดและจุดประสงค์ กรณีการจัดสร้างเหรียญ “เหนือดวง” ของมูลนิธิหวันโชติ วัดพุทไธศวรรย์ หลังพบว่าเป็นหนึ่งในคณะกรรมการร่วมจัดสร้าง ในวันอังคารนี้จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ร่วมกันจับกุมนายอติโชติ ทังประเสริฐ หรืออดีตหลวงพ่อโชติ เจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ พระอารามหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา และ น.ส.ปุณยวีร์ รุ่งเรือง หรือสีกาเอ๋ ข้อหาร่วมกันยักยอกเงินวัดความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ก.ย. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป.เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า หลังจากได้ข้อมูลเส้นทางการเงินจากวัดพุทไธศวรรย์ พนักงานสอบสวนกองปราบฯได้ส่งเอกสารเส้นเงินทั้งหมดให้กับ ปปง.เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาความเกี่ยวข้องว่าเชื่อมโยงถึงใครบ้าง เบื้องต้น ปปง.ได้ส่งข้อมูลการตรวจสอบเส้นเงินกลับมาให้บางส่วนแล้ว ชุดทำงาน สืบสวนสอบสวน กก.1 บก.ป.อยู่ระหว่างตรวจสอบรายงานข่าวแจ้งว่า หลังจากนายอติโชติ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ถูกจับดำเนินคดี พร้อมโดนตรวจสอบพฤติกรรมต่างๆ พบว่านายอติโชติจัดตั้งมูลนิธิหวันโชติขึ้นมา โดยสถาปนาขึ้นเป็นประธานกรรมการ มีคณะกรรมการอยู่ทั้งสิ้น 6 คน พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.เรียกสอบไปแล้ว 5 คน ต่างให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ส่วนกรรมการคนสุดท้ายคือ นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระรุ่นใหญ่ชื่อดังของวงการ ทั้งนี้พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ป.ได้ออกหมายเรียกให้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมูลนิธิหวันโชติ ในวันที่ 22 ก.ย.นี้ทั้งนี้ “ป๋อง สุพรรณ” มีความใกล้ชิดกับวัดพุทไธศวรรย์มาตั้งแต่ช่วงการจัดสร้างเหรียญ “เหนือดวง” ก่อนจะถูกนายอติโชติ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ ขอให้เข้ามาเป็นคณะกรรมการ จากการตรวจสอบเส้นเงินที่ตรวจยึดและส่ง ปปง.ไปตรวจสอบ ไม่พบความเชื่อมโยงกับป๋อง สุพรรณ ส่วนมูลนิธิหวันโชติ ที่นายอติโชติจัดตั้งขึ้นขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอย่างละเอียดว่า ตั้งขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์อะไร หรือจัดตั้งไว้ใช้ในการฟอกเงิน จากการการบริจาคทำบุญหรือไม่สำหรับบรรยากาศที่วัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา พบประชาชนและชาวบ้านในพื้นที่นุ่งขาวห่มขาว เดินทางมารวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีสวดมนต์ ภายในวิหารหลวงปู่หวล อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ โดยมีนางกัลยาณี จูปราง หรือป้าอยุธยา เป็นผู้นำประชาชนที่นุ่งขาวห่มขาว ถือดอกไม้เดินเวียนรอบพระปรางค์ของวัดพุทไธศวรรย์ จำนวน 3 รอบ ก่อนนำสวดมนต์ทำวัตรเย็นภายในวิหารหลวงปู่หวล เพื่อรำลึกถึงอดีตเจ้าอาวาสขณะที่บรรยากาศภายในวัดในช่วงวันหยุด พบประชาชนเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ไหว้พระ และชมโบราณสถานจำนวนมาก มีทั้งครอบครัว กลุ่มหนุ่มสาว ที่เดินทางเข้ามาเที่ยวภายในวัด นอกจากนี้ ยังมีประชาชนบางส่วนเดินทางมาถ่ายภาพบริเวณกุฏิของ “สมีโชติ” หลังจากสถานที่ดังกล่าวเคยตกเป็นข่าว ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวภายในวัดช่วงวันหยุดคึกคักกว่าปกติ ส่วนบริเวณพื้นที่โดยรอบวัด พบว่าโครงสร้างแผ่นป้ายไวนิลขนาดใหญ่ถูกรื้อออกแล้ว เหลือเพียงร่องรอยขาเหล็กที่ถูกตัด ทำให้สามารถมองเห็นบริเวณเมรุของวัดได้ชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกัน ภายในบริเวณเมรุมีการรื้อและขนย้ายสิ่งของจำนวนมาก ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ และสิ่งของต่างๆ เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการบูรณะซ่อมแซมเมรุให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ หลังจากปิดใช้งานมานานประมาณ 6 ปี ด้านนางกัลยาณีกล่าวว่า วันนี้เดินทางมาทำกิจกรรมเพื่อไหว้และน้อมรำลึกถึงหลวงปู่หวล โดยมองว่าสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นภายในวัดได้ผ่านพ้นไปแล้ว พร้อมเชิญชวนชาวอยุธยาเดินทางมาท่องเที่ยวและทำบุญที่วัดพุทไธศวรรย์ อยากเห็นการช่วยกันฟื้นฟูชื่อเสียงของชาวอยุธยา พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาทำบุญและไหว้พระที่วัดพุทไธศวรรย์ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ของอยุธยาอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่