เพลิงพิโรธเผาวอดชุมชนกลาง เมืองชัยนาท ย่างสด 2 ศพพ่อเฒ่าป่วยติดเตียงกับชายพิการหนีไม่ทันดับสยองคากองเพลิง เหตุเกิดช่วง ตี 3 ไฟไหม้ลามรวดเร็วทั้งชุมชนกลายเป็นทะเลเพลิงยังลามไปติดตึกแถวด้านหน้า ชาวบ้านแตกตื่นหนีตายจ้าละหวั่น เจ้าหน้าที่ระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันฉีดน้ำสกัดนานร่วม 6 ชม. จนเพลิงสงบ คาดสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจรเนื่องจากเป็นบ้านเช่าเก่าแก่ปลูกสร้างมานานกว่า 45 ปี มีบ้านถูกเผาวอด 15 หลัง ตึกแถว 6 คูหา ค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท มีผู้บาดเจ็บอีก 3 คนเหตุไฟไหม้ชุมชนย่างสดชายชราป่วยติดเตียงกับคนพิการดับสยอง 2 ศพ เปิดเผยเมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 6 ม.ค. ร.ต.ท.หญิง ณัฐธการ ปิยโชติ รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองชัยนาท รับแจ้งเหตุไฟไหม้ชุมชนภายในซอยพรหมประเสริฐ 2 หมู่ 2 ต.ชัยนาท ฝั่งตรงข้ามเยื้องกับศาลากลางจังหวัดชัยนาท รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ นำกำลังตำรวจประสานรถดับเพลิงเทศบาลเมืองชัยนาท เจ้าหน้าที่ ปภ.จังหวัดชัยนาท และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูไประงับเหตุที่เกิดเหตุเป็นชุมชนแออัดมีบ้านเช่าครึ่งปูนครึ่งไม้ปลูกติดกันหลายหลังมีเพลิงลุกโหมกระหน่ำอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำงานด้วยความยากลำบากเนื่องจากเป็นซอยแคบ สภาพอากาศแห้ง ประกอบกับบ้านไม้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีทำให้ไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นทะเลเพลิงแดงฉานควันดำทะมึนพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า ท่ามกลางความแตกตื่นตกใจของชาวบ้านในชุมชนและละแวกใกล้เคียงพากันหอบลูกหลานขนข้าวของทรัพย์สินมีค่าออกจากบ้านกันโกลาหล บางคนตกใจขวัญเสียวิ่งหนีตายออกจากบ้านมามีเพียงเสื้อผ้าติดตัว เจ้าหน้าที่ ระดมฉีดน้ำสกัดอย่างเต็มที่แต่ไฟยังลามออกมายังตึกแถว 3 ชั้นที่อยู่ด้านหน้าเป็นร้านจำหน่ายอุปกรณ์การเรียน เครื่องเขียน และของใช้ในพิธีต่างๆ ภายในอาคารมีทั้งโฟม พลาสติก กระดาษ ทำให้ไฟลุกลามอย่างต่อเนื่อง ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงจึงควบคุมเพลิงไว้ได้ในวงจำกัด แต่ยังไม่ดับสนิท ต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงไว้ตลอดเวลาสอบสวนทราบว่าต้นเพลิงเกิดจากบ้านเช่าเลขที่ 51/3 ภายในชุมชน เป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ปลูกติดกัน 4 ห้อง เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นภายในห้องแรก ก่อนจะลุกลามอย่างรวดเร็วไปทั้งชุมชนและตึกแถวด้านหน้า เบื้องต้นคาดสาเหตุจากไฟฟ้าลัดวงจร มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3 คน มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท ต้องรอให้เพลิงสงบก่อนแล้วจะประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งนายจิรวุฒิ ชัยกูล อายุ 45 ปี เจ้าของร้านเครื่องเขียนเผยว่า ขณะเกิดเหตุไม่มีใครอยู่ในตึก มีเจ้าหน้าที่โทร.ตามรีบมาที่เกิดเหตุทันที พอมาถึงพบว่าไฟที่ไหม้ในชุมชนด้านหลังลามมาที่ตึกลุกไหม้ภายในอาคารไปเรื่อยๆ จนครบทุกชั้น ยังโชคดีที่ไม่มีใคร อยู่ที่ร้านเพราะปกติจะมีคนนอนเฝ้าบ้างในบางวันต่อมาในช่วงเช้า หลังจากระดมรถดับเพลิงกว่า 20 คันสับเปลี่ยนกันฉีดน้ำหล่อเลี้ยงอยู่นานร่วม 6 ชม. กระทั่งเพลิงดับสนิท พ.ต.อ.ชูชาติ โสภา ผกก. (สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน ภ.จ.ชัยนาท พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียชีวิต 2 ศพ ถูกไฟคลอกร่างดำเป็นตอตะโกอยู่ท่ามกลางกองเศษซากปรักหักพังของบ้านเรือนในชุมชนที่ถูกไฟไหม้ ทราบชื่อนายปราโมทย์ ประ โยชน์สุข อายุ 81 ปี ชายชราป่วยติดเตียง และนายพยุง สงวนกิจ อายุ 70 ปี ขาพิการ แต่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ ทั้งคู่พักอยู่ภายในบ้านเช่าหลังเดียวกันห่างจากห้องต้นเพลิง 4 ห้อง คาดว่าขณะเกิดไฟไหม้หนีออกมาไม่ได้ทำให้ถูกไฟคลอกเสียชีวิต นำศพส่งชันสูตรที่ รพ.ชัยนาทนเรนทร ขณะที่เจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยชัยนาทลงพื้นที่เตรียมเยียวยาให้ผู้ประสบภัยพ.ต.อ.ชูชาติเผยว่า สาเหตุเพลิงไหม้คาดว่ามาจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากบ้านเช่าในชุมชนเป็นบ้านเก่าแก่ ปลูกสร้างมานานกว่า 45 ปี อาจมีระบบไฟฟ้าหรือสายไฟชำรุดสึกหรอจนเกิดประกายไฟไหม้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากบ้านแต่ละหลังปลูกติดๆกัน มีบ้านที่ถูกไฟไหม้วอด 15 หลัง อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น 6 คูหา มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ และได้รับบาดเจ็บ 3 คน ด้านเจ้าของห้องเช่าเผยว่า บ้านเช่าในชุมชนปลูกสร้างมากว่า 45 ปี ตอนตี 3 ได้ยินเสียงไม้ลั่นมีควันไฟพวยพุ่งรีบวิ่งพาลูกหนีออกมาเพราะบ้านอยู่ติดกับต้นเพลิง แต่บ้านตนเสียหายแค่ช่วงหลังคาเท่านั้น คาดว่าต้นเพลิงมาจากร้านขายที่นอน ขายเสื่อ ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเกิดไฟไหม้ครั้งแรกในละแวกนี้ที่มูลนิธิชัยนาทการกุศล (โรงเรียน) เปิดเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย ช่วงบ่ายวันเดียวกัน นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผวจ.ชัยนาท รับมอบเงินกว่า 600,000 บาท จากหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และร้านค้าที่ร่วมกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ 29 ราย จากเหตุเพลิงไหม้ชุมชนซอยพรหมประเสริฐ 2 นอกจากนี้ ยังมีข้าวสารอาหารแห้ง ที่นอนหมอนมุ้ง มอบให้คนที่ถูกไฟไหม้บ้านเป็นที่อยู่หลับนอนชั่วคราวก่อนจะหาที่อยู่ใหม่ได้อย่างไม่มีกำหนด มีนายเจษฎา สี่พี่น้อง เป็นผู้จัดการดูแลสถานที่และคอยอำนวยความสะดวกต่อมาในช่วงเย็น นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอัคคีภัย กล่าวแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในนามผู้แทนรัฐบาลมีการจัดตั้งกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มอบเงินเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยที่บ้านเรือนเสียหายทั้งหลัง หลังละ 230,000 บาท ค่าจัดการศพ รายละ 50,000 บาท และค่าอุปการะเลี้ยงดู 30,000 บาท และเงินทุนเลี้ยงชีพแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มีบุตรอายุไม่เกิน 25 ปี อีกครอบครัวละ 50,000 บาท นอกจากนี้ทางจังหวัดยังมอบเงินสนับสนุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย 12 ครัวเรือน เป็นเงินทั้งสิ้น 501,500 บาท สโมสรฟุตบอลชัยนาทฮอร์นบิล มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 3,000 บาท และนายอนุสรณ์ นาคาศัย นายก อบจ.ชัยนาท มอบเงินช่วยเหลือครอบครัวละ 3,000 บาท จากนั้นนายอนุชา พร้อมคณะเดินทางไปยังศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอัคคีภัย เยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยและครอบครัวผู้เสียชีวิต ให้มีความเข้มแข็ง ทุกฝ่ายจะร่วมฝ่าฟันอุปสรรคไปด้วยกัน พร้อมย้ำว่าคนชัยนาทไม่ทิ้งกันแน่นอน