ผมฟัง ผมอ่าน ผมดู อาจารย์หมอประเวศ วะสี ผ่านสื่อมานาน เห็นตัวจริงที่ลานหินโค้ง สวนโมกข์ ไชยาฯ หลังหลวงพ่อพุทธทาสดับขันธ์หนึ่งปี...วันนั้น...ได้นั่งประชุมโต๊ะตรงหน้าท่าน ผมกำลังเป็นปลื้ม...ยังกะได้ขึ้นสวรรค์นาทีนั้น สวรรค์ก็หล่นโครมใส่...อาจารย์หมอกวักมือ เรียกให้เข้าไปนั่งใกล้ มือเอื้อมมาโอบไหล่ “อ่านหนังสือมากนะ...เรา” แววตา และประโยคทักทาย...สื่อความเมตตาขอบอก! การเป็นนักข่าวนักเขียนไทยรัฐ ใช่ว่าจะเจอแต่คำชม...ผมเจอผู้ใหญ่ “เมิน” ใส่อยู่บ่อยไปอาจารย์พูดต่อ...ผมจึงรู้ ผมแค่รับผลบุญ ตอนรัฐบาลบรรหาร... อาจารย์เสนอทฤษฎี “สามเหลี่ยมเขยื้อนภูเขา” แก้ปัญหาการสังคม มีห้าคอลัมน์ใหญ่ไทยรัฐ ขานรับสนับสนุน นำไปสู่รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540ที่ยังชื่นกันไม่หาย เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดฉบับหนึ่งผมดีใจที่รู้ว่าผู้ใหญ่ให้ไมตรีจิตกับหนังสือพิมพ์ที่คนหัวสูงเขาว่า “ตลาด” จึงรับเมตตาท่านไว้เต็มหัวใจการสนทนาเดินไปถึง เรื่องคอลัมนิสต์ที่รับงานบริหารองค์กร...สองชื่อดังๆที่ผมอ้าง คนหนึ่งจบสัก ม.6 รุ่นเก่า อีกคนจบครู ปกศ.ผมเป็นนักข่าวมานาน...รู้สึกได้ว่าสองฉบับใหญ่ที่อยู่กันมา “ไม่ลงตัว”“ป๋อง” อาจารย์หมอขานชื่อเล่น ชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี “ไปติดหลักสูตรบริหารให้พวกพี่ๆเขาเรียน”ประโยคนี้ คือจุดเริ่มหลักสูตร ผู้บริหารสื่อระดับสูง (บสส.) รุ่นแรกเมื่อปี 2550 อือ! 18 มี บสส.18 รุ่น นี่ก็เป็น 18 ปีแห่งความหลังไปแล้ว เจอหน้าใครก็ดังๆกันทั้งนั้น ก็แนะนำตัวกัน ใครรุ่นพี่ ใครรุ่นน้องมีเรื่องลึกๆเล็กๆที่วันนี้อยากคุย...วันหนึ่งที่ผมนั่งในฐานะนักศึกษา...พี่มานิจ สุขสมจิตร หัวหน้าผมในโต๊ะข่าวไทยรัฐ นั่งบนเวทีเป็นประธานสถาบันอิศราอมันตกุล...ผมนึกขึ้นได้วันหนึ่งมีโทรศัพท์ จาก สสส.มาทาบทาม ขอให้รับเป็นบอร์ด ฟังได้ว่าสรุปกันมาแล้วผมลนลานตอบ...งานเขียนคอลัมน์ประจำ งานเบ๊เรื่องวุ่นๆคนในกอง บก. ไม่เลือกกลางวันกลางคืน ทั้งไม่เคยมีวันหยุดเลย นี่เป็นแค่ข้ออ้างเรื่องจริง ผมติดปมเรียนน้อย ตอนนั้นจบนิเทศรุ่น 3 จาก มสธ.แล้ว...แต่ก็แน่ใจ ไม่ใช่งานรุ่นเด็กอย่างผม...น้ำเสียงคนติดต่อเน้นไทยรัฐ ผมเสนอชื่อพี่มานิจ...นี่คือชื่อที่เหมาะสมกับงานศักดิ์สิทธิ์สำคัญนั้นผมมองพี่มานิจแล้วก็คันปาก อยากโม้ กระซิบเพื่อนข้างตัวเชื่อไหม? ผมเลือกได้ทั้งเก้าอี้ครู เก้าอี้นักเรียน แต่วันนี้ผมเลือกเป็นนักเรียนขณะโม้...ก็นึกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นได้ จากเมตตาของอาจารย์หมอประเวศ ซึ่งผมเห็นท่านเป็นองค์เทพบนฟ้า ชักใยมนุษย์ข้างล่าง...เหมือนเรื่องสงครามทรอย อะคิลิสตอนเกิดแม่นางฟ้าจับสองขาจุ่มน้ำทิพย์ ทำให้ทั้งตัวคงกระพันชาตรีล่ะกระมังความเชื่อและความผูกพันนี้เดินหน้ามาถึงวันที่ผมตามไปส่งอาจารย์หมอประเวศขึ้นรถ...ท่านปรารภ “เมียเขาออกปากห้าม อย่าไปยุ่มย่ามให้พวกการเมืองเขาขุ่นเคืองนัก...เธอว่าไง?”ผมยกมือไหว้...“ผมเรียนมาน้อย...อยากให้อาจารย์พูด เขียนต่อๆไป พวกเราจะได้ใช้เป็นแนวทาง...”นับจากวันนั้น ผมก็ฟัง ก็อ่านข้อเขียนทุกเรื่องของอาจารย์ที่เจอ...ตอนหลังได้จาก “หมอชาวบ้าน” เรื่องที่คัดลอกจะลำบากใจก็ตรงที่ว่า พื้นที่คอลัมน์มีน้อย...เกรงเนื้อหางานอาจารย์จะตกหล่นวันหนึ่งอาจารย์ส่งข้อเขียนสี่หน้ากระดาษ ผมเขียนได้หน้ากระดาษเดียว แต่ก็โล่งใจ วันต่อมา อาจารย์ให้น้องโทร.มาบอกชอบใจ ประเด็นสำคัญไม่ตกหล่นเลย...ผมก็รอดตัวไปผมมั่นใจ อาจารย์หมอประเวศ วะสี ยังไม่ลาจากพวกผมไปไหน งานใหญ่ๆ ข้อเขียนมากมายของอาจารย์ยังอยู่ ผมยังต้องขอลอกของอาจารย์ต่อๆไป โลกนี้จะมีหมอหัวใจเทวดา ที่เริ่มต้นด้วยการรักษาคน และรักษาสังคม ฯลฯ อยู่ไม่กี่คน.กิเลน ประลองเชิงคลิกอ่านคอลัมน์ “ชักธงรบ” เพิ่มเติม