กลุ่มตัวอย่างประชากรไทย 1,177 คน หลังจากโรคระบาด โควิด–19 ครั้งแรก สุขภาพคนไทยเปลี่ยนไป และความสำคัญ ของการที่ต้องพึ่งพาตนเองผลการตรวจเลือดคนไทย 1,177 ราย ปี 2568 และวิเคราะห์ชิ้นส่วนของโปรตีนมากกว่า 10,000 ชิ้นในเลือดของแต่ละราย ด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์ที่พัฒนาขึ้น PROPEDIC เกือบครึ่งหนึ่ง มีความเสี่ยงของโรคหัวใจ ความผิดปกติทางระบบการเผาผลาญ เมตาบอลิซึม (cardiometabolic) การกระตุ้นภูมิคุ้มกันมากเกินไปจนเกิดการอักเสบ และถึงขั้นอักเสบรุนแรง (Immune-inflammation) รวมถึงระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง (Immune exhaustion) และสมองเสื่อม...ตรวจสแกนสมองด้วย MRI 1,070 คน พบความผิดปกติของเส้นเลือดฝอย ที่บ่งชี้ถึงการเพิ่มความเสี่ยงของเส้นเลือดตีบหรือแตกและสมองเสื่อมมากกว่าหนึ่งในสามของอาสาสมัคร และพบภาวะสมองฝ่อในตำแหน่งที่พบได้ในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์เกือบ 4.9%แม้ว่าอาสาสมัครดังกล่าวจะยังไม่มีอาการก็ตาม โดยเฉพาะความผิดปกตินี้กลับพบได้แม้ในกลุ่มอายุ 40–60 ปีประมาณ 2.9% ทั้งๆที่ไม่ควรเกิดขึ้น อีกทั้งยังพบการอักเสบของโพรงไซนัส 31%ระบบปัญญาประดิษฐ์ PROPEDIC ขณะนี้ กำลังพัฒนาให้สามารถวิเคราะห์ภาพสแกนสมอง MRI ที่ระบุความเสี่ยงของหลอดเลือด เนื้อสมองและสิ่งผิดปกติอื่นๆ ในระยะเวลาอันใกล้จะทำการเชื่อมโยงการตรวจเลือดและสมองเข้าด้วยกัน neuro-proteomic ทั้งนี้การตรวจเลือดเป็นการระบุสภาวะ “กำลังจะเกิดอะไร” (predictive) MRI บอกว่า “เกิดอะไรแล้วและอยู่ตรงไหน” (diagnostic) รวมกัน=บอกได้ว่า “ต้องทำอะไร เมื่อไหร่ เร่งด่วนแค่ไหน” (actionable)...โครงการดังกล่าวนี้ อยู่ในระหว่างการขึ้นทะเบียนที่ยุโรปหรือสหรัฐอเมริกา จึงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มประชากรเชื้อชาติอื่น ซึ่งหากผลการศึกษาได้รับการขึ้นทะเบียนแล้ว จะสามารถนำมาทำนายความเสี่ยงระบบสุขภาพทั้งหมดรวมทั้งสมองของประชากรทั่วโลกได้การลงนามร่วมกับคณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2568 เพื่อทำการวิจัยเกี่ยวกับศักยภาพและประสิทธิภาพของสมุนไพรและตำรับยาไทยต่อการยับยั้งโรคอุบัติใหม่ในไวรัสหลายชนิด เช่น ไข้หวัดนก RSV ฝีดาษลิง โควิด-19 (สายพันธุ์ล่าสุด) ซึ่งเป็นไวรัสที่ได้มีการนำกลับมาพัฒนาในห้องแล็บแล้วในต่างประเทศ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอุบัติใหม่ในอนาคต โดยปัจจุบันกำลังวิจัยในสมุนไพร ขมิ้นชัน ฟ้าทะลายโจร ตำรับยาห้าราก ตำรับยาเขียว ตำรับยาขาว ฯลฯ โดยในเบื้องต้นเป็นที่น่ายินดีว่าระบบปัญญาประดิษฐ์สามารถวิเคราะห์ตำรับสมุนไพรบางตำรับว่ามีศักยภาพในการยับยั้งไวรัสนิปาห์ได้จากการลงสำรวจในพื้นที่ต่างๆของประเทศไทยที่มีภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ในการใช้รักษาโรคมะเร็งขณะนี้ พบว่ามีการใช้ในผู้ป่วยและเก็บข้อมูลจริงแล้วจำนวนมากกว่า 5,000 คน และมีประสิทธิภาพต่อการรักษามะเร็งหลายชนิด โดยการประเมินด้วยปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ สมุนไพรแต่ละตัว ในสูตรตำรับมีประสิทธิภาพเจาะจงต่อมะเร็งชนิดจำเพาะ ดังนั้นจึงเป็นข้ออธิบายว่าสูตรตำรับยาไทยบางตำรับอาจสามารถใช้ครอบคลุมได้กับโรคมะเร็งที่เกิดกับหลายอวัยวะ และสามารถอยู่ในสูตรตำรับเดียวกันได้โดยเสริมฤทธิ์ประโยชน์ซึ่งกันและกัน (synergy) โดยไม่เกิดผลข้างเคียงต่ออวัยวะต่างๆศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข และวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต งานทั้งหมดดังกล่าวเป็นการร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรวิจัยวิทยาศาสตร์เพื่อคนไทย.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม