ดูผิวเผินทั้งหน้าหลัง พระกริ่งองค์ในคอลัมน์วันนี้ มีข้อพิจารณาได้ว่า ถ้าไม่ใช่พระกริ่งบัวรอบ วัดบวรนิเวศ ที่สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ (ชื่น สุจิตโต) สร้างเป็นรุ่นแรก เมื่อปี พ.ศ.2487 ก็ต้องเป็นพระกริ่งรุ่นนายควง อภัยวงศ์ นายกรัฐมนตรี ปี พ.ศ.2488เหตุที่ต้องดูเป็นสองรุ่น ก็เพราะก้นพระกริ่งองค์นี้...เมื่อดูตอนแรก ร่องรอยที่ก้น...ผนึกเรียบร้อย แทบไม่มีรอยเผยอให้เห็นว่า ปะด้วยทองแดงฝาบาตร เมื่อไม่ใช่ ก้นฝาบาตร โอกาสจึงดูเป็นรุ่นนายควงได้เหมือนกันกริ่งรุ่นนายควง...มีทั้งเจาะก้นใส่เม็ดกริ่ง และหล่อแบบกริ่งในตัว แต่ดูเท่าไหร่ ก็หาร่องรอยใส่เม็ดกริ่ง...ไม่เจอจะดูเป็นพระเก๊เสียเลย...ก็ไม่ได้ เพราะ กริ่งองค์นี้เป็นกริ่งแต่งเก่า สนิมโลหะเก่าถึงอายุ สำหรับคนรักพระกริ่ง คุ้นเคยกับสีสนิม ที่เรียก “กระแส” ดูเป็นพระแท้ได้ทันที...จึงมีประเด็นให้ต้องดิ้นรนค้นหาต่อลองเขย่าฟังเสียงกริ่งก็กังวาน มโนได้ว่า ช่วงเม็ดกริ่งวิ่งข้างในกว้าง แบบพระกริ่ง ที่หล่อก้นกลวงแล้วปะก้น...คราวนี้จึงตั้งสติ สมมติฐานใหม่ เอาแว่นขยายสิบเท่าดูเนื้อปะก้นอีกทีก้นองค์นี้ ช่างทุบให้บุ๋มกลางเว้าเข้าใน ค่อยๆหามุมส่องร่องรอยเผยอของแผ่นทองแดง ก็ยังเรียบเนียน กลมกลืนไปกับเนื้อองค์พระ ระหว่างมือจับต้อง คราวนี้ก็เริ่มเห็นว่าเป็นก้น ปะทองแดงธรรมชาติของก้นพระกริ่งเก่า ถ้าผิวไม่สึกหรอ สนิมแผ่นทองแดงจึงกลมกลืนไปกับสนิมโลหะผสมองค์พระ จนดูเป็นเนื้อเดียวไปได้เพื่อย้ำความแน่ใจ เขย่าฟังเสียงกริ่ง อีกที เสียงกริ่งกังวาน คราวนี้จึงมโนใหม่ ได้ว่าเป็นแผ่นทองแดงฝาบาตร...ปะก้นตามขนบพระกริ่งสายวัดบวรฯ...ลงตัวตั้งหลักได้อย่างนี้ ก็ต้องหาความรู้เรื่องพระกริ่งบัวรอบวัดบวรฯต่อหนังสือ รวมพระกริ่งยอดนิยม (ปริญญา พงศ์กระพันธุ์ บก.อรรถสาส์น พิมพ์จำหน่าย) อธิบายว่า ปี พ.ศ.2487 เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชชื่น ทรงเจริญพระชนมายุครบ 7 รอบ 72 พรรษาครั้งนั้น พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภาณุพันธุุ์ยุคล ได้ทรงขอประกอบพิธีจัดหล่อพระกริ่งถวาย ณ มณฑลพิธีหน้าพระอุโบสถวัดบวรฯ จำนวนพระกริ่งสุจิตโตพิมพ์ใหญ่ 300 องค์ พิมพ์เล็ก 100 องค์เนื้อพระกริ่งรุ่นนี้มีส่วนผสมของพระพุทธรูปโบราณชำรุด แผ่นยันต์มงคลต่างๆ โลหะแร่ธาตุนวโลหะ 9 ชนิด กระแสเนื้อพระออกเหลืองอมเขียว ผิวสีน้ำตาลอมดำการบรรจุเม็ดกริ่งที่ใต้ฐาน กว๊านเป็นวงกว้าง บรรจุเม็ดกริ่งแล้ว จึงปิดทับด้วยแผ่นทองแดงฝาบาตร ลักษณะของใต้ฐานจึงเป็นแอ่งเว้าลงไปเป็นแอ่งกระทะรายละเอียดของฐานบัว ประกอบด้วยกลีบบัวเรียงรายไปมาทั้งกลีบบัวใหญ่และกลีบบัวเล็กรอบองค์พระ ระหว่างบัวแถวบนกับแถวล่าง ยังเรียงสลับไขว้กันไปมาเมื่อหล่อในพิธีเสร็จแล้ว บางส่วนนำไปให้ช่างตกแต่งเกลาผิว พระกริ่งบัวรอบ จึงแตกต่างจากพระกริ่งพระสังฆราชชื่น รุ่นอื่นๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพระหล่อในสภาพเดิม แทบไม่มีการตกแต่งหลังพิธีหล่อ หรือจะมีแต่งบ้างก็น้อยมากค่านิยมในวงการพระกริ่งบัวรอบ วัดบวรฯ ขึ้นหลักแสนมานาน...และแน่นอน มีของปลอมตามมาหลายฝีมือ.พลายชุมพลคลิกอ่านคอลัมน์ “ปาฏิหาริย์จากหิ้งพระ” เพิ่มเติม