ตำรวจ ปอท.จับหนุ่มวัย 23 แอดมินกลุ่มไลน์ “พิทบูล GUN NEVER DIE” ซื้อขายปืนดัดแปลงทำเองคาบ้านย่านลำลูกกา ยึดของกลางทั้งปืนดัดแปลง กระสุน อุปกรณ์ผลิตพ่วงบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยา หลังสืบสวนพบเบาะแสลอบขายปืนในกลุ่มไลน์มีสมาชิกกว่าร้อยคน สารภาพในรอบ 4-5 เดือนที่ผ่านมาขายไปแล้ว 20 กระบอก สอดคล้องกับการตรวจเงินในบัญชี 4 เดือนมีเงินหมุนเวียนกว่าครึ่งล้านตำรวจ ปอท.จับแอดมินหนุ่มวัย 23 เปิดกลุ่มไลน์ขายปืนดัดแปลง เปิดเผยขึ้นเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ต.อธิป พงษ์ศิวาภัย ผบก.ปอท. พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป. ปรท.รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว รอง ผบก.ปอท. พ.ต.อ.ปัถย์ภวิศ วงษ์พินิจ ผกก.กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท. พ.ต.ท.สุรโชค กังวานวาณิชย์ สว.กลุ่มงานสนับสนุนฯ บก.ปอท.นำกำลังจับกุมนายวศิน ทองทรัพย์ทวี อายุ 23 ปี ได้ที่บ้านเลขที่ 283/3 หมู่ 4 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พร้อมของกลางประกอบด้วย ปืนดัดแปลง .380ยี่ห้อบาเร็ตต้า สีเทา พร้อมซองบรรจุ 2 กระบอก สว่านแท่นเจาะ 1 เครื่อง เครื่องช่วยเล็ง ยี่ห้อ 551 สีน้ำตาล1ชิ้น เครื่องเจียรคอตรง 1 เครื่อง กระสุน .380 จำนวน7นัด กระสุนลูกแบลงก์กัน 380 จำนวน 12 นัด หัวกระสุน 8 หัว กล่องทดสอบยิงปืนเก็บเสียง 1 ใบ บุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 12 ชิ้น สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่มสืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานสนับสนุนฯบก.ปอท.พบเบาะแส มีผู้ลักลอบเปิดกลุ่มไลน์ซื้อขายปืนชื่อ พิทบูล GUN NEVER DIE มีสมาชิก 158 บัญชี มีนายวศิน เป็นแอดมินกลุ่มโพสต์ให้ลูกค้ามาซื้อขายปืนดัดแปลงที่นายวศินทำขึ้น รวมทั้งยังขายอุปกรณ์ส่วนควบต่างๆของปืนที่ดัดแปลงมาแล้ว เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาล จังหวัดธัญบุรีออกหมายค้น ก่อนเข้าตรวจค้นและจับกุมได้พร้อมของกลางจากการสอบสวนนายวศินให้การรับสารภาพ โดยก่อนหน้านี้รับซื้อปืนมาขายต่อ จนช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา เริ่มทำปืนที่ดัดแปลงเองมาลงขายในกลุ่มกระบอกละ 16,500 บาท ขายให้ลูกค้าไปประมาณ 20 กระบอก สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบบัญชีในรอบ 4 เดือนที่ผ่านมา พบเงินหมุนเวียน 6แสนบาท แจ้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ทำ ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ มีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต, มีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย นำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปอท.ดำเนินคดี