ผมขออนุญาตท่านผู้อ่านกลับมาเขียนเรื่อง “ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 23” หรือฟุตบอลโลก 2026 อีกครั้งนะครับ ทั้งๆที่เพิ่งจะเขียนไปหมาดๆเมื่อวันพุธที่ผ่านมาเรื่องของเรื่องก็เพราะมีการพูดจาโจษจันอย่างหนาหูในช่วงวัน 2 วันนี้ว่า คนไทยเรายังไม่ถึงกับหมดโอกาส หรือ “หมดหวัง” ที่จะได้ดูชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้เสียทีเดียวแม้จะมีข่าวว่าทางกรมประชาสัมพันธ์ตัวแทนที่ทางรัฐบาลให้ไปเจรจากับฟีฟ่าจะยอมแพ้แล้ว เนื่องจากทางฝ่ายโน้นไม่ยอมลดราคาให้เลย แถมยังยืนยันว่า ต้องซื้อหมดทั้ง “พวง” คือทุกรายการเท่านั้น...จะมาแยกซื้อเป็นลูกๆเป็นใบๆ คือ เฉพาะคู่สำคัญๆที่อยากดูมิได้เด็ดขาดในขณะที่คอบอลกำลังทำใจว่า จะอดดูถ่ายทอดสดและเตรียมหาวิธีดูตามช่องทางธรรมชาติต่างๆตามถนัด รวมทั้งวิธีที่ผมเสนอแนะ คืออ่านรายงานนาทีต่อนาทีเป็นตัวอักษรของสำนักข่าวกีฬาต่างประเทศ เช่น ESPN หรือ BBC หรือ Live SCORE ฯลฯ กันอยู่นั้นพลันก็ปรากฏว่า เมื่อวันพุธที่ 3 มิถุนายนนี่เองมีข่าวผ่านสื่อออนไลน์บางสำนักว่า “JAS กำลังเดินหน้าเพื่อล่าลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 มาให้คนไทยดูแทนรัฐบาล”ผมจึงเข้า “กูเกิล” ตั้งคำถามลอยๆไปว่าจริงหรือ...JAS จะหาญกล้ามาซื้อลิขสิทธิ์บอลโลกครั้งนี้?ได้รับคำตอบโดยทีมงาน AI ของกูเกิลกลับมาดังนี้ครับ“JAS หรือบริษัท จัสมิน อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างการเจรจาโค้งสุดท้าย เพื่อคว้าสิทธ์ิการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 โดยคาดว่า อาจเป็นการซื้อลิขสิทธิ์ร่วมกับพันธมิตร เพื่อนำมาถ่ายทอดสดให้แฟนบอลชาวไทยได้รับชมกัน”“ช่องทางรับชมที่เป็นไปได้หากดีลสำเร็จคาดว่าจะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวีและแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น MONOMAX, NBT 2 HD, SPORTS7, ช่อง 7HD และ PPTV HD36”จากนั้นกูเกิลก็เสนอแนะให้ไปอ่านที่ LINE TO DAY ที่แปะลิงก์เอาไว้ เมื่อเข้าไปอ่านจึงพบว่าต้นตอของข่าวที่กลายเป็นเรื่องโจษจันในหมู่คอบอลครั้งนี้มาจาก นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) นั่นเอง ที่เปิดเผยว่า JAS ต้องมีฟุตบอลโลกมาช่วยคั่นช่วงปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก และฟุตบอลโลกซึ่งแข่งในช่วงนั้นพอดี จึงเหมาะสมที่สุดในมุมมองของฝ่ายวิจัย JAS จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด หากสามารถคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดมาได้สำเร็จ และนำมาจัดรวมกับการสมัครรับชม พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลถัดไปในทางกลับกัน JAS จะเป็นผู้เสียประโยชน์มากที่สุดอย่างชัดเจน หากแฟนฟุตบอลเลือกใช้ช่องทางผิดกฎหมายในการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ (โดยให้เหตุผลว่า เมื่อแฟนๆพรีเมียร์ลีกหันไปใช้วิธีดูแบบผิดกฎหมายเสียแล้ว อาจจะไม่กลับมาเป็นสมาชิกพรีเมียร์ลีกอีกในฤดูกาลหน้า)รายละเอียดยาวมากผมคงคัดลอกมาได้ไม่หมด ท่านที่สนใจก็ลองเข้าไปที่ https://today.line.me ก็แล้วกันแม้โดยสรุปจะยังไม่มีการตกลงที่ชัดเจน แต่อย่างน้อยก็ยังถือว่ามีความคืบหน้าแบบ แสงสว่าง ที่ ปลายอุโมงค์ มาให้ลุ้นกันบ้างขณะเดียวกันข่าวบางกระแสยังยืนยันว่า ล่าสุดฟีฟ่าจะขายลิขสิทธิ์ให้ประเทศไทยแบบขายทั้งพวงเท่านั้น ในราคา 1,400 ล้านบาท+ค่าดำเนินการอีก 300 ล้านบาท เพราะฉะนั้นที่มีข่าวว่านักวิเคราะห์เสนอให้ JAS ซื้อบางรายการด้วยเงินประมาณ 688 ล้านบาทจึงจะคุ้มทุน จึงยังมิใช่เป็นบทสรุปสุดท้ายข่าวคืบหน้าจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามต่อไป...จากวันนี้ไปก็เหลืออีก 7 วันพอดี เพราะวันศุกร์หน้าหรือศุกร์ที่ 12 มิ.ย. (เช้าตรู่ตี 2 เลย) คู่เปิดสนามที่เม็กซิโกระหว่าง เม็กซิโก กับ แอฟริกาใต้ จะระเบิดขึ้นแล้วที่เม็กซิโกซิตี้ยังมีเวลาลุ้นอีก 1 สัปดาห์ว่างั้นเถอะครับ.“ซูม”คลิกอ่านคอลัมน์ “เหะหะพาที” เพิ่มเติม