Reincarnation หากเป็นจริง เมื่อสมองตาย โครงสร้างควอนตัมนี้อาจปลดปล่อยข้อมูลเข้าสู่สนามควอนตัมของจักรวาล (quantum field) ซึ่งสามารถกลับเข้าสู่ระบบชีวภาพใหม่ได้ กลไกนี้อาจสอดคล้องกับสิ่งที่เรียกว่า reincarnation คล้ายโทรศัพท์มือถือเสียแต่ข้อมูลยังอยู่ใน cloud สามารถดึงกลับลงมาใส่เครื่องใหม่ในทำนองเดียวกัน นักพันธุศาสตร์พฤติกรรมเสนอแนวคิดเรื่อง epigenetic memory ซึ่งประสบการณ์หรือความกลัวของบรรพบุรุษอาจถ่ายทอดผ่านการ modified ยีน เช่น การ methylation ของ DNA จากงานของ Dias และ Ressler ที่ลงใน Nature Neuroscience ปี 2014 พบว่าหนูที่ถูกฝึกให้กลัวกลิ่นหนึ่งสามารถส่งต่อความกลัวนี้ไปยังรุ่นลูกได้แม้ไม่เคยสัมผัสกลิ่นนั้นมาก่อนซึ่ง epigenetic inheritance แม้ไม่ใช่การกลับชาติมาเกิดโดยตรง แต่แสดงให้เห็นว่าข้อมูลทางประสบการณ์สามารถถ่ายทอดข้ามรุ่นได้โดยไม่ต้องพึ่ง genetic sequence เดิม ซึ่งอาจเป็นพื้นฐานทางชีวภาพบางส่วนของความทรงจำที่ข้ามร่างได้ หากจิตสำนึกคือผลของการทำงานของสมองโดยตรง เมื่อสมองตาย จิตควรดับ แต่หากจิตมีลักษณะเป็น field phenomenon ที่สัมพันธ์กับสมองแต่ไม่จำกัดอยู่ในนั้น (non-local consciousness) ความตายอาจเป็นเพียงการตัดการเชื่อมต่อชั่วคราวดังพุทธศาสนากล่าวว่า จิตนี้ไม่เคยตาย แต่เกิดดับๆตลอดเวลา การศึกษาของ Pim van Lommel ที่ลงใน Lancet ปี 2001 พบว่าผู้รอดชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นมีประสบการณ์ NDE ถึง 18% และมีจำนวนมากที่รายงานรายละเอียดซึ่งสอดคล้องกับเหตุการณ์ภายนอกร่างในช่วงที่สมองหยุดทำงานชั่วคราว แสดงให้เห็นว่าจิตสำนึกอาจดำรงอยู่ชั่วขณะโดยไม่พึ่งสมองแต่ในทางกลับกัน จากความรู้ทาง functional neuroimaging แสดงให้เห็นว่าสภาวะจิต (states of consciousness) เกิดจากการทำงานร่วมกันของสมองหลายส่วน โดยเฉพาะ posterior hot zone (precuneus, posterior cingulate, inferior parietal cortex) ซึ่งถ้าจิตเป็นผลของเครือข่ายนี้เพียงอย่างเดียว การย้ายจิตไปสู่ร่างอื่นแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าจิตเป็น synchronized oscillation ของพลังงานที่เชื่อมโยงกับสภาวะของจักรวาล (quantum entanglement) ก็อาจเป็นไปได้แต่ยังไม่มีการศึกษาที่ชัดเจน ดังนั้นทั้งการฟื้นคืนชีพและการกลับชาติมาเกิดต่างมีความเหมือนกันตรงมีความต่อเนื่องของข้อมูล (continuity of information) คือการที่รูปแบบของพลังงานหรือข้อมูลไม่สูญหายหลังความตาย โดย resurrection นั้นรูปแบบข้อมูลทางชีวภาพ (biochemical information) ของร่างเดิมถูกเก็บรักษาและกระตุ้นให้กลับมาทำงาน ส่วนใน reincarnation รูปแบบข้อมูลทางจิต (mental information) ถูกส่งต่อไปยังระบบใหม่คล้ายสำนวนเหล้าเก่าในขวดใหม่ที่กล่าวไปแล้ว สรุปคือ ในมุมมองวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ resurrection เป็นการรีสตาร์ตของระบบชีวภาพซึ่งปัจจุบันมีการทดลองยืนยัน เช่น การฟื้นคืนกิจกรรมของสมองหมูหลังตาย, การคงสภาพเนื้อเยื่อหลังสมองตายด้วยสาร perfusion solution ส่วน reincarnation อาจตีความในเชิงข้อมูลว่าเป็นความต่อเนื่อง (informational continuity) ซึ่งมองว่าข้อมูลของจิตเป็นรูปแบบหนึ่งของพลังงานซึ่งไม่สูญหาย แต่เพียงเปลี่ยนรูปตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน (law of energy conservation) ตามกฎข้อแรกของ thermodynamics ที่บอกว่าพลังงานไม่สูญหาย มีเพียงเปลี่ยนรูปแบบ ดังนั้นในระดับจักรวาลอาจเป็นไปได้ว่าจิตไม่เคยสูญหายไป แต่เป็นการแปรรูปของพลังงานแห่งการรับรู้ ดังนั้นหาก resurrection พูดถึง ร่างกายกลับมา reincarnation ก็พูดถึง “จิตกลับมา” ทั้ง 2 แนวคิดอาจมองเป็น 2 ปลายของ spectrum เดียวกันใน science of existence (วิทยาศาสตร์ของการดำรงอยู่) การรับรู้ และความเป็นไปได้ของ quantum mind จึงเป็นจุดเริ่มที่สำคัญขศาสตร์ใหม่ทาง neurobiology of the afterlife ดร.นพ.ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ.หมอดื้อคลิกอ่านคอลัมน์ "สุขภาพหรรษา" เพิ่มเติม