“พังงา” วิกฤติจมบาดาลต่อเนื่องวันที่ 3 มวลน้ำป่าจากเทือกเขาสกไหลทะลักลงแม่น้ำตะกั่วป่า ท่วมขยายวงกว้าง 5 ตำบล รวมเขตเทศบาลเมือง บ้านเรือนเสียหายกว่า 1,000 หลัง ถนนสัญจรไม่ได้ต้องใช้เรือเข้าออก “มท.4” ลงพื้นที่สตูล ตรวจฝายดุสน-คลองฉลุง สั่งรับมืออุทกภัย 24 ชม. “พิษณุโลก” น้ำป่าท่วมถนนนครไทย-ด่านซ้าย ระยะทางหลายร้อยเมตร รถเล็กสัญจรลำบาก ขณะที่ถนนมิตรภาพช่วงสีคิ้วมุ่งหน้ากรุงเทพฯ น้ำทะลักท่วมจราจรติดขัด กรมชลฯแจ้ง 11 จังหวัดลุ่มเจ้าพระยา เพิ่มระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยา อุตุฯเตือนฉบับ 12 รับมือฝนตกหนักทั่วไทยสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ยังคงวิกฤติ เมื่อวันที่ 20 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พังงา ยังคงน่าห่วงและเข้าขั้นวิกฤติหลังเกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มวลน้ำป่ามหาศาลจากเทือกเขาสกไหลทะลักลงสู่แม่น้ำตะกั่วป่า เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่สองฝั่งแม่น้ำอย่างรวดเร็ว มวลน้ำไหลท่วมครอบคลุมพื้นที่ ต.บางไทร, ต.ตำตัว, ต.โคกเคียน, ต.บางนายสี และเขตเทศบาลเมืองตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 ระดับน้ำในบางจุดท่วมสูงกว่า 1 เมตร ถนนหลายสายถูกตัดขาดรถทุกชนิดไม่สามารถผ่านสัญจรได้ ชาวบ้านต้องเปลี่ยนมาใช้เรือในการเดินทางเข้า-ออกเพียงอย่างเดียว เบื้องต้นมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายและถูกน้ำท่วมขังแล้วกว่า 1,000 หลังคาเรือน สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักด้านการช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เขต 18 นำเรือท้องแบนลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย พร้อมนำข้าวกล่องและน้ำดื่มแจกจ่ายให้แก่ผู้ประสบภัยที่ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านเรือนได้ ขณะเดียวกัน ทางสถานีกาชาดที่ 14 พังงา เฉลิมพระเกียรติฯ จัดส่งถุงยังชีพเข้าเร่งช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงยังคงต้องเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งย้ายสิ่งของและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมจ.สตูล เกิดฝนตกหนักติดต่อกัน 2 วัน ทำให้เกิดน้ำป่าจากภูเขาไหลทะลักท่วมบ้านเรือนพื้นที่ หมู่ 3, 4, 6, 7, 8, 12, 13 และ 14 ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล ระดับน้ำท่วมสูงส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ก้อนเชื้อเห็ดกว่า 1,500 ก้อนของนางรอฮะ นีหลงสัน ชาวบ้าน หมู่ 13 ถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด นอกจากนี้ ฝายชลประทานขนาดเล็ก พื้นที่ หมู่ 4 ต.ควนโพธิ์ อ.เมืองสตูล เกิดระบายไม่ทันน้ำทะลักล้นจากฝายไหลท่วมพื้นที่ส่งผลให้น้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 10 หลังคาเรือน ขณะที่ฝนยังคงตกสลับหนักเบาไม่มีทีท่าว่าจะหยุด นายคณิต คงช่วย ผวจ.สตูล สั่งการทุกอำเภอและท้องถิ่นเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงวันเดียวกัน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ฝายดุสน อ.ควนโดน จ.สตูล เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ พร้อมรับฟังรายงานการบริหารจัดการ และประเมินแนวทางป้องกันภัยพิบัติ สั่งการให้ทุกหน่วยงานจัดกำลังพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง และให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด จากนั้นคณะได้เดินทางไปยัง ต.ฉลุง อ.เมืองสตูล เพื่อตรวจติดตามการรื้อถอนเศษขยะและสิ่งกีดขวางทางน้ำบริเวณคอสะพานคลองฉลุง เป็นสายน้ำหลักเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเลอันดามันเพื่อลดผลกระทบอุทกภัยในพื้นที่จ.พิษณุโลก ฝนที่ตกหนักติดต่อกันส่งผลให้เกิดน้ำป่าจากเทือกเขาสูงไหลหลากลงท่วมพื้นที่ ต.เนินเพิ่ม อ.นครไทย มวลน้ำไหลท่วมถนนสายหลัก นครไทย-ด่านซ้าย (ทางหลวงหมายเลข 2013) ระดับน้ำท่วมขังเต็มพื้นที่เส้นทางการจราจรทั้ง 2 ฝั่ง ส่งผลให้การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลำบาก รถยนต์ต้องชะลอตัวและสลับกันสัญจรอย่างระมัดระวัง จุดที่ได้รับผลกระทบหนักอยู่บริเวณหน้า อบต.เนินเพิ่ม ยาวไปจนถึงหน้าร้านเอเชียวัสดุ และบริเวณสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขาเนินเพิ่ม ระยะทางรวมหลายร้อยเมตร ระดับน้ำที่ไหลเชี่ยวและท่วมสูงบนผิวจราจร ทำให้รถขนาดเล็กสัญจรผ่านด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่ต้องมาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมนำกรวยยางและป้ายเตือนมาติดตั้งตลอดแนว เพื่อแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษจ.ชัยภูมิ เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องครอบคลุมเกือบทุกพื้นที่ ส่งผลให้ปริมาณน้ำตามลำน้ำสาขาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองชัยภูมิ และ อ.คอนสาร ขณะที่บริเวณยอดภูเขาและพื้นที่ติดเทือกเขาเกิดน้ำป่าไหลทะลักท่วมพื้นที่บ้านทุ่งลุยลาย ต.ทุ่งลุยลาย อ.คอนสาร ผู้นำชุมชนต้องประกาศเสียงตามสายแจ้งเตือนประชาชนให้เร่งขนย้ายข้าวของและสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูงทันที พร้อมกำชับให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดส่วน จ.นครราชสีมา ฝนตกอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ มุ่งหน้า จ.สระบุรี บริเวณช่วงหน้าด่านชั่งน้ำหนักถาวรสีคิ้ว และบริเวณตลาดลาดบัวขาว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว โดยพบว่ามีมวลน้ำไหลเอ่อล้นเข้าท่วมผิวการจราจร ส่งผลให้รถเคลื่อนตัวได้ช้าและเกิดชะลอตัวเป็นระยะทางยาว เช่นเดียวกับถนนชุมค้า บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าโลตัส ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว เกิดน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30-50 ซม. รถยนต์และรถ จยย.ต้องชะลอตัวเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆ นายสรวิศ เหล่านิล นอภ.สีคิ้ว พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธัชพล ชิณวงศ์ ผกก.สภ.สีคิ้ว นำกำลังลงพื้นที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรและช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนทันทีจ.ราชบุรี เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วมพื้นที่หมู่ 6 และหมู่ 8 ต.จอมบึง อ.จอมบึง มวลน้ำไหลท่วมบ้านเรือนพร้อมพัดพาดิน หิน และทรายเข้ามาสร้างความเสียหายอย่างหนัก ชาวบ้านระบุว่าปัญหาเกิดขึ้นซ้ำซาก ปีนี้รุนแรงกว่าทุกปี บางจุดท่วมซ้ำเป็นรอบที่ 2 แล้ว ต้องช่วยเหลือตัวเองด้วยการนำกระสอบทรายมาวางกั้นน้ำ เนื่องจากระบบระบายน้ำในพื้นที่ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้ทัน วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนนายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมชลประทาน ออกหนังสือแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา ฉบับที่ 2 ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัด 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ให้เฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฝนตกหนักทางตอนบนของประเทศ ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าภายในวันที่ 27 ก.ย.69 ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นเป็น 1,150—1,350 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ในช่วง 700—1,000 ลบ.ม./วินาที จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.60—1.50 เมตรกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือนภัย ฉบับที่ 12 รับมือฝนตกหนักถึงหนักมากทั่วประเทศไทย เนื่องจากมวลอากาศเย็นจากจีนเข้าปกคลุมภาคเหนือและอีสานตอนบน ขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักสะสมหลายพื้นที่ โดยเฉพาะภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก เตือนประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก ด้านทะเลอันดามัน ตอนบนมีคลื่นลมแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่