“ต้นอ้อ-ภัทธีมา โกมลบวรกุล” พิธีกรช่องไทยพีบีเอส ตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ถูกหลอกให้โอนเงินกว่า 1 ล้านบาทหอบหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ แฉคนร้ายออกอุบายบังคับแกมข่มขู่ อ้างชื่อ พ.ต.อ.พรพรหม จักษุรักษ์ ผกก.สภ.เมืองระนอง แถมโชว์บัตรประจำตัวให้เหยื่อตายใจ พิธีกรสาวเผยระหว่างเข้าแจ้งความพบเหยื่อถูกหลอกในลักษณะเดียวกันอีก 4 คนพิธีกรสาวไทยพีบีเอสตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลฯสูญเงิน 1 ล้านบาท เปิดเผยเมื่อวันที่ 12 เม.ย. พ.ต.อ.ดวงโชติ สุวรรณจรัส ผกก.สน.ทองหล่อ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณี ต้นอ้อ-ภัทธีมา โกมลบวรกุล พิธีกรสาวรายการ “คนสู้โรค” ของไทยพีบีเอส เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ เพื่อดำเนินคดีเอาผิดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลังคนร้ายอ้างตัวเป็น ผกก.สภ.เมืองระนอง ออกอุบายให้โอนเงินเข้าบัญชีคนร้ายกว่า 1 ล้านบาท ว่า คดีนี้หลังผู้เสียหายถูกก่อเหตุ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ในช่วงหัวค่ำวันที่ 11 เม.ย. โดยรับเรื่องไว้พร้อมทำแบบรายงานตามที่ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. กำหนดและวางระเบียบเอาไว้ อีกทั้งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้เรียกผู้เสียหายเข้าให้การเพิ่มเติมพร้อมให้นำหลักฐานบางอย่างมามอบให้ หลังจากนี้จะเสนอเรื่องอายัดบัญชีที่ผู้เสียหายโอนเงินไป พร้อมประสาน ข้อมูลกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) หรือตำรวจ PCT เพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุดสำหรับคดีนี้ ต้นอ้อ-ภัทธีมา ให้การกับพนักงานสอบสวนว่า คดีนี้เริ่มจากคนร้ายใช้เบอร์โทรศัพท์ 08-2561-2805 โทร.เข้ามาหา ปลายสายระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร อ้างตนส่งพัสดุมีสิ่งของผิดกฎหมายไปต่างประเทศ ปลายสายระบุด้วยว่าตนมีคดีเกี่ยวกับยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในพื้นที่ สภ.เมืองระนอง ทำให้รู้สึกตกใจและกังวล จึงได้แต่ฟัง และให้ความร่วมมือ จากนั้นปลายสายโอนสายไปยังอีกบุคคลหนึ่ง อ้างเป็น พ.ต.อ.พรพรหม จักษุรักษ์ ผกก.สภ.เมืองระนอง โดยทำทีออกคำสั่งขอแอดไลน์เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน“จากนั้นดิฉันทำตามขั้นตอนแอดไลน์ตามที่ปลายสายระบุ ก่อนที่ปลายสายจะสอบถามข้อมูลส่วนตัว พร้อมให้บอกเลขบัญชีธนาคารเพื่อตรวจสอบเงินในบัญชี ก่อนสั่งให้โอนเงินที่มีอยู่กว่า 1 ล้านบาท ไปยังบัญชีธนาคารแห่งหนึ่ง เลขบัญชี 2006224552 ชื่อเจ้าของบัญชี น.ส.พณัตศศิตา สัตย์ซาพงษ์ จากนั้น ผู้ที่อ้างเป็น พ.ต.อ.พรพรหม จักษุรักษ์ วางสายและบล็อกไลน์ของดิฉัน ทำให้ทราบว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอก จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ระหว่างที่รอแจ้งความพบผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของขบวนการนี้นั่งรอแจ้งความอีกถึง 4 คน จึงอยากขอให้ตำรวจติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดี เพื่อไม่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับใครอีก” ต้นอ้อ-ภัทธีมากล่าวขณะที่ พ.ต.อ.พรพรหม จักษุรักษ์ ผกก.สภ.เมืองระนอง นายตำรวจที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์นำชื่อและรูปบัตรประจำตัวตำรวจไปแอบอ้าง ชี้แจงว่ารูปบัตรที่คนร้ายนำไปแอบอ้างเป็นรูปของตนจริงและตำแหน่งจริง แต่หมายเลข 13 หลักในบัตรไม่ใช่หมายเลขของตน ส่วนลายเซ็นในบัตรประจำตัวที่คนร้ายใช้แอบอ้าง เป็นลายเซ็นของ ผบช.ภ.7“ผมทราบข่าวมาระยะหนึ่งแล้ว มีผู้นำเอาชื่อโรงพักและผมไปแอบอ้าง ซึ่งผมได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว แต่ดำเนินการได้เพียงเท่านี้ เพราะเหตุเกิดในท้องที่อื่น สำหรับความคืบหน้าคงต้องไปถามทางสถานีตำรวจที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย หลังเกิดเรื่องมีสถานีตำรวจต่างๆติดต่อสอบถามข้อมูลมาเหมือนกัน” พ.ต.อ.พรพรหมกล่าวมีรายงานว่าหลังเกิดเหตุ ต้นอ้อ-ภัทธีมา โกมลบวรกุล ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเล่าเหตุการณ์ใจความสรุปว่า “ดิฉันตกเป็นเหยื่อของแก๊งมิจฉาชีพที่อ้างตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง เสียเงินไปกว่า 1 ล้านบาท คนร้ายที่อ้างตัวเป็นตำรวจแจ้งดิฉันเป็นผู้ต้องหาคดีฟอกเงินระดับประเทศ เป็นคดีอาญา ดิฉันได้ยินคำนี้ตกใจมาก เลยถามกลับไปว่าจะรู้ได้อย่างไรว่าเป็นตำรวจจริง คนร้ายเลยขู่ดิฉันว่าจะเพิ่มคดีข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าหน้าที่ ซึ่งเขาทำทุกอย่างให้ดิฉันตกอยู่ในความหวาดกลัว ก่อนบังคับดิฉันให้ข้อมูลทุกอย่างเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ หากพบมีการให้ข้อมูลไม่ครบ ดิฉันจะถูกดำเนินคดีแจ้ง ความเท็จอีกกระทงหนึ่ง ระหว่างนั้นดิฉันขอดูบัตรประจำตัวตำรวจ คนร้ายส่งรูปบัตรตำรวจมาให้ดู รวมทั้งระบุหมายเลขคดี รายละเอียดคดีและส่งรูปผู้ต้องหามาให้ดู ดิฉันจึงเชื่อเป็นเรื่องจริงดิฉันถูกสอบสวนอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง คนร้ายในคราบตำรวจบอกต้องยึดเงินไว้ เพื่อตรวจสอบกับ ป.ป.ง. โดยให้โอนเงินกว่าล้านบาทเข้าบัญชีของคนร้าย หลังโอนเงินเสร็จคนร้ายวางหูไป พร้อมลบข้อมูลที่ส่งมาให้ทั้งหมด จึงทราบว่าถูกหลอก #ให้สังคมลงโทษคนแบบนี้ #โดยเฉพาะเหตุการณ์แบบนี้ #บทเรียนครั้งยิ่งใหญ่”