ซอกแซกสัปดาห์นี้ขอขอบพระคุณพี่น้อง ชาวจังหวัดอุบลราชธานีทุกหมู่เหล่าที่ร่วมแรงร่วมใจกันจัดงาน “แห่เทียนพรรษา 2569” อันแสดงถึงความศรัทธาเลื่อมใสในบวรพุทธศาสนา งานนี้จัดได้อย่างยิ่งใหญ่อลังการและสุดประทับใจอย่างยิ่งอีกปีหนึ่งหัวหน้าทีมซอกแซกนั่งดูการถ่ายทอดสด ผ่านสื่อออนไลน์ต่างๆเกือบตลอดทั้งวัน อาสาฬห บูชา (29 ก.ค.) และในช่วงค่ำคืน วันเข้าพรรษา (30 ก.ค.) ด้วยความปลาบปลื้มอย่างยิ่งบังเกิดความภาคภูมิใจในความเป็น “ชนชาติไทย” ที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามต่างๆในหลากหลายภูมิภาคจนเป็นที่โจษขานและชื่นชมของผู้คนในหลายๆมุมโลกที่พากันเดินทางมาท่องเที่ยวชมงานของเรามากขึ้นและมากขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะในปี 2 ปีที่ผ่านมาในขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. ก็เข้ามาร่วมสนับสนุนการจัดงานด้วยอย่างเต็มตัว ยกระดับงานสู่ “Signature Thailand Event” โดยการเติมสีสันด้วยประติมากรรม “น้องมะม่วงชุดไทย” และร่วมกับ ทางจังหวัดเพิ่มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวด้วยการจัดแสดงแสง สี เสียง และการประดับตกแต่งพื้นที่เพื่อต่อยอดศักยภาพของงานประเพณีท้องถิ่นสู่เทศกาลท่องเที่ยวในระดับสากลในโอกาสต่อๆไปทีมงานซอกแซกซึ่งติดตามการจัดเตรียมงานมาตั้งแต่เริ่มต้น อดมิได้ที่จะต้องเอ่ยแสดงความชื่นชมอย่างจริงใจที่ได้เห็นการทุ่มเทตระเตรียมงานอย่างจริงจังของพี่น้องชาวอุบล จะเรียกว่าเกือบทั้งจังหวัดก็คงจะได้ตั้งแต่การจัดเตรียม “เทียนพรรษา” แกะสลักลวดลายบ้าง หล่อเป็นแท่งเป็นรูปลักษณ์ต่างๆทั้งเทวดา มนุษย์ และสัตว์โบราณที่กล่าวถึงในชาดกบ้าง...ใช้เวลาเป็นแรมเดือนในบริเวณวัด หรือบริเวณศูนย์รวมของหมู่บ้านเพื่อดำเนินการในสิ่งต่างๆเหล่านี้ในขณะที่ฝ่ายเตรียมการร่ายรำก็จะฝึกซ้อมขบวนรำเป็นแรมเดือนเช่นกัน...ในบริเวณโรงเรียนบ้าง มหาวิทยาลัยบ้าง หรือลานหน้า อำเภอบ้าง...แต่งชุดนักเรียนก็มี...นุ่งโจงกระเบนสีแดงก็มี เพื่อฝึกขบวนท่าการร่ายรำของนางรำ ...ซึ่งมีตั้งแต่เด็กอนุบาลไปจนถึงนักเรียนมัธยมต้น มัธยมปลาย และนิสิตนักศึกษาจนเกิดคลิป “ไวรัล” เรื่องราวของครูฝึกรำท่านหนึ่งที่เป็นต้นกำเนิดของ “วลี” ดังใน โซเชียล วลีหนึ่งว่า “ไม่เป๊ะแม่วรางไม่ปล่อย”...จนทำให้ชื่อของ “แม่วราง” หรือ “ครูวราง” กลับมาฮือฮาในทุกๆปีช่วงเทศกาลแห่เทียน... พร้อมคำถามว่า “แม่วรางคือใคร?”ในที่สุดก็มีคำตอบว่า “แม่วราง” หรือเจ้าแม่แห่เทียนอุบลก็คือ ผศ.ดร.วรางคณา วุฒิช่วย รองอธิการบดีฯ ผู้ควบคุมการฝึกซ้อมและครูผู้ฝึกสอนนางรำจากสำนักฟ้อน “บัวอุบล” มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี นั่นเองสาเหตุที่แม่ครูวรางกลายเป็นภาพจำอย่างรวดเร็วของชาวเน็ตก็น่าจะมาจากเหตุผลที่ตัวท่านนั้นอายุอานามมากแล้ว เรือนร่างของท่านก็คล้อยไปทางตุ้ยนุ้ยจะเดินเหินแต่ละก้าวยังแสนลำบาก...แต่ท่านก็จะไม่ย่อท้อ เดิน “ตรวจการ” ทุกแถวทุกคนและจะหยุดดัดมือ, ดัดแขน, บิดเอว, ขยับสะโพก ฯลฯ ทันทีถ้าพบว่าลูกศิษย์ลูกหารายนั้นยังไม่เป๊ะจะไม่ปล่อย ให้ผ่านไปเด็ดขาดผลจากการเข้มงวดของท่าน ผศ.ดร. วรางคณา ทำให้การแสดงของชุดนางรำจาก มหาวิทยาลัย ราชภัฏอุบลราชธานี ออกมางดงามประทับใจทุกปี รวมทั้งปีนี้ก็เรียกเสียงปรบมือได้อย่างกึกก้องอีกหนึ่งสถาบันอุดมศึกษาของจังหวัดอุบลราชธานีที่ร่ายรำได้อย่างงดงามเข้ากับท่วงท่า ทำนองเพลงที่มักจะแต่งเทิดพระเกียรติสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไพเราะเพราะพริ้ง อีกสถาบันหนึ่งก็คือ วิทยาลัยพยาบาลบรม ราชชนนีสรรพสิทธิประสงค์ นั่นเองปีนี้ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสรรพสิทธิประสงค์ มาในชุดมหากาพย์ “เบญจมาลาศรี อุบลราชธานีศรีอีสาน” อันเป็นแรงบันดาลใจจากความจงรักภักดีอันหาที่สุดมิได้ เมื่อครั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนอุบลราชธานีและได้พระราชทานนามอันเป็นมงคลยิ่งแก่ดอกไม้ป่า 5 ชนิดที่ชูช่อไสวเบ่งบาน ณ ลานหินผาหลวง จังหวัดอุบลราชธานี ไว้ดังนี้1.ดุสิตา 2.สร้อยสุวรรณา 3.มณีเทวา 4.ทิพเกสร และ 5.สรัสจันทรเป็นที่มาของการแสดงชุด เบญจมาลาศรีอุบลราชธานี และ ศรีอีสาน ซึ่งแปลว่า ดอกไม้ 5 ชนิดอันเป็นศรี ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี และภาคอีสาน ที่มีการประพันธ์เนื้อร้องถวายความ อาลัยแด่ “พระพันปีหลวง” ได้อย่างซาบซึ้งยิ่งในส่วนของการแสดงทั้งหมดของปีนี้ ซึ่งประกอบด้วย “ต้นเทียน” ทุกขนาดรวมกัน 47 ต้น และ ขบวนฟ้อนรำ 37 ขบวน โดยมี ขบวนจาก สุราษฎร์ธานี และ อำนาจเจริญ มาร่วมด้วยนั้นก็ล้วนสวยงาม, พร้อมเพรียง, มีความโดดเด่นทุกขบวน ทีมงานซอกแซกมิได้เอ่ยถึงขบวนใดก็เพราะเนื้อที่จำกัดต้องขออภัยไว้ด้วยสรุป...ขอขอบคุณและขอปรบมือให้แก่ “จังหวัดอุบลราชธานี” อีกครั้งหนึ่งสำหรับการจัดพิธีแห่เทียนพรรษา 2569 หรือปีที่ 125 ได้อย่างยิ่งใหญ่ และแสดงออกถึงความเป็นชนชาติไทยที่เคารพศรัทธาใน 3 สถาบันหลัก อันได้แก่ ชาติ—ศาสนา—พระมหากษัตริย์ ได้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ."ซูม"คลิกอ่านคอลัมน์ “ซูมซอกแซก” เพิ่มเติม