นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรัฐบาลครั้งใหญ่ นายคมสัน โพธิ์คง นักวิชาการอิสระด้านกฎหมาย และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ (รธน.) ปี 2550 มองผ่านแว่นของนักกฎหมายและภาคประชาชน ซึ่งเคยอยู่ในเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายครั้งของประเทศไทยหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติคดีฮั้ว สว. 229 คน ส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง 77 คน เป็น สว. 26 คน จนกระแสสังคมฝ่ายที่เห็นข้อมูลของฝ่ายตรวจสอบคดีฮั้ว สว. ตั้งข้อสังเกตถึง กกต.เสียงข้างมาก 5 คนเสี่ยงทำผิดกฎหมายหลายฉบับฝ่ายตรวจสอบที่เป็นฝ่ายค้าน นักวิชาการ ภาคประชาชน สว.สำรอง ได้พลิกตำรากฎหมายเล่นงาน กกต. อาทิ สส.หรือ สว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ เข้าชื่อยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งเรื่องให้ศาล รธน. กล่าวหา กกต.ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงรวมถึงยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คดีฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบซึ่งช่องทางนี้วางกรอบเวลาให้ ป.ป.ช.ไต่สวนข้อเท็จจริง ก่อนส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินการฟ้องต่อศาลฎีกาหรือศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ประเด็นคือทันทีที่ศาลประทับรับฟ้อง “กกต.ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา”และยังมีช่องทางเล่น ปอ. มาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และมาตรา 200 วรรค 1 เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจสืบสวนที่ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพื่อช่วยเหลือผู้กระทำความผิด หรือกลั่นแกล้งให้ผู้บริสุทธิ์ได้รับโทษยังมีช่องตามกฎหมายว่าด้วย กกต. มาตรา 69 เอาผิดกับ กกต. หรือพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือกระทำให้การเลือก สว. มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม แม้มีสถานะเทียบเท่ากับ ปอ. มาตรา 157 แต่เข้มข้นกว่าตรงที่เป็นกฎหมายเฉพาะใช้กับองค์กรจัดการเลือกตั้งโดยตรงก่อนหน้านั้นผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีเลือก สว.เป็นไปโดยไม่สุจริตและเที่ยงธรรม ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 224 วรรค 1 วงเล็บ 1 และ มาตรา 215 วรรค 1 ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องไว้เรียบร้อยแล้วท่ามกลางกลุ่มต่างๆ เคลื่อนไหวเอาผิดกับ กกต. แต่ นายคมสัน พลิกมุมมองถึงจุดจบของวิกฤตการณ์ครั้งนี้ว่า นำไปสู่การรื้อหลักเกณฑ์เกี่ยวกับที่มาของ สว. แม้ในปัจจุบัน รธน. “ไม่เอื้อให้แก้ไข มันเอื้อให้ฉีก เขียน รธน.ใหม่” ผมไม่ได้สนับสนุนให้ฉีก รธน. แต่ รธน. เอื้อให้ฉีกจริงๆขณะนี้ภาคประชาชนสรุปตรงกัน หลัง กกต.ชี้คดีฮั้ว สว.ว่า “เข้าเงื่อนไข” แล้ว นายคมสัน บอกว่า สิ่งที่เขาไม่ปรารถนา คือรัฐประหารโดยทหาร ที่เข้ามาแล้วก็หาประโยชน์ต่อจากนักการเมืองที่ถูกเอาออกไป กลายเป็นวงจรอุบาทว์แต่ต้องการเปลี่ยนแปลงหรือปฏิวัติโดยประชาชนเป็นที่ยอมรับ ส่วนจะทำโดยประชาชนหรือโดยทหารเป็นอีกเรื่อง อยู่ที่ “ถ้าคุณไม่ทำมันก็ไม่เกิดเหตุ คงไม่มีใครยอมทนให้คุณทำชั่วได้ไปตลอด โดยไม่มีใครทำอะไร”โดยก่อนจะไปถึงขั้นเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการเมือง ต้องหันกลับมาดูช่องตามกฎหมายมีอยู่ 2-3 ช่องที่เอาผิดกับ กกต. ทั้งการไปร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนว่า กกต.มีพฤติกรรมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่กรอบเวลาค่อนข้างยาวนานตามพฤติกรรมของ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน จนบางที สว. หรือ กกต.อาจพ้นวาระไปแล้วไม้สองยื่นเรื่องมาตรฐานทางจริยธรรมว่า กกต.กระทำฝ่าฝืนต่อศาล รธน. เป็นวิธีที่ดีที่สุด เร็วที่สุด ใช้ สส. 1 ใน 10 ยื่นต่อประธานสภาฯ เพื่อส่งไปยังศาล รธน.ปัญหาคือพรรคไหนส่ง ประชาธิปัตย์อยากใช้ช่องนี้ แต่มี สส.ไม่พอ เพราะต้องใช้ สส. 50 คน พรรคกล้าธรรมก็เงียบๆ เหมือนอยากร่วมรัฐบาลพรรคประชาชนก็ไม่เล่นประเด็นจริยธรรม และ กกต.ยังเปิดจะเล่น สว.สีส้ม เหมือนปรามว่าอย่าร่วมลงชื่อ ยื่นเมื่อไหร่จะฟัน สว.สีส้ม รวมถึงพรรคประชาชนรวมถึง กกต.ถูกตั้งคำถามเป็น สีน้ำเงิน โดยเงื่อนไขนี้ โอกาสที่มีผลประโยชน์ทางการเมือง ทำให้อาจทำอะไร กกต.ไม่ได้ส่วนคดีอาญาก็ต้องยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ก่อนไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ตามกระบวนการนี้น่าจะเร็วกว่าศาลอื่น แต่ขอย้ำคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรม ผ่านศาล รธน.จะเร็วที่สุด แม้มีการร่วมกลุ่มกันพยายามยื่นเอาผิด กกต.หลายช่องทาง ก็ต้องทำทุกช่อง อย่าหวังช่องทางใดเป็นช่องทางพิเศษเพราะ กกต.ไม่เป็นที่พึงปรารถนาของประชาชนปรากฏการณ์คดีฮั้ว สว. 229 คน ทำให้ศาลฎีกาเริ่มรับคดีเกี่ยวกับคุณสมบัติของ สว. สะท้อนให้เห็นอะไร นายคมสัน บอกว่า ขอมองในเชิงวิชาการศาลอาจเห็นปัญหาคดีฮั้ว สว. มันเป็นที่รู้กันโจ๋งครึ่ม จนเกิดกระแสไม่พอใจรุนแรงมากขึ้น หากกระบวนการยุติธรรมไม่ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เสี่ยงกระทบต่อศรัทธาของประชาชนกกต.เสียงข้างน้อย โดยนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา เปิดเผยให้เห็นถึง “ช้างทั้งตัว” คล้ายต่อจิ๊กซอว์ทั้งพยาน หลักฐาน ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ที่ทำเป็นขบวนการ สะเทือน กกต.เสียงข้างมากอย่างไร นายคมสัน บอกว่า สะเทือนอยู่แล้วขอย้อนให้เห็นภาพเลือก สว.ที่เป็นตัวแทนของประชาชนแค่ตามตัวอักษร เพราะระบบเลือกกันเองมีปัญหาทุกครั้ง ทั้งเลือกสมาชิกภาพที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมในอดีต แต่ตอนนี้ถูกยุบไปแล้ว หรือเลือกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญปี 49 จะไปร่าง รธน. 50 มีปัญหาฮั้ว ซื้อคะแนน รู้กันโจ๋งครึ่มแต่มันไม่ซับซ้อนเท่ากับเลือก สว. ที่ฮั้วตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัดและระดับประเทศ ถ้าจับได้ว่าฮั้วระดับอำเภอ แสดงว่าคะแนนที่เลือกคนขึ้นไปมันต้องเสียตั้งแต่ต้น เมื่อมาระดับจังหวัดแสดงว่าขาดคุณสมบัติก็ยังเลือกกันอีก จนระดับประเทศก็ขาดคุณสมบัติที่เข้าไปเลือกระบบเลือก สว. ต้องล้มเป็นโดมิโนทั้งประเทศไทยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งใช้ระบบไต่สวน เมื่อดูข้อมูลที่ กกต. เสียงข้างน้อยที่เป็นอดีตประธานแผนก คดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ชี้ช่องให้เห็น “ช้างทั้งตัว” ระบบไต่สวนจะจับช้างทั้งตัวได้อย่างไร นายคมสัน บอกว่า ตามระเบียบที่ประชุมใหญ่ว่าด้วยวิธีพิจารณาการเลือก สว. วางหลักอันหนึ่งว่า “ให้ยึดสำนวน กกต.” เป็นหลักอยู่ที่ดุลพินิจศาลฎีกาว่าสำนวน กกต. เฉพาะที่ กกต.ส่งหรือเกี่ยวข้อง เช่น กกต.เสียงข้างน้อยที่ลงมติส่งสำนวนให้ศาลฎีกา ซึ่ง กกต. เสียงข้างน้อยดูหลักฐานทั้งหมด จะถือว่าสำนวนชุด 26 และชุด 36 เป็นสำนวนของ กกต.“ตามหลักวิชาการศาล ฎีกาควรดูหลักฐานทั้งหมด ทั้งรายงานชุด 26 และชุด 36 การลงมติของ กกต. ว่ามีคะแนนเป็นอย่างไร คะแนนเสียงข้างน้อยมีเหตุผลอย่างไร แบบนี้คือสำนวนทั้งหมดอยู่ที่ดุลพินิจศาลฎีกาจะเรียกข้อมูลเหล่านั้นขึ้นมาหรือไม่ ถ้าเรียกขึ้นมา น่าจะสนุกพอสมควรสำหรับหลายๆฝ่าย รวมถึง กกต.ด้วย โดยเฉพาะน้ำหนักของอดีตประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกาที่เป็น กกต. แต่ในมุมมองของผม ระเบียบที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่ได้ปิดว่าจะเรียกสำนวนทุกชิ้น”ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาคดีฮั้ว สว. มองเชิงการเมืองเดิมพัน “ระบอบน้ำเงิน” รวมถึง กกต.เสียงข้างมากที่ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของระบอบน้ำเงิน และจะชี้ชะตาประเทศไทยด้วย นายคมสัน บอกว่า ตามหลักวิชาการถ้าศาลฎีกาไม่ตีกรอบจำกัดอำนาจของตัวเอง เลือกสำนวนทั้งหมด คนที่ร้อนๆหนาวๆคือ กกต.รัฐบาล พรรคการเมืองมันเป็นจุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจุดหนึ่งเพราะ กกต.เสียงข้างน้อยระบุถึงพฤติกรรมของกรรมการบริหารพรรคการเมือง สุดท้ายต้องกลับมาตั้งสำนวนยุบพรรคต่อ ถ้าชี้ได้ว่าบุคคลเหล่านั้นกระทำผิดกฎหมาย มีส่วนพัวพันกับการเลือก สว.ล้มเป็นโดมิโนถึงขั้นยุบพรรคล้มเป็นโดมิโนถึงรัฐบาลขณะนี้.ทีมการเมืองคลิกอ่านคอลัมน์ “วิเคราะห์การเมือง” เพิ่มเติม