รายงานที่ผ่านมาที่ได้พบว่าคนที่มีสมองเสื่อมจะมีระดับวิตามินดีต่ำ ซึ่งข้อสังเกตนี้ไม่ได้ระบุโดยตรงว่าวิตามินดีเป็นสาเหตุ เพราะโรคเกือบทุกชนิดในมนุษย์จะพบว่ามีระดับวิตามินดีต่ำเสมอ ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงได้ทำการศึกษาใช้เวลา 24 เดือน และสามารถระบุได้ว่าวิตามินดี ไม่ได้ให้ประโยชน์ในเรื่องของสมองเสื่อม และในขณะเดียวกันไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกสุขสบายขึ้นคณะผู้วิจัยได้ยอมรับว่าการใช้วิตามินดีในบริบทนี้ไม่ควรบรรจุอยู่ในการควบรวมป้องกันและรักษาสมองเสื่อม ทั้งนี้ทั้งนั้นน่าจะตรงกับที่มีการสรุปมาตลอดว่า “การที่มีวิตามินดีต่ำ เท่ากับใช้ชีวิตผิด บริโภคอาหารไม่ถูกต้อง ไม่สัมผัสแสงแดด ไม่ออกกำลัง”การศึกษาวิตามินดีเพื่อกระบวนการรับรู้ (VitaMIND) นี้เป็นการทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม เพื่อศึกษาผลกระทบของการเสริมวิตามินดีต่อกระบวนการรับรู้ การทำงานและความเป็นอยู่ที่ดีในผู้ใหญ่อายุมากกว่า 50 ปี ที่มีภาวะขาดวิตามินดีเล็กน้อยถึงปานกลางและมีภาวะเสื่อมถอยทางสติปัญญาที่เกี่ยวข้องกับอายุ การศึกษานี้ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยแห่งเวลส์ 3 ภายใต้หน่วยงานวิจัยด้านสุขภาพแห่งสหราช อาณาจักร (อ้างอิง 19/WA/ 0007) โปรโตคอลนี้ได้รับการลงทะเบียนในฐานข้อมูล ISRCTN (อ้างอิง ISRCTN79265514)ผู้เข้าร่วมผู้ใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่มีอายุมากกว่า 50 ปี ทุกคน ได้ลงทะเบียนในกลุ่ม PROTECT-UK มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 1,909 คน ไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อม สามารถใช้คอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้ ตรงตามเกณฑ์ความเสี่ยงสูงต่อการขาดวิตามินดี ≤50 nmol/L ของ 25-hydroxy-vitamin D มีผู้เข้าร่วมการศึกษาทั้งหมด 620 คน ยินยอมเข้าร่วมการศึกษาระหว่าง วันที่ 1 กันยายน 2563 ถึง 26 มีนาคม 2564 โดย 75% เป็นเพศหญิง อายุเฉลี่ย ± ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 60±6.58 ปีและมีระดับการศึกษาเฉลี่ยที่สอดคล้องกับการสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายพร้อมวุฒิการศึกษาวิชาชีพเพิ่มเติม ในจำนวนนี้มีผู้เข้าร่วมการศึกษา 310 คน ได้รับการสุ่มเข้ากลุ่ม ไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างลักษณะของทั้ง 2 กลุ่ม ในกลุ่มย่อยของผู้เข้าร่วมการศึกษา (n=49) ที่เก็บตัวอย่างเลือดเมื่อเริ่มต้นการศึกษา ค่ามัธยฐานของระดับวิตามินดีอยู่ที่ 42 nmol/L โดยไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญระหว่างกลุ่ม (กลุ่มแทรกแซง : 42 nmol/L; กลุ่มควบคุม: 47 nmol/L; P=.44)ผลกระทบของวิตามินดีต่อผลลัพธ์ทางปัญญาการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่า ไม่มีประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญต่อกระบวนการรับรู้ในกลุ่มที่ได้รับวิตามินดีเมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอกที่ระยะเวลา 24 เดือน ในผลลัพธ์หลักของฟังก์ชันการบริหารที่วัดโดยการทดสอบ Trail Making Test ส่วน B ไม่ได้ให้ประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม [ขนาดผลของ Cohen d (ES), 0.11; P=.16] ในการวัดผลลัพธ์รอง ไม่ได้แสดงประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมในด้าน ความจำใช้งานเชิงตัวเลข (ES, 0.08; P=.38), spatial working memory (การเรียนรู้แบบคู่ : P=.84; การค้นหาแบบเรียงลำดับด้วยตนเอง : P=.64) หรือ ฟังก์ชันการบริหาร (switching stroop : P=.86; การใช้เหตุผลเชิงวาจา : P=.92) ในการวัดผลลัพธ์รองที่ไม่ใช่ด้านกระบวนการรับรู้ ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงประโยชน์ ที่มีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมในด้าน การทำงาน (P=.86) พฤติกรรม (P=.65) หรือ ความเป็นอยู่ที่ดี (P=.92) ไม่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้เข้าร่วมที่กำหนดโดยอายุ (ช่วงอายุ 5 ปี) เพศหรือความรุนแรงของภาวะขาดวิตามินดี ยกเว้นความแตกต่างระหว่างกลุ่มอายุในด้าน paired associate learning (P=.02)หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม