ข้าวฮาง...ข้าวสารแปรรูปผลิตตามภูมิปัญญาของชาวอีสาน โดยนำข้าวเปลือกแช่น้ำ เพื่อกระตุ้นให้สารอาหารจากเปลือกข้าวซึมเข้าไปในเมล็ดข้าว จากนั้นนำมานึ่ง แล้วตากให้แห้งก่อนสีแบบกะเทาะเปลือก กลายเป็นข้าวที่อุดมไปด้วยสารกาบา ช่วยเสริมสร้างความจำ และมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.สกลนคร ได้สืบสานภูมิปัญญาการทำข้าวฮาง และแปรรูปเพิ่มมูลค่าโดยจัดอบรมให้ความรู้กับเกษตรกรมาอย่างต่อเนื่อง กระทั่งย่างก้าวเข้าสู่ปีที่ 40 ส่งผลให้ข้าวฮางกลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง จนกลายเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งภายในและต่างประเทศ การผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด “เดิมทำนาขายข้าวเปลือก ราคาก็ได้ตามที่โรงสีจะรับซื้อ ปี 2551 จึงเข้าอบรมการทำข้าวฮางกับศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน เพราะต้องการให้เป็นตัวเลือก อีกทางในการเพิ่มรายได้ จากนั้นมาทดลองทำ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดี แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ศูนย์ฯ จึงแนะนำให้รวมกลุ่มกันผลิตและ ขาย เราจึงรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอกบ้านนาเลา พร้อมกับนำองค์ความรู้ไปสอนให้ชาวบ้านในพื้นที่ จนชาวบ้านมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องตลาด แม้จะช่วงข้าวราคาตก ชาวบ้านที่นี่ก็ไม่เดือดร้อน”นางดวงตา ดากาวงศ์ เกษตรกรบ้านนาเลา ต.บึงทวาย อ.เต่างอย จ.สกลนคร สมาชิกวิสาหกิจชุมชนข้าวฮางงอก บ้านนาเลา เล่าถึงที่มาของการนำองค์ความรู้การผลิตข้าวฮางมาต่อยอด ด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกับดวงตาที่ปริ่มไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้ง ที่ได้รับความรู้จากศูนย์ฯ ซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้น โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ทำหน้าที่ประสานการดำเนินงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้การสนับสนุนงบประมาณ และติดตามการดำเนินงาน นางดวงตาเล่าว่า หลังจากรวมตัวกันผลิตและขายในนามวิสาหกิจชุมชน ควบคู่ไปกับการนำองค์ความรู้มาสอนชาวบ้าน รับซื้อข้าวเปลือกจากสมาชิกในราคาที่เป็นธรรม นำมาผลิตข้าวฮาง แรงงานบางส่วนจ้างชาวบ้านที่ว่างงานมาช่วยผลิต ชาวนาไม่ต้องกังวลจะถูกกดราคา ส่วนคนทำข้าวฮางจากเดิมขายเป็นข้าวเปลือกได้แค่ กก.ละ 20 บาท ได้เพิ่มเป็น กก.ละ 80 บาท ทำให้มีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีความมั่นคงจนสามารถส่งลูกเรียนจบปริญญาตรีได้ ถ้าเป็นสมัยก่อนที่ยังไม่เข้าอบรมคงไม่มีทางสำหรับขั้นตอนการผลิตข้าวฮางงอก เกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จอธิบาย...เริ่มจากทำความสะอาดและคัดแยกเมล็ดที่ไม่สมบูรณ์ ข้าวเปลือกที่นำมาแปรรูปเป็นข้าวฮางงอกต้องเป็นเมล็ดข้าวพันธุ์ที่สมบูรณ์ เพื่อให้ได้คุณภาพของข้าวฮางงอกที่เพาะงอกได้ทุกเมล็ด จากนั้นนำข้าวไปแช่น้ำทิ้งไว้ 48 ชม. เพื่อให้น้ำซึมเข้าไปในเมล็ดข้าว ทำให้ข้าวเกิดปฏิกิริยาเปลี่ยนแปลงโมเลกุลจากแป้งกลายเป็นโปรตีน ลดปริมาณน้ำตาล และให้เกิดกรดอะมิโนและเปปไทด์ หมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 6 ชม. เพื่อไม่ให้มีกลิ่นเหม็น จากนั้นนำข้าวเปลือกมาล้างน้ำให้สะอาด คัดแยกสิ่งปลอมปน และเมล็ดข้าวที่ไม่สมบูรณ์ออกให้หมดอีกครั้ง จากนั้นนำข้าวมาบ่ม ขั้นตอนนี้ต้องทำตอนกลางวัน เพราะต้องใช้อุณหภูมิ 35-45 องศา C ใช้เวลาบ่ม 16-18 ชม. เพื่อให้เกิดจมูกข้าวงอก แต่ต้องระวัง อย่าให้งอกยาวเกิน 0.5 มม. เพื่อให้ได้สารกาบา วิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จากนั้นนำมานึ่งด้วยหวด เหมือนการนึ่งข้าวเหนียวทั่วไป 40 นาที เพื่อหยุดการเจริญเติบโตของเมล็ดข้าว และฆ่าไข่ของตัวมอดที่ฝังในเมล็ดข้าว แล้วนำมาผึ่งแดด 1 วัน เพื่อให้ข้าวคลายความชื้น แต่ไม่ควรตากให้แห้งมาก เพราะเมื่อนำไปใส่เครื่องกะเทาะเปลือก จะทำให้จมูกข้าวและเมล็ดข้าวหักได้เมื่อผ่านเครื่องกะเทาะเปลือกข้าว นำไปอบในโรงอบ พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อลดความชื้นอีกครั้งหนึ่งในอุณหภูมิประมาณ 60 องศา C ใช้เวลา 6-8 ชั่วโมง แล้วคัดแยก สิ่งเจือปน และความสมบูรณ์ของเมล็ดอีกครั้ง ก่อนบรรจุถุงละ 1 กก. จากนั้นนำไปเข้า เครื่องอัดสุญญากาศ. กรวัฒน์ วีนิล