ขนมกุยช่าย อาหารว่างหรืออาหารทานเล่นที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานขนมกุยช่าย มีใบกุยช่ายที่มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์และเป็นพระเอก นำมาผัดกับเครื่องปรุงให้มีรสชาติ นำมาห่อด้วยแป้งให้ได้รูป แล้วนำมานึ่งให้แป้งสุกก็สามารถทานพร้อมน้ำจิ้มแสนอร่อยได้ทันทีหรือในรายที่ไม่อยากได้กลิ่นของกุยช่ายมากนักก็นำมาทอดให้เกรียมๆ กรอบนอกนุ่มใน แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนอย่างที่บอก ขนมกุยช่ายใช้ใบกุยช่ายที่ปลูกในดินเป็นหลัก จึงอาจมีเชื้อก่อโรคที่ปะปนอยู่ในดิน เช่น อี.โคไล ปนเปื้อนอยู่ในกุยช่ายด้วยได้อี.โคไล เป็นเชื้อประจำถิ่นที่พบได้ในลำไส้ของคนและสัตว์เลือดอุ่นทั่วไป มักตรวจพบในอุจจาระของคนและสัตว์ปริมาณมากหากผู้ขายนำใบกุยช่ายมาปรุงอาหาร โดยไม่ล้างทำความสะอาดให้ดีเพียงพอ หรือไม่ล้างมือก่อนหยิบจับกุยช่ายหลังนึ่งหรือทอดสุกแล้ว โอกาสที่ผู้บริโภคอย่างเราจะเกิดการเจ็บป่วยจากโรคอุจจาระร่วงก็มีสูงตามไปด้วยวันนี้สถาบันอาหารได้ทำการสุ่มตัวอย่างขนมกุยช่ายจำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้า เพื่อนำมาตรวจวิเคราะห์การปนเปื้อนของ เชื้อ อี.โคไลผลการวิเคราะห์พบว่า มีกุยช่าย 4 ตัวอย่าง ที่พบ เชื้อ อี.โคไล ปนเปื้อน และปนเปื้อนในปริมาณที่เกินเกณฑ์คุณภาพทางจุลชีววิทยาของอาหารและภาชนะสัมผัสอาหาร (ฉบับที่ 2) ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ที่กำหนดให้พบ อี.โคไล ปนเปื้อนในอาหารปรุงสุกทั่วไปได้ไม่เกิน 3 MPN/กรัมวิธีป้องกันอันตรายจาก เชื้อ อี.โคไล ง่ายๆ คือ ต้องช่างสังเกตว่า คนขายและร้านค้าที่จะซื้ออาหารนั้น รักษาสุขลักษณะและความสะอาดดีเพียงพอหรือไม่ถ้าไม่ก็ไม่ควรซื้อทาน ที่สำคัญควรอุ่นอาหารให้ร้อนหรือปรุงให้สุกก่อนทาน และทานขณะร้อนทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัย สบายท้อง.