Collip ใช้เทคนิค alcohol frac tionation โดยอาศัยหลักการที่ว่าอินซูลินสามารถละลายได้ในแอลกอฮอล์ที่มีความเข้มข้นสูงกว่าโปรตีนชนิดอื่น เขาปรับความเข้มข้นของแอลกอฮอล์เพื่อตกตะกอนสิ่งเจือปนออกจนได้สารสกัดที่มีความบริสุทธิ์สูง (purified extract) ทำให้สามารถนำมาใช้ในมนุษย์ได้จริงในเดือนมกราคม 1922 มีการทดลองในมนุษย์ครั้งแรก เด็กชายวัย 14 ปีชื่อ Leonard Thompson กำลังจะเสียชีวิตจากเบาหวานชนิดที่ 1 ที่โรงพยาบาล Toronto General Hospitalการทดลองนี้ได้ฉีดไป 2 ครั้ง ครั้งแรกใช้สารสกัดดั้งเดิมของ Banting และ Best ผลลัพธ์คือน้ำตาลลดลงเพียงเล็กน้อย แต่เกิดปฏิกิริยาการอักเสบรุนแรงบริเวณที่ฉีด การทดลองจึงถูกระงับทันทีครั้งที่ 2 ถัดมาอีก 2 สัปดาห์ ใช้สารสกัดที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์โดย Collip ผลลัพธ์คือระดับน้ำตาลในเลือดลดลงสู่เกณฑ์ปกติ, ketonuria หายไป และผู้ป่วยฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว นับเป็นความมหัศจรรย์อย่างยิ่งเมื่อโลกรับทราบความสำเร็จนี้ บริษัทยาและสถาบันต่างๆต่างจ้องมองถึงผลกำไรมหาศาล แต่ทีมวิจัยกลับมีมุมมองที่ต่างออกไป ซึ่งกลายเป็นประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ที่น่ายกย่องอย่างยิ่ง ในวันที่ 23 มกราคม 1923 Banting, Best และ Collip ได้รับสิทธิบัตรสหรัฐอเมริกา (U.S. Patent No. 1,469,994) สำหรับอินซูลิน และตัดสินใจขายสิทธิบัตรนี้ให้กับ University of Toronto ในราคาเพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐ (หรือในทางเทคนิคคือคนละ 1 ดอลลาร์ เพื่อให้มีผลตามกฎหมาย)Banting ได้กล่าวประโยคที่เป็นอมตะว่า : “Insulin does not belong to me, it belongs to the world.” เหตุผลสำคัญของการจดสิทธิบัตรไม่ใช่เพื่อการหากำไร แต่เพื่อควบคุมคุณภาพ (quality control) เพื่อป้องกันไม่ให้บริษัทยาอื่นนำสูตรไปผลิตอย่างไม่มีมาตรฐาน หรือผูกขาดราคาจนผู้ป่วยยากไร้ไม่สามารถเข้าถึงได้ ทางมหาวิทยาลัยจึงก่อตั้ง Insulin Committee เพื่อบริหารจัดการการผลิตและให้สิทธิ์การผลิตแก่บริษัทยา (เช่น Eli Lilly) โดยมีเงื่อนไขเรื่องมาตรฐานและความบริสุทธิ์ของยา วิวัฒนาการของอินซูลินไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น จาก bovine & porcine insulin ในยุคแรกที่มีปัญหาเรื่อง immunogenicity และ lipodystrophy ต่อมาด้วยความก้าวหน้าทาง recombinant DNA technology ทำให้เราได้สารสกัดที่มีความบริสุทธิ์และปลอดภัยมากขึ้น รวมถึงใกล้เคียงกลไกทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติของร่างกาย การค้นพบของ Banting และ Best ยืนยันว่า ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์จะมีคุณค่าสูงสุดก็ต่อเมื่อมันถูกนำไปใช้เพื่อขจัดความทุกข์ทรมานของมนุษยชาติโดยไม่มีกำแพงใดๆมาขวางกั้น มนุษย์ทุกคนทุกชาติทุกภาษาทุกเศรษฐานะต้องสามารถเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน จิตวิญญาณแห่งการให้ของ Banting, Best, Collip และ Macleod ยังคงเป็นมาตรฐานทางจริยธรรมอันสูงส่งที่วงการแพทย์พึงรำลึกถึงตลอดไปhttps://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S2666970621000494https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6205949/https://diabetes.org/blog/history-wonderful-thing-we-call-insulinดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์บูรณาการและสาธารณสุข มหาวิทยาลัยรังสิต.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม